เฟลด์สปาร์,แร่ฟันม้า( Feldspar )

 

แร่เฟลด์สปาร์,แร่ฟันม้า( Feldspar )

ขื่อแร่
ชื่อแพลจิโอเคลสมาจากภาษากรีก หมายถึงเอียง (Obilique) เนื่องจาก แนวแตกเรียบเอียงทำมุมกันแพลจิโอเคลสเฟลด์สปาร์ จะเกิดในลักษณะที่เรียกว่า โซลิดโซลูชัน (Solid solution) คือ จากแอลไบต์ที่บริสุทธิ์ NaAlSi3O8 ถึงอะนอร์ไทต์บริสุทธิ์ CaA2Si2O8 แคลเซียมจะเข้าแทนที่โซเดียมในสัดส่วนต่างๆ กันเท่าใดก็ได้หากเราทราบ จำนวนอัตราของแคลเซียมต่อโซเดียมในแพลจิโอเคลส เราก็สามารถบอกว่าเป็นชนิดไหนได้ ซึ่งช่วยมาก ในการแยกแยะชนิดของหินอัคนีชนิดต่างๆ เป็น 6 แบบหรือ 6 ชนิดด้วยกันคือ

  • แอลไบต์ Albite
  • โอลิโกเคลส Oligoclase
  • แอนดีซีน Andesine
  • แลบราโดไรต์ Labradorite
  • ไบโทว์ไนต์ Bytownite
  • อะนอร์ไทต์ Anorthite

 

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบไทรคลินิก อาจจะเกิดเป็นผลึกแฝด ตรงผิวหน้าผลึกหน้าหนึ่งหรือทั้งหน้าตรงข้าม จะมีร่องขนานถี่ (Striation) เห็นได้ชัดมากมาย มีทั้งชนิดเนื้อสมานแน่นหรือเกิดเป็นมวลเมล็ดในหินอัคนี แนวแตกเรียบ 2 แนวเอียงทำมุมกัน แข้ง 6 ถ.พ.ของแอลไบต์ 2.62 จะค่อยเพิ่มขึ้นเมื่อมีแคลเซียมเพิ่ม ซึ่ง ถ.พ. ของอะนอร์ไทต์จะสูงที่สุด 2.76 สีอาจเป็นสีขาว สีเทา สีเขียว สีเหลือง สีแดงเข้ม หรือไม่มีสี วาวคล้ายแก้วและคล้ายมุก เนื้อผลึกมีลักษณะโปร่งใสถึงโปร่งแสง อาจจะเล่นสีได้ด้วยโดยเฉพาะแพลจิโอเคลสชนิดแลบราโดไรต์และแอนดีซีน

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
แตกต่างจากเฟลด์สปาร์ชนิดโพแทสเซียม ตรงที่มีร่องขนานถี่ๆ เกิดเป็นแนวๆ ขนานอยู่มาก พวกโพแทสเซียมจะไม่พบ

การเกิด
พบเป็นแร่ประกอบหินในหินอัคนี หินแปรและหินชั้น เกิดร่วมกับออร์โทเคลสและไมโครไคลน์ในหินแกรนิต ไซอีไนต์ ไรโอไลต์ และแทรไคต์ การแบ่งชนิดของหินอัคนีส่วนใหญ่ใช้ดูปริมาณของ เฟลด์สปาร์เป็นหลัก คือ ถ้ามีเปอร์เซ็นของซิลิกาในหินมากขึ้นเท่าไร หินนั้นก็ยิ่งมีสีอ่อน (color index) และถ้ามีโพแทสเฟลด์สปาร์หินนั้นก็จะมี ีแพลจิโอเคลสจำพวกโซเดียมมากขึ้นเท่านั้น แอลไบต์ พบในหินอัคนีชนิดที่เป็น กรด (acid rock) และพบในหินแพกมาไทต์ แอลไบต์ที่ผลึกเป็นแผ่น (plate) เรียกว่า คลีฟแลนไดต์ (cleavelandite) ในไทยพบที่ ต.หาดส้มแป้น จ. ระนอง แอลไบต์บางตัวจะแสดงคุณสมบัติในการเหลือบกลิ้งกลอกอย่างน้ำค้างเรียกว่า moonstone มุกดา ชื่อแอลไบต์มาจากภาษาละตินหมายถึง สีขาว ซึ่งเป็นสีของแร่ โอลิโกเคลส เป็นตัวแพลจิโอเคลสที่สำคัญของหินแกรนิตและหินไรต์โอไลต์ พบที่นอร์เวย์ โอลิโกเคลสที่มีฮีมาไทต์อยู่ในตัวของมันมองคล้ายเกล็ดสีทอง เรียกว่าอะเวนจูรีนโอลิโกเคลส หรือทรายทอง (sunstone) ชื่อโอลิโกเคลส มาจากภาษากรีก หมายถึง รอยแตกเล็กๆ แอนดีซีน เป็นตัวแพลจิโอเคลสที่สำคัญของหินไดออไรต์ และหินแอนดีไซต์ ไม่ค่อยพบแร่ตัวนี้มากนัก ชื่อมาจาก ชื่อเทือกเขา แอนดีสซึ่งประกอบด้วยหินแอนดีไซต์ลาวา แลบราโดไรต์ เป็นตัวแพลจิโอเคลสที่สำคัญของหินแกบโบรและหินบะซอลต์ พบมากในหินอัคนี หินอัคนีชนิดที่มีแลบราโดไรต์ชนิดเดียวล้วนๆ เรียกว่า หินอะนอร์โทไซต์ บตามชายฝั่งแลบราดอร์ จึงได้ชื่อว่า แลบราโดไรต์ ไบโทว์ไนต์ ไม่ค่อยพบมากนักในหินอัคนี ชื่อแร่มาจากชื่อเมือง Bytown ในประเทศแคนาดา อะนอร์ไทต์ ไม่ค่อยพบมากนัก ส่วนมากพบในบริเวณที่หินแปรสัมผัสกับหินปูน ชื่อมาจากภาษากรีก หมายถึงเอียง (oblique) เนื่องจากผลึกอยู่ในระบบไทรคลินิก

ประโยชน์
ใช้ประโยชน์ได้น้อยกว่าโพแทชเฟลด์สปาร์ แอลไบต์ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องเคลือบดินเผาเช่นเดียวกับออร์โทเคลส แลบราโดไรต ์ซึ่งแสดงคุณสมบัติในการเล่นสี จึงนำมาขัดทำหินประดับ แร่อื่นๆที่แสดงคุณสมบัติแบบแร่โอปอ (Opalescence) นำมาเจียระไนเป็นพลอยประดับได้ เช่น แอลไบต์ชนิดดีๆ เจียระไนได้สวยงามและเรียก Moonstone

 
 
© 2559 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์โดย กรมทรัพยากรธรณี
ที่อยู่ กรมทรัพยากรธรณี 75/10 ถ.พระรามที่6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ : webmaster@dmr.mail.go.th
เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับ IE 9 ขึ้นไป, FireFox 22 ขึ้นไป Google Chrome 28 ขึ้นไป, หน้าจอขนาด 1366x768 pixel