ความรู้เกี่ยวกับหลุมยุบ

 

  หลุมยุบ (Sinkhole) คือ
  หลุมยุบเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก มีรูปร่างและขนาดต่างๆกัน เช่น รูปเกือบกลมหรือเป็นวงรี ( พจนานุกรม ศัพท์ธรณีวิทยา , 2544) มีน้ำขังอยู่ก้นหลุม ภายหลังน้ำใต้ดินจะกัดเซาะและนำพาดินที่อยู่ก้นหลุมไป ทำให้หลุมยุบลึกขึ้น ส่วนปากหลุมก็จะพังอยู่ตลอดจนกระทั่งจะเสถียร (รูปที่ 1 )

 

 
 
รูปที่ 1 แบบจำลองการเกิดหลุมยุบ (คัดลอกจากศิรประภา , 2552 )
 

1.สาเหตุของการเกิดหลุมยุบที่พบในประเทศไทย

หลุมยุบเกิดจากมีโพรงใต้ดินในบริเวณนั้น ต่อมาเพดานโพรงยุบตัวลง อาจเนื่องจากการสูบน้ำใต้ดินทำให้ขาดแรงพยุงเพดานโพรง หรือแรงสั่นสะเทือนจากการที่มียานพาหนะสัญจรไปมาในบริเวณใกล้เคียง/แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว จึงทำให้เพดานโพรงพังทลายลงเกิดเป็นหลุมยุบขึ้น โพรงใต้ดินที่พบในประเทศไทย มีดังนี้

 
 

1.1 โพรงหินปูนใต้ดิน

เมื่อฝนตกลงมา จะได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขณะผ่านชั้นบรรยากาศและซึมลงใต้ผิวดิน ทำให้น้ำฝนมีความเป็นกรดอย่างอ่อน (กรดคาร์บอนิก) เมื่อไหลผ่านและสัมผัสกับหินปูนจะละลายเนื้อหินปูนออกไปด้วย ในที่สุดก็จะค่อยๆเกิดเป็นโพรงหรือถ้ำใต้ดินขึ้น เมื่อโพรงใต้ดินเหล่านี้มีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นและอยู่ใกล้ผิวดินมากยิ่งขึ้น เพดานไม่สามารถต้านทานน้ำหนักของดินและสิ่งก่อสร้างที่กดทับด้านบนได้ ก็จะถล่มพังลงไปด้านล่างและกลายเป็นหลุมยุบในที่สุด โพรงหินปูนถ้าอยู่พ้นผิวดิน ก็คือถ้ำ ถ้าไม่โผล่เรียกว่าโพรงหินปูนใต้ดิน ซึ่งจำแนกเป็น 2 ระดับ คือ โพรงหินปูนใต้ดินระดับลึก ( ลึกจากผิวดินมากกว่า 50 เมตร ) และโพรงหินปูนใต้ดินระดับตื้น ( ลึกจากผิวดินไม่เกิน 50 เมตร ) ส่วนใหญ่หลุมยุบจะเกิดในบริเวณที่มีโพรงหินปูนใต้ดินระดับตื้น ( รูปที่ 2 และ 3 )

 
 
 
 
รูปที่ 2 หลุมยุบขนาด 30 ม. ลึก 20 ม. ที่บ้านพะละใหม่ อ.แม่ระมาด จ.ตาก (ซ้าย) หลุมยุบขนาด 10 ม.ลึก 9 ม.ที่ อ.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่
(ขวา) ทั้งสองแห่งเกิดจากโพรงหินปูนใต้ดิน
 
 
 
 
รูปที่ 3 หลุมยุบขนาด 4 ม. ลึก 3 ม. ที่ถนน อ.สวี จ.ชุมพร (ซ้าย) หลุมยุบขนาด 9 ม. ลึก 5 ม. ที่บ้านโนนถาวร อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู
(ขวา) ทั้งสองแห่งเกิดจากโพรงหินปูนใต้ดิน
 
 

1.2 ชั้นเกลือหินใต้ดิน

พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีชั้นเกลือหินรองรับอยู่ด้านใต้ เกลือหินมีคุณสมบัติละลายน้ำได้ง่าย เมื่อมีการทำเหมืองใต้ดิน โดยการสูบเกลือขึ้นมา จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดโพรงใต้ดินขึ้น ต่อมาเพดานโพรงพังทลายลง จึงเกิดเป็นหลุมยุบขึ้น ( รูปที่ 4) ขนาดของหลุมยุบอาจมีขนาดใหญ่โต ( รูปที่ 5) สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของประชาชนได้

 
 
   
 
รูปที่ 4 แบบจำลองแสดงการสูบน้ำเกลือในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนเกิดโพรงใต้ดิน
และนำไปสู่หลุมยุบในบริเวณที่มีการสูบน้ำเกลือ ( คัดลอกจาก สืบศักดิ์, 2544)
 
 
 
 
รูปที่ 5 แสดงหลุมยุบที่เกิดจากการสูบน้ำเกลือมาทำนาเกลือ
บริเวณอ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ( คัดลอกจาก สืบศักดิ์, 2544)
 
 

1.3 ชั้นทรายถูกน้ำใต้ดินพัดพา

มักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีชั้นทรายรองรับอยู่ใต้ดินและอยู่ใกล้แม่น้ำ ลำคลอง เกิดขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ เมื่อมีฝนตกหนักหรือตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณและแรงพัดพาของน้ำใต้ดินเพิ่มขึ้นจึงพัดพาเอาตะกอนทรายใต้ดินลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง จึงทำให้เกิดโพรงใต้ดินขึ้น แต่โพรงใต้ดินที่เกิดจากสาเหตุนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินเพียงแต่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ประสบเหตุ (รูปที่ 6 )

 
 
 
 

รูปที่ 6 ภาพจำลองหลุมยุบสาเหตุจากชั้นทรายถูกน้ำใต้ดินพัดพา

 
 
   
 
รูปที่ 7 หลุมยุบขนาด 2 เมตร ลึก 8 เมตร ที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง (ซ้าย) หลุมยุบขนาด 4 เมตร ลึก 3 เมตร บนถนนที่อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
(ขวา) เกิดจากชั้นทรายถูกน้ำใต้ดินพัดพา
 
 

2.สาเหตุของการเกิดบ่อน้ำทรุดตัว

นอกจากหลุมยุบอันมีสาเหตุจากโพรงใต้ดินดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีกรณีที่บ่อน้ำทรุดตัว หรือจมหายลงไป ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่าสาเหตุมี 3 กรณี (รูปที่ 8 - 9 ) คือ

•  ท่อบ่อวางอยู่บนชั้นตะกอนอ่อน น้ำหนักของท่อบ่อกดทับให้จมตัวลง

•  ท่อบ่อท่อนล่างแตก เนื่องจากอายุการใช้งานทำให้ท่อทางด้านบนทรุดตัวตามลงไป

•  ปลายท่อบ่อท่อนล่างวางไม่ถึงพื้นบ่อ นานวันเข้าน้ำหนักจากท่อด้านบนกดทับให้จมตัวลง

 
 
 
 
รูปที่ 8 แบบจำลองบ่อน้ำทรุดตัว สาเหตุจากท่อบ่อวางตัวบนชั้นตะกอนอ่อน
 
 
 
 
รูปที่ 9 แบบจำลองบ่อน้ำทรุดตัว สาเหตุจากท่อบ่อท่อนล่างแตก
 
 
 
 
รูปที่ 10 แบบจำลองบ่อน้ำทรุดตัว สาเหตุจากปลายท่อบ่อท่อนล่างวางไม่ถึงพื้นบ่อ
 
 
 
 
รูปที่ 11 บ่อน้ำทรุดตัวที่ อ.ละงู จ.สตูล (ซ้าย) บ่อน้ำทรุดตัวที่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน (ขวา)
 
     
     
 
สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี 75/10 ถ.พระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 02-621-9700 โทรสาร 02-621-9795
(update:3 กุมภาพันธ์ 2554)