FONTSIZE

ข่าว >> ข่าวประชาสัมพันธ์ >> แผ่นดินไหว
 
ประเด็นถาม – ตอบ เรื่อง แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์
 
1. แผ่นดินไหว (Earthquake) คืออะไร
          "แผ่นดินไหว” เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อระบายความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาอย่างฉับพลันเพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่
 
2. อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหว
          การเกิดแผ่นดินไหว แบ่งได้ 2 สาเหตุ
               - มนุษย์ ได้แก่ การทดลองระเบิดปรมาณู การกักเก็บน้ำในเขื่อน การอัดน้ำปริมาณมากลงชั้นใต้ดิน และแรงระเบิดจากการทำเหมืองแร่ เป็นต้น
               - ธรรมชาติ ได้แก่ การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกหรือรอยเลื่อนมีพลัง ภูเขาไฟระเบิด อุกกาบาตพุ่งชนโลกและดินถล่ม เป็นต้น
 
3. แผ่นดินไหวนำ (Foreshock) แผ่นดินไหวหลัก (Mainshock) แผ่นดินไหวตาม (Aftershock) แตกต่างกันอย่างไร
               - แผ่นดินไหวนำ คือ แผ่นดินไหวขนาดเล็กที่เกิดขึ้นหลายๆ ครั้ง ก่อนเกิดแผ่นดินไหวหลัก
               - แผ่นดินไหวหลัก คือ แผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในช่วงเวลานั้น
               - แผ่นดินไหวตาม คือ แผ่นดินไหวขนาดเล็กที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้ง หลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลัก
 
4. ความร้ายแรงอันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวสามารถบอกได้ในรูปของขนาด (Magnitude) และความรุนแรง (Intensity) มีความแตกต่างกันอย่างไร
               - ขนาดแผ่นดินไหว (Magnitude) เกี่ยวข้องกับปริมาณพลังงานซึ่งถูกปลดปล่อยออกมา ณ ตำแหน่งจุดกำเนิดแผ่นดินไหว ขึ้นอยู่กับความสูงของคลื่น (Amplitude) บันทึกได้ด้วยเครื่องวัดแผ่นดินไหว (มีได้ค่าเดียวและไม่ได้เป็นหน่วยวัดเพื่อแสดงผลของความเสียหาย)
               - ความรุนแรงของแผ่นดินไหว (Intensity) เป็นผลกระทบของแผ่นดินไหวที่มีต่อความรู้สึกของการตอบสนองของผู้คนและความเสียหายของอาคาร สิ่งก่อสร้างและต่อสิ่งต่างๆตามธรรมชาติ มีความมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละแห่งที่ได้รับผลกระทบ ยกตัวอย่างเช่น มาตราวัดเมอร์คัลลี่ (Mercalli) แบ่งออกเป็น 12 ระดับ จากความรุนแรงน้อยมากจนไม่สามารถรู้สึกได้ ตรวจวัดได้เฉพาะเครื่องมือวัดแผ่นดินไหว จนถึงขั้นรุนแรงที่สุดทุกอย่างบนโลกพังพินาศ
 
5. ศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหว และจุดเหนือศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหว คืออะไร
               - ศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหว เป็นจุดเริ่มใต้พื้นดินของการกระจายพลังงานของคลื่นแผ่นดินไหวออกไปทุกทิศทางผ่านตัวกลางชั้นหิน/ดิน
               - จุดเหนือศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหว เป็นตำแหน่ง ณ ผิวดินเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว
 
6. รอยเลื่อนมีพลัง คืออะไร
            รอยเลื่อนบนเปลือกโลกที่สามารถตรวจสอบได้ หรือมีหลักฐานทางธรณีวิทยาว่า ยังคงมีการเลื่อนตัวอยู่ในช่วงเวลาธรณีกาลสมัยโฮโลซีน (Holocene) หรือประมาณ 11,000 ปีมาแล้ว ซึ่งรอยเลื่อนมีพลังดังกล่าวนี้ มีโอกาสก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้อีก
 
7. เราสามารถทำนายตำแหน่ง ขนาด และวันเวลาของการเกิดแผ่นดินไหวได้ก่อนล่วงหน้าหรือไม่
          การเกิดแผ่นดินไหวไม่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ เรารับรู้ถึงแรงสั่นไหวหรือตรวจวัดได้ก็ต่อเมื่อคลื่นแผ่นดินไหวนั้นคลื่นที่ผ่าน
 
8. ความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหว ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง
               (1) ขนาดของแผ่นดินไหว แผ่นดินไหวขนาดใหญ่การสั่นไหวยิ่งรุนแรง
               (2) ระยะทางจากจุดศูนย์เกิดแผ่นดินไหว ยิ่งใกล้การสั่นไหวยิ่งรุนแรง
               (3) ลักษณะชั้นดินและชั้นหินที่รองรับสิ่งปลูกสร้าง ดินอ่อนจะทำให้การสั่นไหวรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
 
9. ผลกระทบ/ความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากอะไร
          ผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว คือการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ส่งผลให้โครงสร้างอาคารต่างๆ ได้รับความเสียหายหรือพังทลาย นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบอื่นได้แก่ เกิดรอยแตกบนพื้นดิน ดินถล่ม และไฟไหม้
 
10. ขณะเกิดแผ่นดินไหว มีทรายพุ/ลาวาโคลนพุ่งออกมาจากบ่อดิน เกิดขึ้นได้อย่างไร  
          ปรากฏการณ์ ทรายพุ (Liquefaction) เกิดจากแรงสั่นสะเทือนของคลื่นแผ่นดินไหวเขย่าชั้นตะกอนทรายที่เกาะกันหลวมๆในชั้นที่อิ่มตัวด้วยน้ำใต้ดิน ทำให้รูปแบบการจัดตัวของตะกอนเปลี่ยนไปเกิดการอัดตัวแน่นของตะกอนทราย เมื่อเกิดแรงดันน้ำเพิ่มสูงขึ้น ตะกอนดังกล่าวจึงถูกดันขึ้นสู่ผิวดิน
 
11. ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ควรมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือแผ่นดินไหวอย่างไร
          จัดทำแผนบูรณาการในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวรายพื้นที่ และซักซ้อมแผนรับมือและการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่
 
12. ข้อปฏิบัติในการเตรียมพร้อมรับมือก่อนเกิดแผ่นดินไหว ควรทำอย่างไร
               - ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน
               - ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
               - ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน
               - ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
               - อย่าวางสิ่งของหนักบนชั้น หรือหิ้งสูง ๆ เมื่อแผ่นดินไหวอาจตกลงมาเป็นอันตรายได้
               - ผูกเครื่องใช้หนักๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน 
               - สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว
 
13. ขณะเกิดแผ่นดินไหว ควรปฏิบัติตัวอย่างไร
          ข้อปฏิบัติขณะเกิดแผ่นดินไหว มีดังนี้ คือ
               - ตั้งสติ พยายามอย่าแตกตื่นตกใจ
               - หากอยู่ในห้องควรรีบหลบอยู่ใต้โต๊ะมือพยายามยึดให้มั่นคง อย่าอยู่ใกล้หน้าต่าง กระจกหรือสิ่งของที่แกว่งไกว
               - หากอยู่ในที่โล่ง ควรรีบหมอบอยู่กับพื้นเอามือป้องศีรษะ ไม่ควรหลบอยู่ใต้ต้นไม้ หรือสายไฟ
               - ไม่ควรใช้ลิฟท์
               - รีบปิดแก็สให้สนิท
               - ขณะขับรถ ให้รีบจอดด้วยความระมัดระวัง
 
14. เมื่อการสั่นไหวสิ้นสุดลง ควรปฏิบัติตนอย่างไร
          ให้ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจากวิทยุและโทรทัศน์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
 
15. เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ท่านควรทำอย่างไร
          ตรวจสอบความเสียหายของอาคารบ้านเรือนโครงสร้างต่างๆ ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมแซมและเสริมความแข็งของอาคารบ้านเรือนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นอีกในอนาคต
 
16. รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย มีกี่รอยเลื่อน พาดผ่านกี่จังหวัด
         รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทยมี 14 รอยเลื่อน พาดผ่าน 22 จังหวัด (รายละเอียดข้อมูลรอยเลื่อนมีพลังสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dmr.go.th)
 
ประเด็นคำถามเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ ที่ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย
 
17. แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ ที่ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย เกิดจากอะไร
          การเลื่อนตัวในแนวราบของรอยเลื่อนมีพลัง กลุ่มรอยเลื่อนพะเยา
 
18. อดีตเคยเกิดแผ่นดินไหวในกลุ่มรอยเลื่อนพะเยาที่สร้างความเสียหายกับประชาชนในพื้นที่หรือไม่
          รอยเลื่อนพะเยาเคยก่อให้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.1 ริกเตอร์ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2537 ซึ่งเกิดจากการเลื่อนตัวในแนวราบแบบเหลื่อมขวาของกลุ่มรอยเลื่อนพะเยาส่วนล่าง สร้างความเสียหายให้กับสิ่งก่อสร้างใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน วัด ประชาชนในพื้นที่อำเภอสรวย และอำเภอพาน รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน
 
19. ทำไมจึงมีแผ่นดินไหวขนาดต่างๆ เกิดขึ้นตามมาจำนวนมากในพื้นที่ ภายหลังเกิดแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ดังกล่าว
          แผ่นดินไหวขนาดต่างๆ ที่เกิดจำนวนมาก เรียกว่าแผ่นดินไหวตาม (Aftershock) เกิดขึ้นภายหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลัก ขนาด 6.3 ริกเตอร์ โดยจำนวนของแผ่นดินไหวตามที่เกิดขึ้นจะลดขนาดและจำนวนลง เมื่อเวลาผ่านไปจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติซึ่งอาจกินเวลานับเดือน/ปี
 
20. แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ ที่ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย จะส่งผลกระทบกับกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังโดยรอบอย่างไร
          แผ่นดินไหวในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังอื่น โดยเฉพาะ 5 กลุ่มรอยเลื่อนโดยรอบ มีโอกาสทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ ได้ในอนาคต ได้แก่ กลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน กลุ่มรอยเลื่อนแม่อิง และกลุ่มรอยเลื่อนปัว กลุ่มรอยเลื่อนแม่ทา และกลุ่มรอยเลื่อน อย่างไรก็ตามต้องมีการศึกษาในขั้นรายละเอียดต่อไป
 
21. ทำไมพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม จึงมีความอ่อนไหวและมีโอกาสเกิดดินถล่ม หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้
          การสั่นไหวจากแผ่นดินไหว ได้ทำให้ลาดดินบริเวณเชิงเขามีเสถียรภาพลดลง ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มโดยเฉพาะบริเวณที่มีรอยแยกรอยแตกของแผ่นดินและอยู่ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหว จึงควรระมัดระวังขณะฝนตกหนัก
 
22. พื้นที่ลักษณะใดมีโอกาสเกิดทรายพรุ (liquefaction) ขึ้นบ้าง จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์
          พื้นที่ที่จะเกิดทรายพรุนั้น ชั้นดินต้องเป็นตะกอนทราย จับตัวกันแบบหลวมๆ ปิดทับด้วยชั้นดิน เมื่อเกิดแผ่นดินไหวค่อนข้างรุนแรงที่ทำให้อัตราเร่งของผิวดินมากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ของแรงโน้มถ่วงโลก (ปรากฏการณ์ทรายพุ ไม่ได้เกิดขึ้นทุกที่และทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว)
 
23. ผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น มีโอกาสที่จะเกิดเขื่อนแตกหรือไม่
          การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ มีการดำเนินงานครอบคลุมทุกขั้นตอนเพื่อรองรับการเกิดแผ่นดินไหวไว้แล้วตั้งแต่เริ่ม ออกแบบ การก่อสร้าง การใช้งานและการบำรุงรักษาเพื่อความปลอดภัย ด้านการออกแบบเขื่อนได้นำแรงแผ่นดินไหวตามประกาศของกรมทรัพยากรธรณีและข้อกำหนดตามมาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ในสมัยนั้น มาคำนวณออกแบบสำหรับรองรับแผ่นดินไหวไว้แล้ว และหลังการก่อสร้างได้มีการทบทวนการรับแรงแผ่นดินไหวในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ เขื่อนใหญ่ เช่น เขื่อนศรีนครินทร์สามารถรองรับแรงแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ (ที่มา: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย)
 
24. ควรทำอย่างไร เพื่อให้ประชาชนตระหนักและเตรียมพร้อมในการรับมือกับภัยแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้น
          เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยแผ่นดินไหวทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการแก่ประชาชนในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว เพื่อนำไปสู่การลดผลกระทบทั้งทางด้านชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจ สร้างความมั่นใจและเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนที่ต้องเผชิญกับธรณีพิบัติภัยแผ่นดินไหว
 
25. กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการอะไร สำหรับการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้
               1) ตรวจสอบ รวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลแผ่นดินไหว เพื่อแจ้งผ่านข้อความสั้น (SMS) ให้สื่อมวลชน และเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยทราบข้อมูลเบื้องต้น และได้จัดแถลงข่าวเรื่อง "เฝ้าระวังรอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย” โดย อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.00 น. เพื่อสร้างความเข้าใจแก่สื่อมวลชนและประชาชนได้ทราบถึงสาเหตุการเกิด ผลกระทบ และการพยากรณ์สถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันเป็นผลมาจากการเลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนพะเยา
               2) แจ้งให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มที่มีรอยแยกรอยแตกของแผ่นดิน และอยู่ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหว ระมัดระวังดินถล่มขณะเกิดฝนตกหนัก เนื่องจากลาดดินบริเวณเชิงเขามีเสถียรภาพน้อยลง อาจเกิดดินถล่มขึ้นได้ รวมถึงได้ประสานแจ้งเตือนเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวเพื่อเตรียมการเฝ้าระวังตรวจวัดปริมาณน้ำฝนให้สามารถรองรับสถานการณ์หากเกิดดินถล่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
               3) เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหว เนื่องจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อรอยเลื่อนที่อยู่โดยรอบ 5 กลุ่มรอยเลื่อน
               4) จัดทำแผนที่บริเวณเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวของประเทศไทย (ปี พ.ศ. 2553) ซึ่งประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลัง จำนวน 14 รอยเลื่อน พาดผ่าน 22 จังหวัด 106 อำเภอ 308 ตำบล 1,406 หมู่บ้าน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550
               5) จัดทำแผนที่บริเวณเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวรายภาคแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนที่บริเวณเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวรายจังหวัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ดำเนินการพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และลำพูน
               6) เร่งดำเนินการตรวจสอบและรวบรวบข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาคสนาม เพื่อทำการประเมินความรุนแรงของแผ่นดินไหวตามมาตราเมอร์คัลลี พร้อมจัดทำแผนที่ความรุนแรงของแผ่นดินไหว (Earthquake Intensity Map)
               7) ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดคลื่นไหวสะเทือนขนาดเล็ก และเครื่องตรวจวัดอัตราเร่งของพื้นดิน ครอบคลุมพื้นที่รอยเลื่อนพะเยา เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังติดตามพฤติกรรมการเลื่อนตัวของ รอยเลื่อนมีพลังบริเวณดังกล่าว
               8) เร่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยแผ่นดินไหวทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและอาจจะเกิดขึ้น ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการแก่ประชาชนในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว เพื่อนำไปสู่การลดผลกระทบทั้งทางด้านชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ต้องเผชิญกับธรณีพิบัติภัยแผ่นดินไหว โดยเน้นกลุ่มเยาวชน และสถานศึกษาเป็นสำคัญ
 
 
 
© 2559 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์โดย กรมทรัพยากรธรณี
ที่อยู่ กรมทรัพยากรธรณี 75/10 ถ.พระรามที่6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ : webmaster@dmr.mail.go.th
เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับ IE 9 ขึ้นไป, FireFox 22 ขึ้นไป Google Chrome 28 ขึ้นไป, หน้าจอขนาด 1366x768 pixel