เพชร ( Diamond )

 

ชื่อแร่
มาจากภาษากรีกว่าadamas หมายถึงว่าเอาชนะไม่ได้ หรือทำลายไม่ได้ (invincible) คือ แข็งมากนั่นเอง

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบไอโซเมทริกรูปออกตะฮีดรอน ปกติไม่มีสีหรือสีอ่อน แต่อาจมีสีเหลือง น้ำเงิน แดง ชมพู เทา และดำชนิดที่มีสีดำและอับแสง เรียกคาร์โบนาโด วาวแบบเพชรที่ยังไม่เจียระไน บางก้อนมีลักษณะเด่น คล้ายน้ำมันฉาบ แข็ง 10 ตามสเกลความแข็ง ของโมส์ ถ.พ. 3.5 รอยแตกเว้าโค้ง
คุณสมบัติทางเคมี
สูตรเคมี C เมื่อเผาจะกลายเป็น CO2ไม่ละลายในกรด ไม่หลอมตัว

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
แข็งที่สุด มีความแวววาวเป็นประกาย และหนักผิดปกติกว่าแร่ อโลหะทั่วไป ผิวที่มนกลมจะดูคล้ายน้ำมันฉาบ ดูรูปผลึกมักจะพบว่า มีรูปออกตะฮีดรอน ตรวจด้วยแสงอัลตราไวโอเลต บางครั้งหรือบางตัวอย่างจะมีสีฟ้านวลอ่อนๆ เขียวอ่อน เหลืองอ่อน เผาที่อุณหภูมิสูงจะไหม้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์

การเกิด
เป็นแร่ปฐมภูมิเกิดมาแต่ต้นในหินอัคนีชนิดหินเบสิกและอัลตราเบสิก เช่น หินเพริโดไทต์ หินชนิดนี้เป็นต้นกำเนิดเพชรในแอฟริกาใต้ที่คิมเบอลี เลยเรียกหินชนิดนี้ว่า หินคิมเบอร์ไลต์ เมื่อหินผุพังไปเพชรจะหลุดจากหินเดิมแล้วถูกน้ำพาไปตกจมที่อื่น จึงมักพบในแหล่งลานแร่เพราะเพชรทนทานต่อการสึกกร่อน

แหล่ง
ในประเทศไทย พบที่ จ. พังงา และภูเก็ตปนอยู่กับแร่ดีบุกในลานแร่ดีบุก

ประโยชน์
เป็นรัตนชาติสูงค่าอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ใช้เป็นผงขัด ในการเจียระไนเพชรพลอยต่างๆ ตลอดจนใช้ในการตัดกระจกและวัตถุอื่นๆ เพชรดำหรือคาร์โบนาโดใช้ฝังในเหล็กใช้เป็นหัวเจาะหินแข็งๆ หรือวัตถุที่แข็งๆ
 

เพชร( Diamond )