องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า

 
พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า

 
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า ได้ก่อสร้างตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้าในบริเวณที่ตั้งที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า
 
นายณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า กล่าวถึงการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ว่า จากความรร่วมมือกับนักวิชาการในการเดินสำรวจบริเวณถ้ำกล้วย ม.7 ต.ทุ่งหว้า คณะสำรวจได้ค้นพบซาก ดึกดำบรรพ์ ที่มีอายุกว่า 1.8 ล้านปี รวม 215 ชิ้น ในพื้นที่ 5 จุดตลอดความยาวถ้ำ มีชิ้นส่วนของกระดูกสันหลังและฟันกรามของแรด ชิ้นส่วนของขวานหินคันโบราณอายุกว่า 5 พันปี และที่สำคัญมีการค้นพบหลักฐานชิ้นสำคัญของช้างสเตโคดอน ที่สูญพันธุ์ไปแล้วหลายพันล้านปี ซึ่งการค้นพบช้างสเตโคดอนในพื้นที่จังหวัดสตูลถือว่าเป็นการค้นพบซาก ดึกดำบรรพ์เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในพื้นที่ภาคใต้


นอกจากนี้ถ้ำกล้วยยังมีความสวยงามของหินงอกหินย้อย บรรยากาศภายในถ้ำมีลมพัดผ่าน และมีความกว้างเหมือนเป็นที่อยู่ของมนุษย์ยุคโบราณ โดยถ้ำแห่งนี้ชาวบ้านในพื้นที่เรียกว่าถ้ำเล มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ปลายถ้ำสามารถทะลุออกบริเวณอันดามัน โดยการเดินทางด้วยเรือคายัคหรือ เรือยางพาย และจากการขุดพบซากดึกดำบรรพ์ที่มีจำนวนมาก อบต.ทุ่งหว้าจึงจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ช้าง ดึกดำบรรพ์ขึ้น เป็นพิพิธภัณฑ์ทางธรณีวิทยาที่ถือว่าเป็นท้องถิ่นเดียวในประเทศไทยที่ดำเนินการทางด้านนี้ เพื่อเก็บรวบรวม ซากดึกดำบรรพ์และวัตถุโบราณต่างๆ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษา ที่เปิดกว้างแก่ผู้ที่สนใจทั่วไป
 
 
 
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า ได้ทำบันทึกความเข้าใจ(MOU) ด้านข้อมูลวิชาการ เรื่องซากดึกดำบรรพ์(ฟอสซิล)กับพิพิธภัณฑ์วิจัยไม้กลายเป็นหินฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยจะเชิญ ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และนายธรรมรัตน์ นุตะธีระ อาจารย์ประจำพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา โรงเรียนกำแพงวิทยา มาให้คำแนะนำด้วยว่า ควรจัดแสดงนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์อย่างไร

สตูลเป็นเมืองท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่า ภูเขาถ้ำ น้ำตก ทะเล เกาะต่างๆ ต่อไปหากกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถจัดตั้งอุทยานฯตะรุเตา – เภตรา – ละงู – ทุ่งหว้า เป็นอุทยานธรณีแห่งชาติ และผลักดันเป็นอุทยานธรณีโลกต่อ UNESCO ได้ ก็จะมีนักท่องเที่ยวก็จะเข้ามามากขึ้น ที่ถ้ำวังกล้วย สามารถทำกิจกรรมพายเรือคายัคนำนักท่องเที่ยวไปชมจุดค้นพบฟอสซิลได้ จากนั้นพากเรือออกทะเลชมป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์
 
 
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนเมษายนของทุกๆปี มักจะมีนักวิชาการจากพิพิธภัณฑ์วิจัยไม้กลายเป็นหินฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ลงมาสำรวจฟอสซิลในพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า สอนวิธีการสำรวจ การขุดค้นต้องเก็บข้อมูล ทำแผนที่ วัดพิกัดตำแหน่งที่ตั้ง ฯลฯ ให้กับผู้สนใจ

ต่อไปชาวบ้านจะเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวเอง สามารถบรรยายความสำคัญและความน่าสนใจของสถานที่ต่างๆ เกิดกิจกรรมอื่นๆ ตามมา เช่น ร้านขายอาหาร เครื่องดื่ม กิจการให้เช่ารถจักยาน - รถจักรยานยนต์แก่นักท่องเที่ยว ที่พักนักท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ของชาวบ้านมีการขายสินค้าที่ระลึก สินค้าโอทอป

 
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า เลขที่ 206 หมู่ 6 ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล 91120
ติชมและเสนอแนะที่ : โทร 074-789317