คาร์นัลไลต์( Carnallite )

 

คาร์นัลไลต์( Carnallite )

ขื่อแร่
ตั้งให้เป็นเกียรติแก่ Rudolph Von Carnall (1804-1874) วิศวกร เหมืองแร่ชาวรัสเซีย

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบออร์โทรอมบิก อาจมีลักษณะเป็นแผ่นหนา ปกติจะมีลักษณะ เนื้อสมานแน่นหรือเป็นมวลเมล็ด สีขาวหรือไม่มีสี สีเหลืองหรือน้ำเงิน หายาก มักมีสีออกแดงเพราะมีแร่ฮีมาไทต์ปน โปร่งใสถึงโปร่งแสง ความ วาวเป็นมันหรือแบบน้ำมันฉาบ ความแข็ง 2.5 รอยแตกแบบก้นหอย ถ.พ. 16

คุณสมบัติทางเคมี
สูตรเคมี KmgCI3 6H2O มี KCI 26.8% MgCI234.3% และน้ำ 38.9%
 
ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
ละลายน้ำได้ง่ายมาก มีรสเฝื่อน ถ้าบริสุทร์จะใสไม่มีสีแต่หายาก

การเกิด
เกิดจากการตกผลึกในลักษณะเดี่ยวกันกับแร่ซิลไวต์ แต่ตกผลึกหลังจาก ซิลไวด์ จึงพบแร่คาร์นัลไลต์อยู่ชั้นบนเหนือชั้นซิลไวต์เสมอ และมีธาตุ แมกนีเซียมประกอบอยู่ด้วย ซึ่งปกติแล้วแมกนีเซียมจะอยู่ในเกลือหินเป็น จำนวนมาก จึงพบว่าในชั้นเกลือหินจะมีปริมาณแร่คาร์นัลไลต์อยู่เป็น จำนวนมาก แหล่งคาร์นัลไลต์บางแห่งมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องน้ำบาลดาล ซึมเข้าไป ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีแยกตัวตามธรรมชาติ แล้วเกิดการตก ผลึกใหม่เป็นแร่ซิลไวต์ K2O เป็นครั้งที่สอง แมกนีเซียมจะถูกชะละลาย หายไป์

แหล่ง
ในประเทศไทย พบในภาคอีสานบริเวณแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร แหล่งคาร์นัลไลต์ที่ สำคัญอยู่ใน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ

ประโยชน์
ใช้ผลิตปุ๋ยโพแทชได้เช่นเดียวกับซิลไวต์ แหล่งแร่คาร์นัลไลต์ที่เกิดในแต่ละ แห่งมีส่วนประกอบแตกต่าง แหล่งที่มีค่าทางเศษฐกิจจะต้องประกอบด้วย KCI 19.3% NaCI 24.4% Mg2CI 24.0% น้ำ 29.9% และสารไม่ละลาย 2.4%