search
FONTSIZE
ข่าว
>>
ข่าวหนังสือพิมพ์
ยุบรวมกรม ป่าไม้-อุทยาน ครม.อนุมัติแล้ว ลดงานซ้ำซ้อน
วันที่ 11 ก.ค. 2555
ข่าวสดออนไลน์
ครม.ไฟเขียว รวมกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้ เหตุงาน-พื้นที่ซ้ำซ้อนโดยมติครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.โอนกรม อุทยานฯไปรวมกรมป่าไม้ ตามกระทรวงทรัพยากรฯเสนอ อธิบดีกรมป่าไม้เผยน่าจะเป็นเรื่องดี ชี้ประชาชนไม่ต้องแยกแยะที่ไหนเป็นป่าสงวนหรือป่าอนุรักษ์ เพราะทุกที่เป็นป่าเหมือนกันหมด
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) พ.ศ. .... (โอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปรวมกับกรมป่าไม้) ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรฯพิจารณาเห็นว่า กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีภารกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ สงวน คุ้มครอง ฟื้นฟู ดูแล รักษา ส่งเสริม และทำนุบำรุงทรัพยากรป่าไม้ มีลักษณะงานที่ซ้ำซ้อนและมีพื้นที่รับผิดชอบบางส่วนทับซ้อนกัน มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้อย่างเดียวกัน จากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่าเกิดปัญหาในการบริหาร ทั้งในด้านนโยบาย วิชาการ บุคลากร และการบังคับใช้กฎหมาย เป็นเหตุให้ระบบการบริหารงานและการบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศมีเอกภาพและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล สมควรรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับกรมป่าไม้ เป็น 'กรมป่าไม้'
นายศักดา นพสิทธิ์ เลขานุการรมว.ทส. กล่าวว่า กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีลักษณะงานที่ซ้ำซ้อน มีภารกิจที่ใกล้เคียงกันทั้งด้านการอนุรักษ์ สงวน คุ้มครอง ฟื้นฟู ดูแล รักษา ส่งเสริม และทำนุบำรุงทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งในบางพื้นที่รับผิดชอบก็ทับซ้อนกัน แต่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมายด้านป่าไม้อย่างเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเกิดปัญหาทั้งด้านบริหาร นโยบาย บุคลากร การบังคับใช้กฎหมาย จึงเป็นเหตุให้ระบบการบริหารงาน และการบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพ เกิดความล่าช้าในการติดต่อประสานงาน
'เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศมีเอกภาพ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล จึงเห็นควรโอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมเป็นกรมป่าไม้ ซึ่งในการประชุมครม.ครั้งนี้ เป็นเพียงการลงความเห็นเชิงหลักการบริหาร ยังไม่ได้คัดสรรว่าใครจะดำรงตำแหน่งอธิบดี ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณาต่อไป
นายศักดากล่าวว่า หลังจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องตีความ และยกร่าง เพื่อตรวจสอบว่าการยุบรวมของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะทำได้หรือไม่ อย่างไร หลังจากนั้นก็ต้องให้สำนักงานคณะกรรมการพลเรือนพิจารณา และไปที่สำนักงานพัฒนาระบบราชการ และสำนักงบประมาณ ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกระยะ ซึ่งก็ไม่น่าจะนานมาก นับจากนี้ทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯก็จะต้องไปให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องเหล่านี้ สำหรับดำเนินการเตรียมการเพื่อที่จะยุบรวมทั้ง 2 กรมเข้าด้วยกัน
นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การโอนย้ายอำนาจหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯรวมกับกรมป่าไม้ ถือเป็นเรื่องที่ดี มีความเหมาะสม เพื่อความเป็นป่าไม้ โดยที่ประชาชนไม่ต้องแยกแยะว่าพื้นที่ใดคือป่าสงวน หรือป่าอนุรักษ์ ให้เข้าใจเหมือนกันว่าป่าเป็นป่า หรือหากเกิดการบุกรุกพื้นที่ป่า ก็ไม่ต้องมาตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมใด ทุกพื้นที่คือป่าไม้ที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์ ปกป้องดูแลเอาไว้ แม้กระทั่งจุดบริการประชาชนเกี่ยวกับป่าไม้ ซึ่งต่อไปจะต้องมีหน่วยงานเพิ่มขึ้นในระดับท้องถิ่นเป็นป่าไม้อำเภอ ป่าไม้จังหวัด โดยที่ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ต้องมาติดต่อประสานงานที่กรมป่าไม้ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ แต่สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับป่าไม้ได้ตามหน่วยงานระดับท้องถิ่นได้เลย
'ในส่วนของการประสานงานต่างๆ รวมกัน ก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหาใดๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารการจัดการ ซึ่งสถานที่ตั้งทั้ง 2 กรมก็อยู่ใกล้กัน ความรู้ด้านวิชาการต่างๆ ก็สามารถผนวกเข้าด้วยกัน ปัญหาเรื่องการขาดกำลัง คนก็จะมีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปกป้อง ดูแลทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างแน่นอน' อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว
หน้า 1
กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 75/10 ถ.พระรามที่6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400
ติชมและเสนอแนะที่ : webmaster@dmr.mail.go.th