ชื่อแร่
น่าจะมาจากแหล่งแมกนีเชีย ( Magnesia ) เพราะมีนิทานเล่าว่า เด็กเลี้ยงแกะชื่อแมกเนส ( Magnes ) เป็นคนแรกที่พบแร่นี้ที่ภูเขาอีดา ( Ida ) โดยที่ได้สังเกตุพบว่า ตะปูรองเท้าและปลอกเหล็กที่ไม้เท้าของเขาถูกดูดติดกับพื้นดิน

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบไอโซเมทริกแบบออกตะฮีดรอนเหมือนสปิเนล ปกติเป็นเม็ดเกาะแน่นเนื้อละเอียดหรือหยาบ สีดำแบบเหล็ก สีผงละเอียดสีดำ วาวแบบโลหะ เนื้อเปราะร่วน รอยแตกไม่เรียบ แข็ง 6 ถ.พ. 5.18 แม่เหล็กดูดติดดีมาก และตัวแร่เป็นแม่เหล็กด้วย เช่น ดูดเข็มหมุดติด เรียก Lodestone

คุณสมบัติทางเคมี
สูตรเคมี Fe3O4 ซึ่งความจริง เป็น FeO.Fe2O3 มี Fe 72.4 % O 27.6% อาจมีแมกนีเซียมและแมงกานีสปนเล็กน้อย

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
มีสมบัติเป็นแม่เหล็กทดสอบกับแม่เหล็กได้ทันที จะให้ชัดก็ใช้เข็มเย็บผ้าใหม่ๆ จ่อเศษผงเล็กๆ ของแร่นี้ก็พอจะทราบได้ สีดำและแข็งไม่หลอมละลาย แต่ละลายช้าๆในกรดเกลือร้อน

 

แร่แมกนีไทต์ ( Magnetite )

การเกิด
เป็นแร่เกิดอุณภูมิสูงแทรกอยู่ทั่วไปในหินอัคนี ในหินอ่อน โดยเฉพาะตรงแล่งแปรสัมผัสในส่วนที่มีการแทนที่ และในสายแร่พวกซัลไฟด์ ตามชายฝั่งทะเลที่มีทรายสีดำมีแมกนีไทด์ปนอยู่ด้วยเสมอ ได้พบบ่อยๆ เหมือนกันที่เกิดร่วมกับพลอยคอรัมดัมในลักษณะที่รู้จักกันในชื่อ Emery

แหล่ง
-ในประเทศไทย พบอยู่ในแหล่งแร่เหล็กที่ จ.ลพบุรี นครสรรค์ เลย ชลบุรี ระยอง กระบี่ และ นครศรีธรรมราช
-ต่างประเทศ แหล่งที่ใหญ่ที่สุด คือ ที่ Kiluna และ Gellivare ในประเทศสวีเดนตอนเหนือ นอกจากนี้ก็มีที่นอร์เวย์ โรมาเนีย สวีเดน แอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซียอิตาลี แหล่งที่มีกำลังแม่เหล็กธรรมชาติสูงที่สุดพบที่ไซบีเรียที่ภูเขาแฮร์ซบนเกาะเอลบา

ประโยชน์
เป็นแหล่งสินแร่ที่สำคัญ