search
 
FONTSIZE
ข่าว >> ข่าวหนังสือพิมพ์
เตือน!รับมือดินถล่ม-น้ำป่าทะลัก พื้นที่เสี่ยง11จว. น้ำเซาะอพาร์ตเมนต์ทรุดทับ4ศพ

วันที่ 13 ก.ย. 2554
ASTVผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554
 
          ASTVผู้จัดการรายวัน/ศูนย์ข่าวภูมิภาค - "ราชินี"ทรงพระราชทานเงินกว่า 35 ล้านบาทช่วยน้ำท่วม 19 จังหวัด ฝนถล่มสระบุรีหนักน้ำป่าภูเขาทะลักเซาะอพาร์ตเมนต์ 3 ชั้นถล่มทับผู้เช่าอาศัยเสียชีวิต 4 ศพโคม่า 1 รถยนต์เสียหาย 5 คัน ขณะที่ "ทธ.-ศอส.กรมชล"ประสานเสียงเตือนพื้นที่เสี่ยง 11 จังหวัดเตรียมรับมือดิน โคลนถล่ม-น้ำป่าทะลักในอีก 1-2 วัน
          วานนี้ (12ก.ย.) สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ สภานายิกา สภากาชาดไทยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นผู้แทนพระองค์นำเงินพระราชทาน5 แสนบาท มอบให้สภากาชาดไทย นำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และอีก 5 แสนบาทนำไปช่วยเหลือพระภิกษุอาพาธที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมีนายแผนวรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย รับพระราชทาน
          ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยราษฎรในจังหวัดต่างๆ ที่ประสบเหตุจากภัยธรรมชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์นำชุดธารน้ำใจจากสภากาชาดไทย พระราชทาน พร้อมน้ำดื่ม ไปให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ และประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงแล้วรวม 19 จังหวัด รวมเป็นมูลค่ากว่า 35 ล้านบาทแล้ว นอกจากนี้สภากาชาดไทยยังได้จัดส่งเรือท้องแบน และรถผลิตน้ำดื่ม ไปให้บริการแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา
          อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถบริจาคเงินช่วยผู้ประสบอุทกภัยได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชีสภากาชาดไทย ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 045-3-04190-6 หรือสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 หรือที่หมายเลข 1664
          เตือนพื้นที่เสี่ยง11จังหวัดระวังดินถล่ม
          นายอดิศักดิ์ ทองไข่มุกต์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วานนี้ (12) ได้ออกประกาศกรมทรัพยากรธรณี ฉบับที่ 22 เรื่องให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยดินถล่ม กรมทรัพยากรธรณี เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก
          โดยขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยดินถล่ม และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรีระยอง จันทบุรี และ จ.ตราด เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในระยะ 1-2 วันนี้โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย อ.แม่แจ่ม อมก๋อย ฮอดจ.เชียงใหม่ อ.แม่สะเรียง สบเมย ขุนยวมแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน อ.ทองผาภูมิสังขละบุรี เมืองกาญจนบุรี ศรีสวัสดิ์จ.กาญจนบุรี อ.เขาชะเมา แกลง จ.ระยองอ.เมืองขลุง จ.จันทบุรี และ อ.บ่อพลอย เขาสมิงเกาะช้าง จ.ตราด เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องบางพื้นที่วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร ระดับน้ำในลำคลองสูงขึ้นเต็มตลิ่งและมีดินไหลในบางพื้นที่
          ขณะที่นายศรีสมบัติ พรประสิทธิ์รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัยวาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ได้ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จ.สตูล ตรัง สงขลา และจ.พัทลุง ว่า ขอเตือนให้เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในระยะ 1-2 วันนี้เช่นกัน โดยเฉพาะ อ.ทุ่งหว้า ละงู มะนัง ควนกาหลง และอ.ควนโดน จ.สตูล อ.ปะเหลียน อ.ย่านตาขาวจ.ตรัง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องมากกว่า 200 มิลลิเมตรเพราะเริ่มมีดินไหลและน้ำล้นตลิ่งในบางพื้นที่แล้ว จึงขอให้เตรียมพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง
          สองเขื่อนใหญ่วิกฤตเตือนลพบุรีน้ำท่วมหนัก
          ทางด้านนายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกจากร่องมรสุมพัดผ่านในช่วงนี้ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่เขื่อนมากขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำคิดเป็น 96% ของความจุเขื่อน คาดว่าประมาณ20 วันนับจากนี้ หรือประมาณสิ้นเดือนกันยายนปริมาณน้ำจะเต็มความจุเขื่อน โดยกรมชลประทานต้องใช้วิธีปล่อยน้ำล้นออกโดยอัตโนมัติ จนกว่าฝนจะหมดประมาณกลางเดือนตุลาคม ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น
          สำหรับเขื่อนภูมิพล ปัจจุบันมีปริมาณน้ำคิดเป็น 82% ของความจุเขื่อน แต่จะไม่มีปัญหาน้ำล้นเขื่อน เพราะยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ยอมรับว่าค่อนข้างหนักใจเพราะฤดูฝนยังเหลือประมาณ 1 เดือน และขณะนี้สถานการณ์ น้ำในภาคกลางถือว่าหนักที่สุด เพราะมีปริมาณน้ำจากทุกทิศไหลมารวมกันในลุ่มเจ้าพระยาขณะที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามแผนการผันน้ำไปพักไว้ที่ทุ่งเจ้าพระยาได้ เพราะชาวนายังเกี่ยวข้าวไม่เสร็จ
          ทั้งนี้ พื้นที่ภาคกลางแห่งต่อไปที่จะถูกน้ำท่วมคือ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เนื่องจากฝนที่ตกลงมาในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลเข้าคลองชัยนาท-ป่าสักเพิ่มขึ้นอีกวันละ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่นับหมื่นไร่ ภายใน2-3 วันนี้ สถานการณ์จะเหมือนกับเมื่อปี 53 ซึ่งกรมชลประทานเตรียมแจ้งให้ทางจังหวัดรับมือโดยด่วนแล้ว
          น้ำเซาะอพาร์ตเมนต์สระบุรีถล่มดับ 4 เจ็บ 1
          ที่ จ.สระบุรีวานนี้ เวลาประมาณ 07.30 น.ได้เกิดเหตุอพาร์ตเมนต์ 3 ชั้น ตั้งอยู่ริมเขาหมู่ที่ 3 ต.ปากข้าวสาร อ.เมืองสระบุรี หลังรพ.เกษมราษฎร์สระบุรี ได้เกิดทรุดตัวลงมาทับผู้ที่อาศัยอยู่ภายใน โดยเหตุเกิดหลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวันจนทำให้น้ำจากเขาไหลบ่าลงมากัดเซาะอพาร์ตเมนต์หลังดังกล่าวจนเกิดการพังถล่มลงมา
          สำหรับอพาร์ตเมนต์หลังนี้สร้างเป็นที่ให้เช่าพักอาศัยรวม 3 ชั้น แต่ละชั้นแบ่งเป็น 10 ห้องส่วนด้านล่างเป็นที่จอดรถ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่
          ได้ระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือและค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายใน โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้แล้ว 4 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายอาคารโคม่า ถูกนำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สระบุรี ขณะเดียวกันตัวอพาร์ตเมนต์ยังได้พังลงมาทับรถยนต์ที่จอดอยู่ใต้อาคารเสียหายอีก 5 คัน
          หลังเกิดเหตุ นายถาวร พรหมมีชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือและค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายในอพาร์ตเมนต์อย่างเร่งด่วน ส่วนสาเหตุการถล่มของอพาร์ตเมนต์หลังนี้นั้น นายถาวรคาดว่าน่าจะเกิดจากการอ่อนตัวของดินเนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันมาหลายวันพร้อมกับกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาสาเหตุและหาผู้รับผิดชอบต่อไป ส่วนความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น หากเข้าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ฝ่ายปกครองก็พร้อมให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ
          อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถนำร่างผู้ที่เสียชีวิต และบาดเจ็บที่อยู่ในซากอพาร์ตเมนต์ทั้งหมดออกมาได้สำเร็จในเวลาต่อมา
          สำหรับผู้บาดเจ็บ 1 ราย คือนายศักดิ์ชัยธูปกระต่ายทอง อายุ 28 ปี ซึ่งเช่าห้องพักอยู่หมายเลข 10 ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสระบุรี มีอาการโคม่า
          ส่วนผู้เสียชีวิต 4 ศพคือ 1.นางสาววิลาศินี จินดา อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่ C6 เทศบาลตำบลกุดนกเป้า อ.เมืองสระบุรี 2.นางสาวชลดาเสน่หา อายุ 24 ปี พนักงานโรงปูนทีพีไอ โพลีนจ.สระบุรี 3.นางระรินทร์ ลื่นเรณู อายุ 28 ปี และ4.ด.ญ.ระวินนิภา ลื่นเรณู อายุ 4 ขวบเศษภรรยาและลูกของนายศักดิ์ชัย ธูปกระต่ายทองที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
          ด้าน พ.ต.อ.บำรุง คงชีพ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี กล่าวว่า จากการตรวจสอบและค้นหาอย่างละเอียดแล้วพบว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 4 ศพ ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยพบว่าสาเหตุน่าจะมาจากดินทรุดตัวจนทำให้อาคารพังถล่มลงมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเรียกตัวเจ้าของอพาร์ตเมนต์มาสอบปากคำ รวมทั้งขอตรวจสอบแบบแปลนและใบขออนุญาตประกอบกิจการด้วยว่าได้ดำเนินการถูกต้องหรือไม่
          พบเหยื่อดินโคลนถล่มน้ำปาดอีก 2 ศพ
          ส่วนที่ จ.อุตรดิตถ์ หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในพื้นที่ ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด วานนี้เจ้าหน้าที่สามารถพบศพเหยื่อผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก2 รายบริเวณอุทยานแห่งชาติคลองตรอนทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้รวม 6 ราย ส่วน ด.ช.ยิ่งศักดิ์ อินดีศรี อายุ 5 ขวบ ที่สูญหายยังไม่พบ ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งระดมเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 6 ศพจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันนี้(13)ที่วัดชัยชนะพล ต.น้ำปาด อ.น้ำปาด
          อพยพ 3 ครอบครัวพิจิตรบ้านถูกน้ำพัดพัง
          ที่ จ.พิจิตร หลังจากถนนภายในหมู่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ไผ่หลวง อ.ตะพานหิน ถูกน้ำจากแม่น้ำน่านกัดเซาะจนถนนคอนกรีตที่กั้นแม่น้ำน่านกับหมู่บ้านขาดเป็นแนวยาว ระยะ 20 เมตรทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทหาร และชาวบ้านพยายามช่วยกันปิดกั้นทางน้ำแต่ไม่สำเร็จ และจากกระแสน้ำที่รุนแรงตลอดทั้งวันที่ผ่านมาส่งผลให้บ้าน 3 หลังที่อยู่ขวางทางน้ำได้รับความเสียหาย ตัวบ้านจนเอียงตามแรงของน้ำ เสาจำนวนหนึ่งขาดหลุดออกจากตัวบ้าน จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้
          ทั้งนี้ เจ้าหน้าเทศบาลตำบลบางไผ่องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่หลวง และชาวบ้านต้องช่วยกันใช้เชือกดึงเรือท้องแบนเพื่อเข้าไปในบ้าน 3 หลังประกอบด้วย บ้านของนางเสงี่ยมบุญสะอาด นายสมควร บุญสะอาด และนางก้อนฉิมสุข ที่ได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำจากแม่น้ำน่านที่ไหลพุ่งเข้าตัวบ้าน โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันย้ายสิ่งของมีค่าเนื่องจากเกรงว่าบ้านจะพังลงจากกระแสน้ำที่ยังคงทวีความรุนแรง
          สองอำเภอโคราชเริ่มได้รับผลกระทบ
          ส่วนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะอ.ปากช่อง น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ต้นน้ำลำตะคองได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ด้านล่าง 2 ฝั่งลำตะคองโดยเฉพาะที่บ้านโนนป่าติ้ว ม.22 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ได้รับผลกระทบน้ำท่วมถนนและบ้านเรือนทำให้สัญจรผ่านไปมาด้วยความลำบาก ชาวบ้านต้องอาศัยเรือและรถไถในการขนย้ายทรัพย์สินสิ่งของขึ้นไปไว้บนที่สูงและเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านรวมทั้งย้ายเด็กและคนชราหนีน้ำไปพักอาศัยอยู่บ้านญาติ
          เช่นเดียวกับที่ อ.พิมาย ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางเทศบาลตำบลพิมายได้ระดมเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำธงแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมไปปักแสดงไว้ในจุดเสี่ยงต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับลำน้ำมูล และลำน้ำจักราช พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์และกำลังพลเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ส่วน"ไทรงาม" ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอ.พิมาย ล่าสุดน้ำมูลได้ไหลเข้าท่วมแล้วเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมแล้ว
          4 จังหวัดตะวันออกวิกฤต-ปิดเรียนยาว
          ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.จันทบุรี ระยอง ตราด และชลบุรี ยังคงได้
          รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากฝนยังคงตกหนักและต่อเนื่องทำให้หลายโรงเรียนในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมต้องประกาศปิดการเรียนการ
          สอนโดยไม่กำหนด พร้อมกับมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปอพยพชาวบ้านที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย และกำลังถูกน้ำท่วมออกมาอยู่ยังที่ปลอดภัย
          ขณะที่ระดับน้ำสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ จ.จันทบุรี ระดับน้ำในแม่น้ำจันทบุรีได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากน้ำป่าสะสมที่ไหลลงมา
          ปูสั่งบูรณาการช่วยเหลือโคลนถล่มน้ำปาด
          เวลา 14.00 น.วานนี้ น.ส.กฤษณาสีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้
          กำชับให้เร่งทำการสร้างถนนและสะพานที่ชำรุดเสียหาย โดยให้กรมทางหลวงชนบทเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งสถานการณ์ดินโคลนถล่มไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้การเตือนภัยไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ดีพอประกอบกับในพื้นที่มีลักษณะเป็นดินปนทรายทำให้ร่วน เมื่อถล่มลงมาทำให้เสียหายหนักที่สุดโดยจากนี้จะประสานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ให้เข้ามาดูแลแก้ไขปัญหา
          นอกจากนี้ ในส่วนของพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ผู้ว่าฯได้จัดศูนย์ประสานความช่วยเหลือไว้ 3 จุดคือโรงเรียน 2 แห่ง และวัดหนึ่งแห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำหลาก เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ประสบภัย ที่ยังมีความผวาหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่
          อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 13 ก.ย.จะมีการนำเรื่องความเสียหายต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่ออนุมัติให้ความช่วยเหลือ ส่วนในวันที่14 ก.ย.เวลา 20.30-21.30 น.ที่ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นประธานจัดงาน "รวมพลังไทย ช่วยไทยน้ำท่วม" ที่ได้มอบให้สำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวมน้ำใจคนไทย และเร่งระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบบูรณาการทุกภาคส่วน โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11
          กทม.ตั้งงบ 1 พันล.แก้ปัญหาน้ำท่วม
          ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกทม.เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานเขตทุกเขตสำรวจพื้นที่ที่มีปัญหาและความเสียหายจากน้ำท่วม และสรุปรายงานเพื่อที่จะดำเนินการแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยที่ประชุมได้กำหนดกรอบวงเงินจำนวน 1,000 ล้านบาทซึ่งจะมาจากสำนักต่างๆ ของ กทม. เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนและใช้ในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย เช่น ซ่อมแซมถนน และทำสะพานทางเดิน เป็นต้น พร้อมกันนี้ กทม.ได้เตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำในอีก 3 พื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย


กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 75/10 ถ.พระรามที่6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400
ติชมและเสนอแนะที่ : webmaster@dmr.mail.go.th