บันทึกข้อมูลแผ่นดินไหวในประวัติศาสตร์ไทย

 

รวบรวมโดย คุณสุทธิพันธ์ ขุทรานนท์, นักประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ,
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (RSA/06/2539)

 

ปี

วัน เวลา

ตำแหน่งที่เกิด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เอกสารอ้างอิง

ไม่ปรากฎศักราช (เรื่องจากตำนาน) ไม่ปรากฎ   ดูราชปุริสทั้งหลาย ดังเราจักรู้มามีในกาลเมื่อก่อนเฒ่าเก่าเล่ามาเป็นปรำปราสืบ ๆ มาว่าดังนี้ กาลเมื่อก่อนนั้น ก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีและคนเที่ยว ไปมาหากัน บ่ ขาดเมื่อนั้นยังมีขุนใหญ่ 3 คน ผู้หนึ่งชื่อขุนดาน อยู่สร้างบ้านเมือง ลุ่มกินปลาเฮ็ดนาเมืองลุ่มกินข้าวเมื่อนั้นแถนจึงใช้ให้มากล่าวแก่คนทั้งหลายว่า ในเมืองลุ่มกินข้าวให้บอกให้หมายกินและกินง่ายนี้กินข้าวให้บอกให้ก็ให้บอก แก่แถนได้กินขึ้นก็ให้ส่งขา ได้กินปลาก็ให้ส่งรอยแก่แถน แม้นใช้มาบอกสองทีสามทีก็ บ่ฟังหั่นแล แต่นั่น แถนจึงให้น้ำท่วมเมืองลุ่ม ลีดเลียงท่วมเมืองเพียงละลายคนทั้งหลายก็ฉิบหายมากนักซะแล พงศาวดารล้านช้าง ประชุมพงศาวดาร เล่ม 2 องค์การค้าของคุรุสภา : นคร, 2506 หน้า 137
พ.ศ. 480 (มหาศักราช 67 ตัวปีเมิงได้เดือน 10ฤติยเพ็ญ วันพฤหัสบดี ยามรุ่งแจ้ง) วันพฤหัสบดี เดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำ ครั้งที่ 2 ปีมะเส็ง เวลารุ่งอรุณ โยนกนครหรือเมืองนาค พันธุสิงหนวัตินคร แผ่นดินไหวหวั่นฟ้าร้องดอยคางนักปูนอัศจรรย์ขนดิงลุกสู่คนแล พงศาวดารเมืองเงินยางเชียง และประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดารเล่ม 33 องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร 2512 หน้า 284
พ.ศ. 481(มหาศักราช 68 ตัวปีเบิกไข้ เดือน 8 เพ็ญวันศุกร์ ยามรุ่งแจ้ง) วันศุกร์ เดือน 6 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะเส็ง เวลารุ่งอรุณ โยนกนคร แผ่นดินไหวฟ้าร้องดอยคาง ฝนตกน้ำใหญ่ น้ำน้อยปูนอัศจรรย์มากนัก พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดาร เล่ม 33 องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร 2512 หน้า 284
พ.ศ. 500 (ปีมะโรง สัมฤทธิศก จ.ศ.86 ปีกุน)   หริกุญไชย (ลำพูน) และสมเด็จพระเจ้าอภัยดามมินีราชใช้ให้เสนาอำมาตย์สร้างพระมหาปราสาท จึงให้เกณฑ์เอาชาวบ้านมาถากไม้ ตั้งเสาพระมหาปราสาท และพรานนั้น ก็ต้อง เกณฑ์มาถากไม้จึงเอากุมารนั้นเข้ามาไว้ด้วย และร้อนด้วยรัศมีพระอาทิตย์ พรานนั้นจึงเอากุมารเข้ามาไว้ในร่มพระมหาปราสาท ๆ ก็โอนไปเป็นหลาย ที่พระยาเห็นก็หลากพระทัย พงศาวดารเหนือประชุมพงศาวดาร เล่ม 1 องค์การค้าของคุรสภาพระนคร,2512 หน้า 9
พ.ศ. 510 (มหาศักราช 97 ตัวปีเมิงไส้ เดือน 10 เพ็ญวันจันทร์ ยามค่อนรุ่ง) วันจันทร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเส็งเกือบสว่าง โยนกนคร แผ่นดินซ้ำไหวหวั่นฟ้าร้องดอยคางสามทีนี้แล พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดารเล่ม 33 องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร 2512, หน้า 284
พ.ศ. 515 (มหาศักราช 102 ตัวปีเตา เดือน 8ออก 14 ค่ำ วันอังคารยามตูดซ้าย) วันอังคาร ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 ปีจอร่วมบ่าย โยนกนคร แผ่นดินซ้ำไหวหวั่นท้องฟ้าร้องดอยคางเป็นมหาปางอันใหญ่ปูนอัศจรรย์ใจกว่า ทุกทีทั้งหลายแล ท่านตั้งเมืองมาได้ 57 ปีนี้ แผ่นดินไหวใหญ่ 4 พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน ประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดารเล่ม 33 องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร,2512 หน้า 284-284
พ.ศ. 1558 (ศักราชได 467 ตัวปีเมิงเม้า ศาสนาพระพุทธเขาล่วงไปได้ 1003 ปี ศักราช 467 คือ จ.ศ.467 นายมานิต วิลล์โภพม สอบกันได้ว่าที่ถูกคือ จ.ศ. 376 ตรงกับปีเถาะ พ.ศ. 1558 ศาสนาพระพุทธเจ้าหมายถึง ระยะเวลาที่พระยาพันธนติสิ้นพระ ชนมไปและจำนวน 1003 ปี ที่ถูกเป็น 998 ปี วันเสาร์แรม 7 ค่ำ เดือน 5 (เดือน 7 แรม 7 ค่ำ วันเสาร์) โยนกนคร สุริยอาทิตย์ก็ตกไปแล้ว ก็ได้ยินเสียงเหมือนดั่งแผ่นดินดังสนั่นหวั่นไหวประดุจดังว่าเวียงโยนกนครหลวง ที่นี้จักเกลื่อนจักพังไปนั้นแลแล้วก็หายไปครั้งหนึ่ง ครั้งถึงมัชฌิมยามก็ซ้ำดังมาเป็น คำรบสองแล้วก็หายนั้นแล ถึงปัจฉิมยามก็ซ้ำดังมาเป็นคำรบสาม หนที่สามนี้ดังยิ่งกว่าทุกครั้งคราวที่ได้ยินมาแล้ว กาลนั้นเวียงโยนกนครหลวง ที่นั้นก็ยุบจมลงเกิดเป็นหนองอันใหญ่ยามนั้นคนทั้งหลายอันมีในเวียงนั้น มีพระมหากษัตริย์เป็นประธานก็วินาสฉิบหายตกไปในน้ำที่นั้นสิ้นยังเหลือ อยู่แต่เรือนยามแม่หม้ายเฒ่าหลังเดียวนั้นแลศักราชได้ 376 ตัวปีเมิงเม้า เดือน 8 ออก 7 ค่ำ วันอังคาร (=วันอังคาร ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 1558) เขาทั้งหลายก็พร้อมกันสร้างเวียงลูกหนึ่งริมฝั่งน้ำของถ้ำตะวันตกมีหนตะวันออก เวียงโยนกนครเก่า คือว่าเวียงอันจมไปแลครั้นสร้างบริบูรณ์แล้วก็ให้ขุนลัง ตั้งอยู่เป็นใหญ่ แก่บ้านเมืองแห่งเขาแล้วก็เรียกว่าเวียงปรึกษา นั้นแล พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน ประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดาร 2512 หน้า 44-48 และมานิต วัลลิโภดม ตำนานสิงหนวัติกุมาร ฉบับสอบค้นโรงพิมพ์ สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี กรุงเทพฯ, 2416 หน้า 94-98
พ.ศ. 1860 (ศักราช 1246) สมัยพญาลิไท สุโขทัย เมื่อพญาลิไทตั้งจิตอธิษฐานออกผนวชมีจารึกว่าอธิษฐานดังนี้แล้ว จึงรับสรณาคมต่อพระอุปัชฌาย์ ขณะนั้นแผ่นดินไหวทั่วทุกทิศเมืองสุโขทัย ครั้งทรงผนวชแล้วเสด็จลงมาจากพระมหาสุวรรณแหมปราสาท ทรงไม้เท้าจรดจรดลด้วยพระบาทเสด็จพระราชดำเนินไปป่ามะม่วง ขณะประดิษฐานฝ่าพระบาทลงยังพื้นธรณีปฐพีก็หวั่นไหวทั่วทุกทิศทินสาธร เข้าพรรษาวันนั้นจึงเสด็จออกเสวยพระโชรศขณะนั้นไม่ควรเลยสรรพไม่เสบย เสพนานา อากาศดาษสุริยเมฆาจันทรปรายต์กับดาราฤกษ์ทั้งปวงยิ่งกว่าทุกวันด้วย ฉะนั้นจึงเสด็จบรรพชาเป็นภิกษุในระหว่างพัทธสีมานั้น ขณะนั้นนาคราชตนหนึ่งอยู่โดยบุรพทิศเมืองสุโขทัยนั้นยกพังพานขึ้นสูงพันคน แปรตาไปเฉพาะป่ามะม่วงนั้นเห็นรอยผลุดพลุ่งกลางอากาศต่อแผ่นดิน อนึ่งเวลานั้นได้ยินเสียงระฆังดนตรีตุริยางค์ไพเราะใกล้โสตของชมเป็นอันมาก จะพรรณานับมิได้แต่บรรดามหาชนที่มาสโมสรสันนิบาตในสถานที่นั้น ย่อมเห็นการอัศจรรย์ประจักษ์ทุกคน เหตุด้วยเสด็จออกทรงบำเพ็ญพระบารมี เมื่อทำอัษฎางดิกศีล เมื่อฤดูคิมหันต์ไม่มีฝน ด้วยอำนาจศิลและครามอธิฐานพระบารมีด้วย พงศาวดารเล่ม 1องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร, 2512 หน้า 180
พ.ศ. 2068 (ศักราช 887 ระกาศก) สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 หลายเมือง น้ำน้อยข้างเสียสิ้นทั้งปวง อนึ่งอุบาทว์หลายประการ ครั้นรุ่งปีขึ้นศักราช 888 จบศก (พ.ศ. 2069) ข้าวแพงเป็น 3 ทนาน ต่อเฟื้องเบี้ยแปดร้อย เกียนหนึ่งเป็นเงินซึ่งหกตำลึง พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสร็ฐอักษรปิติ ประชุมพงศาวดารเล่มองค์การค้าคุรุสภา : พระนคร, 251 หน้า 141
พ.ศ. 2089 (ศักราช 908 มะเมียศก สมัยสมเด็จพระยอดฟ้า เดือน 6 อยุธยา สมเด็จพระไชยราชาธิราชเจ้านฤนาทจึงสมเด็จพระเจ้ายอดฟ้ารพราช กุมารท่านเสวยราช สมบัติพระนครศรีอยุธยา ในปีนั้นแผ่นดินไหว พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ องค์การค้าของคุรุสภา : พระนคร, 2512 หน้า 143
พ.ศ. 2103 ( ปีกดสัน จุลศักราช 922) สมัยเจ้าพระยาหน่อค้าเสถียรชัย สงครามเป็นเจ้าเมือง น่าน อนึ่ง ด้วยเจดีย์หลวงท้าวอ้ายยาม สร้างนั้นสูง 17 วา กว้าง 10 วา นั้นก็เป็นที่หลุพังตับด้าน คือบัลลังก็ด้านเหนือนับแล พระยาหม่อดำเสถียรชัยสงคราม ได้เป็นเจ้าเสวยเมืองน่านแล้ว ท่านก็พร้อมกับด้วย พระสังฆเจ้าทั้งหลายหมายมีมหาสามี เจ้ากัลยาโณวันศรีบุญเรืองเป็นเค้าและชาวบ้านชาวเมืองทั้งมวล พากันริร่งสร้างซ่อมก่อบัลลังก์ หื้อดีงามดังเก่า พงศาวดารการเมืองน่าน ประชุมคุรุสภา : พระนคร, 2506 หน้า 317
พ.ศ. 2111 (จุลศักราช 930 ปี) วันอังคาร เดือน 7 ขึ้น 9 ค่ำ เมืองร่างกุ้ง พม่า บังเกิดแผ่นดินไหว พระเจดีย์เมืองร่างกุ้งทะลายลงมาเพียงชั้นกลางพระเจ้าหงศาวดีจึง ตรัสสั่งให้ขุนบางผู้ใหญ่เป็นนายการกะเกณฑ์กันทำให้ปกติดังเก่า พงศาวดารมอญพม่า ประชุมพงศาวดารพระนคร, 2506 หน้า 44
พ.ศ. 2127 (ศักราช 947 วอกศก) วันพุธ เดือน 5 แรม 9 ค่ำ (สมัยสมเด็จพระนเรศวร เมืองกำแพงเพชร เสด็จออกตั้งทัพชัยตำบลวัดยม ท้ายเมืองกำแพงเพชร ในวันนั้นแผ่นดินไหว แล้วจึงทัพหลวงเสด็จกลับคืนมาพระนครศรีอยุธยา พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร, 2506 หน้า 152
พ.ศ. 2131 (ศักราช 950 ชวดศก) วันจันทร์ เดือน 12 แรม 8 ค่ำ อยุธยา แผ่นดินไหว พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร, 2506 หน้า 155
พ.ศ. 2132 (ศักราช 951 ฉลูศก) วันเสาร์ เดือน 2 แรม 7 ค่ำ อยุธยา แผ่นดินไหว พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร, 2506 หน้า 155
พ.ศ. 2172 (ศักราช 991) วันเสาร์ เดือน 3 แรม 6 ค่ำ เพลาค่ำแล้ว นาฬิกาหนึ่ง เมืองร่างกุ้ง พม่า เกิดอัศจรรย์แผ่นดินไหว ฉัตรยอดพระเจดีย์ร่างกุ้งหักตกลงในทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) ภายหลังพระเจ้าแผ่นดินนั้นได้ยกขึ้นได้เป็นปกติดังเก่า พงศาวดารมอญพม่า ประชุมพงศาวดาร 2506 หน้า 51
พ.ศ. 2217 (ศักราช 1066 ปีวอกศก) เดือน 10 ขึ้น 10 ค่ำ เชียงแสน ฝนตกหนักภูเขาพัง และยอดเจดีย์หัก พังหลายแห่ง พงศาวดารตอนเชียงใหม่ขึ้นพม่า ประชุมพงศาวดารเล่ม 3 พระนคร: องค์การค้าของคุรุสภา, 2506 หน้า 268
พ.ศ. 2258 (ศักราช 1077 ปีมะเมีย สัปตศก) เดือน 7 ขึ้น 6 ค่ำ ยามใกล้รุ่ง เชียงแสน แผ่นดินไหวหนัก พระเจดีย์วิหารหักพังทลาย 4 ตำบล แผ่นดินไหวอยู่ในเดือนนั้นทั้ง เดือน ครั้นต่อมาถึง เดือน 9 แรม 4 ค่ำ แผ่นดินไหวหนักอีกครั้งหนึ่ง พงศาวดารตอนเชียงใหม่ขึ้นพม่า ประชุมพงศาวดารเล่ม 3 พระนคร: องค์การค้า
พ.ศ. 2260 (ศักราช 1079 ปีระกานพศก)   เชียงแสน น้ำแม่โขงนองหนักท่วมเมืองเชียงแสนลึก 3 ศอก วัดต้นตอ วัดต้นแก้ว วัดบุญยืนวัดพระบวร ยุบจมลงทั้ง 4 วัด พงศาวดารตอนเชียงใหม่ขึ้นพม่า ประชุมพงศาวดารเล่ม 3, พระนคร : องค์การค้าของคุรุสภา,2506 หน้า 269
พ.ศ. 2300 (ศักราช 1119) วันศุกร์ เดือน 9 แรม 5 ค่ำ เมืองหงสาวดี เกิดแผ่นดินไหว ฉัตรยอดพระเจดีย์มุตางในเมืองหงสาวดีหักลงมา องค์พระเจดีย์นั้นหลายลงมาเพียงคอระฆัง พงศาวดารมอญพม่า ประชุมพงศาวดารเล่ม 2 พระนคร:องค์การค้าของคุรุสภา, 2506 หน้า 115
พ.ศ. 2335 (ปีชวด ศักราช 1154)   เมืองหลวงพระบาง ..อนึ่งเทพารักษ์ภูเขาทรวงก็ปลูกธงแดงขึ้นบนยอดเขา ให้ปรากฎแก่ตาคนทั้งหลาย อนึ่งพระยานาคสองตัวออกมาว่ายน้ำโขงแข่งกันอยู่หน้าเมืองถึง 4 วัน อนึ่งพอเวลาจะย่ำค่ำมีปีศาจไม่มีศรีษะออกมารำอยู่ริมน้ำโขงท่าใต้ขึ้นหน้าเมืองหลาย วันอนึ่งน้ำในแม่น้ำโขงพลุ่มขึ้นแต่ศรีษะเมืองตลอดลงไปจนท้ายเมืองดังเหมือน เสียงปืนใหญ่ อาเภศบอกเหตุบอกลางดังนี้ จึงเสียกรุงศรีสัตนาคบหุตล้านช้างริมขวาหลวงพระบางให้แก่เมืองเวียงจันทร์ พงศาวดารเมืองหลวงพระบาง ประชุมพงศาวดาร เล่ม 10 พระนคร
พ.ศ. 2336 (จุลศักราช 1155

ตัวปีกาเป๋า)

วันพฤหัสบดี เดือน 9 ขึ้น 11 ค่ำ ยามรุ่ง น่าน เมื่อคืนนั้น ไม้มหาช้าลงอันเป็นมูลจำหงายอันสำหรับหมายกับภูเพียงแข่แห้งแต่เมื่อ พระสัพบัญญูมาธาปนาไว้เกษาธาตุนั้นอันพระมหาอันตเถรเจ้าเอาธาตุพระพุทธ เจ้ามาห้อยนั้น ก็หักโค้นแต่เค้าลงมาพาดตีนมหาธาตุ ตั้งแต่หม้อคว่ำลงมา จับดาบสามก็แตกบางไปสามกาบลงมาจับแท่นสี่เล้มตั้งปากขันหลวงก็ปลด พังลงมาจับแท่นบัลลังก์ด้าน 2 ลงมาถูกใส่แท่นบัลลังก์หลวงตั้งธรณีอัน ถ้วนต้นก็แตกพังลงแล อนึ่งวิหารน้อยที่สถิตสำราญพระเร้าทันใจ ห้องหน้าก็ลงฟาดตีใส่ก็โค่นด้านหลุพังไปเสี้ยวเก่าเว้นไว้ที่พระเจ้าอยู่นั้นแล พงศาวดารเมืองน่าน ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนครองค์การค้าของคุรุสภา 2507 หน้า 28-29
พ.ศ. 2344 (จุลศักราช 1163 ตัวปีล่วงเล้า) เดือนยี่ ขึ้น 10 ค่ำ ยามมืดตึด น่าน, เชียงใหม่,ลำพูน,ลำปาง, แพร่,พะเยา แผ่นดินก็ร้องครางสนั่นหวั่นไหวมากนักแก้วอันในยอดพระธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง นั้นก็พอสะเด็นตกลงมา ยอดพระธาตุเจ้าสุเทพเชียงใหม่ ่และยอดพระธาตุเจ้าลำพูน และยอดพระธาตุเจ้าลำปาง นครและยอดพระธาตุเจ้าฉ้อแฮ เมืองแพร่ และชื่อพระวิหารหลวงเมืองพะเยาที่พระเจ้าตนหลวงอยู่นั้นก็สะเด็นตกลงถ้ำเดียวกัน ในขณะนั้นเสี้ยวแลในเดือนเดียวนี้ ฮอดแรม 14 ค่ำ ก็ซ้ำไหวแถมทีหนึ่ง เถิงเดือน 3 ท่านลุกเวียงสาขึ้นมานิมนต์พระสังฆเจ้าทั้งหลายก็คาดคชาชอง แก้วขึ้นใส่แถมที่ใดจักแหงแตก นั้นท่านก็หยุดยาซ่อมแซมเสียหื้อดีแล้ว ท่านก็คืนลงไปเวียงสา. พงศาวดารเมืองน่าน ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนคร องค์การค้าของคุรุสภา 2507 หน้า 35
พ.ศ. 2363 (จุลศักราช 1182 ตัวปีกดสี) วันศุกร์ เดือน 6 แรม 6 ค่ำ น่าน แผ่นดินไหวในวันนั้น ยอดมหาธาตุเจ้าภูเวียงแช่แห้ง ก็หักลงห้อยอยู่แล.. พงศาวดารเมืองน่าน ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนคร องค์การค้าของคุรุสภา, 2507 หน้า 57
พ.ศ. 2382 (จุลศักราช 1201 ปีกุน)   หลวงพระบาง อนึ่งหินผาแท่งใหญ่ประมาณ 4 อ้อมสูงประมาณ 5 ศอกเศษ เคลื่อนนอกจากที่ตกลงน้ำไป อนึ่งหินศิลาอยู่กลางไร่ พวกบ้านปากหลิ่งใหญ่ประมาณ 3 อ้อม สูงประมาณ 3 ศอกเศษ ราษฎรปลูกข้าวล้อมไว้ หินศิลาลูกนั้นบังเอิญให้เลื่อนลงมาอยู่นอกไว้ แต่ต้นข้าวที่ล้อมไว้นั้นหาเป็นอันตรายไม่ อนึ่งครกตำข้าวอยู่บ้านช้างฆ้องลูกหนึ่งอยู่ช้างบน ลูกหนึ่งอยู่ข้างล่าง ลูกที่อยู่ข้างล่างกลิ้งขึ้นไปโดนเอาลูกที่อยู่ข้างบนกลิ้งลงมา เทพยเจ้าอาเภทให้เห็นประหลาดเป็นนิมิตดังนั้นฯ พงศาวดารเมืองหลวง 2507 หน้า 224-225
พ.ศ. 2382 (จุลศักราช 1201 ปีกุน) วันที่ 23 มีนาคม กรุงเทพฯ ..แผ่นดินไหว 3 ครั้ง ถึงน้ำในแม่น้ำคลองกระฉ่อน ต้นเดิมไหวในเมืองพม่า จดหมายเหตุของหมอบรัดเล ประชุมองค์การค้าของคุรุสภา, พงศาวดารเมืองน่าน ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนคร: องค์การค้าของคุรุสภา, 2507 หน้า 296
พ.ศ. 2422 (จุลศักราช 1241ตัวปีถัดเม้า) เดือนยี่ ขึ้น 8 ค่ำ น่าน เถิง ณ วันเดือนยี่ ขึ้น 8 ค่ำนั้น ท่านก็กระทำพุทธาภิเษกเปิกบายฉลองฟังธรรม กระทำหื้อทานตั้งแต่วันนั้นไปตราบเถิงเดือนยี่ ลงค่ำ 1 จึงเป็นเล็กบริบวรณ์หั้นแล ท่านฉลองทานธรรมในครั้งนี้ แผ่นดินไหวในวันเดือนยี่ ขึ้น 8 ค่ำนั้นแล ไหวลูกหนเหนือมาก่อนแล ท่านหื้อทานในครั้งนี้ ก็เป็นมหาพอยอันหนึ่งแลเป็นครั้งถ้วน 5 แลฯ พงศาวดารเมืองน่าน ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนคร องค์การค้าคุรุสภา, 2507 หน้า 104-105