เกาะตะปู ตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

 

ที่ตั้ง
    เกาะตะปูหรือเขาตะปู ตั้งอยู่ในบริเวณทะเลด้านนอก ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา คิดเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร จากที่ทำการอุทยานฯตามลำคลองเกาะปันหยี เดินทางไปถึงได้โดยทางเรือจากอ่าวพังงา ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 3 ชั่วโมง รวมแวะเที่ยวเกาะปันหยี และเกาะเขาพิงกันซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันกับเกาะตะปู

ลักษณะของแหล่ง
    เกาะตะปู มีลักษณะเป็นเกาะเดี่ยว รูปร่างคล้ายตะปู มีศัพท์เฉพาะทางธรณีวิทยาว่า เกาะหินโด่ง (Stack) อยู่ทางด้านเหนือในเวิ้งอ่าวของเกาะเขาพิงกัน ซึ่งประกอบด้วย เกาะสองเกาะที่เชื่อมต่อกันด้วยสันดอนเชื่อมเกาะ (Tombolo) เกาะทางด้านทิศตะวันตก เรียกว่า เขาพิงกัน เพราะมีรอยเลื่อน (Fault) เกิดขึ้น ทำให้หินเลื่อนออกจากกันในแนวตั้ง จึงมีลักษณะเหมือนหินสองแผ่นพิงกันอยู่ บริเวณสันดอนเชื่อมเกาะพิงกันนี้เป็นแหล่งขายของที่ระลึก จอดเรือ และเป็นศูนย์รวมนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมเขาพิงกันและเกาะตะปู การชมเกาะตะปูต้องชมในระยะไกลจากเรือ หรือจากสันดอนของเกาะเขาพิงกัน ไม่สามารถขึ้นไปบนเกาะได้
 

 

ธรณีวิทยาและการเกิดเกาะตะปู
     เกาะตะปู เกาะเขาพิงกัน และเกาะอื่น ๆ ที่มีอยู่มากมายในอ่าวพังงา เป็นเขาหินปูน (Limestone) มีอายุยุคเพอร์เมียน (Permian) หรือประมาณ 295-250 ล้านปี เนื่องจากหินปูนมีคุณสมบัติสึกกร่อนจากการละลายน้ำได้ง่าย ดังนั้นเกาะต่าง ๆ ในบริเวณอ่าวพังงาจึงมีรูปร่างแปลก ๆ และมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการผุพังทำลายของเนื้อหิน
กำเนิดของเกาะตะปูมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลสมัยโบราณ เดิมเกาะตะปูและเกาะเขาพิงกันด้านตะวันออกมีสภาพเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน และอยู่บนผืนแผ่นดิน การเคลื่อนไหวของเปลือกโลกในเวลาต่อมา ทำให้เกิดมีรอยเลื่อนใหญ่เป็นแนวยาวพาดผ่านพื้นที่อ่าวพังงาด้านตะวันตก เรียกว่ารอยเลื่อนคลองมะรุ่ย รอยเลื่อนนี้ทำให้เกิดรอยเลื่อนย่อย ๆ ติดตามมาดังจะเห็นได้จากรอยเลื่อนที่เขาพิงกัน รอยเลื่อน รอยแตก และรอยแยกที่พบในหินปูนเกาะตะปู นอกจากนั้น รอยเลื่อนยังทำให้เกิดการหักพังของหินขึ้นในบริเวณรอยต่อระหว่างเขาตะปูและเขาพิงกันทางด้านตะวันออก ทำให้เขาตะปูแยกออกมาเป็นเขาลูกโดด
     แผ่นดินเขาตะปูและเขาพิงกันได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลที่แผ่ขยายเข้ามาท่วมในช่วงหลังสุดเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่เขาพิงกัน และเขาตะปูมีสภาพเป็นเกาะ โดยบริเวณเขาตะปูเป็นหัวแหลมยื่นออกไปในทะเล ต่อมาหัวแหลมถูกคลื่นกัดเซาะและขัดเกลา จนกระทั่งมีรูปทรงเรียวและขาดออกจากตัวเขาพิงกันตะวันออกอย่างเด่นชัด มีสภาพเป็นเกาะหินโด่ง
     น้ำทะเลที่ขึ้นสูงสุดเมื่อประมาณ 6,000 ปีที่ผ่านมา มีระดับสูงกว่าระดับปัจจุบันประมาณ 4 เมตร การขึ้นลงของน้ำทะเล ได้กัดเซาะเกาะตะปูให้เกิดเป็นแนวรอยน้ำเซาะหิน เว้าเข้าไปที่ระดับดังกล่าว ต่อมาน้ำทะเลลดระดับลงมาอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2.5 เมตร จากระดับน้ำทะเลปัจจุบัน ระดับน้ำทะเลใหม่ได้กัดเซาะส่วนล่างของเกาะตะปูให้เกิดเป็นรอยน้ำเซาะหินแนวใหม่ คือ ระดับที่เป็นส่วนคอดกิ่วที่สุด และเป็นบริเวณที่มีสิ่งมีชีวิตเช่น หอย เพรียง เกาะอาศัยอยู่โดยรอบเมื่อได้นำซากหอยนางรมที่ติดอยู่ในแนวรอยกัดเซาะนี้ไปหาอายุโดยวิธีคาร์บอนรังสี (C14) ได้อายุประมาณ 2,620 + 50 ปี แสดงว่ารอยคอดกิ่วนี้เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลเมื่อเวลาประมาณ 2,500 ปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นน้ำทะเลจึงลดระดับลงมาอยู่ที่ระดับปัจจุบัน ส่วนที่คอดกิ่วที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 ปีที่ผ่านมานี้เอง ทำให้เกาะตะปูมีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ

 

ปัญหาของเกาะตะปูและแนวทางการอนุรักษ์
     จากสภาพที่เกาะตะปูมีส่วนฐานคอดกิ่ว โดยมีสาเหตุของการสึกกร่อนมาจากการกัดเซาะของน้ำทะเล การขุดเจาะเนื้อหินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์จำพวกหอยนางรม เพรียง ปู ฯลฯ ความแรงของคลื่นลมในฤดูมรสุม การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลก เนื่องจากปฏิกิริยาเรือนกระจกอันอาจมีผลให้คลื่นลมเปลี่ยนความเร็ว และสุดท้ายคือการ ถูกรบกวนด้วยกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การจอดเรือโดยการทิ้งสมอการผูกเรือไว้รอบเกาะ รวมทั้งคลื่นจากเรือหางยาวที่วิ่งรอบเกาะ สิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของการพังทะลายของเกาะตะปูทั้งสิ้น สำหรับแนวทางการอนุรักษ์นั้น นอกจากจะต้องจำกัดกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งจะรบกวนต่อเกาะตะปูแล้ว ต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดทางด้านธรณีวิทยา เช่น วัดรอยแตกรอยแยก ซึ่งจะมีผลต่อการพังของหิน และหาโพรงในเนื้อหินที่ฐานรากของเกาะ ศึกษารายละเอียดทางด้านวิศวกรรม เพื่อคำนวณหาน้ำหนักของส่วนบนที่กดทับลงบนฐานราก หาสมบัติความแข็งแรงในการรับน้ำหนักของหินปูน หาอายุของซากหอยที่สัมพันธ์กับรอยน้ำเซาะ ทั้งนี้เพราะหอยนางรมเป็นสัตว์เกาะติดที่ (Sessile) ที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ในระดับน้ำขึ้นน้ำลง อายุซากหอย คือช่วงเวลาที่น้ำทะเลได้กัดเซาะให้เกาะตะปูเกิดรอยเว้า รอยเว้าที่น้ำทะเลกัดเซาะหินปูนนำไปคำนวณหาอัตราการกัดเซาะต่อปีของเกาะตะปู ข้อมูลจากการศึกษาเหล่านี้จะเป็นแนวทางในการออกแบบทางวิศวกรรมโครงสร้าง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับส่วนที่คอดกิ่ว อย่างสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมให้มากที่สุด

 

 

แผนที่ธรณีวิทยา

 

 

แผนที่เส้นทาง

 

 

 
© 2559 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์โดย กรมทรัพยากรธรณี
ที่อยู่ กรมทรัพยากรธรณี 75/10 ถ.พระรามที่6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ : webmaster@dmr.mail.go.th
เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับ IE 9 ขึ้นไป, FireFox 22 ขึ้นไป Google Chrome 28 ขึ้นไป, หน้าจอขนาด 1366x768 pixel