ไมกา , แร่กลีบหิน ( Mica )

 

ขื่อแร่
มาจากชื่อแร่ Muscovy glass เนื่องจากครั้งหนึ่งเคยใช้แร่นี้แทนแก้ว ในรัสเซีย ส่วน mica มาจากภาษาละตินหมายถึง ความมันแวววาว (Shine)

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบโมโนคลินิก เป็นแผ่นบางๆซ้อนกันจนหนา รูปหกเหลี่ยม บางทีก็มีลักษณะกลมๆ และเป็นเกล็ดขนนก อาจจะมีผลึก ขนาดเล็กมากและมีเนื้อสมานแน่น แนวแตกเรียบสมบูรณ์มากจน ผลึกจะถูกลอกออกเป็นแผ่นบางๆได้ แผ่นแร่จะโค้งงอได้และ กลับที่เดิมได้ แข็ง 2 2.5 ถ.พ. 2.76 3.1 วาวแบบแก้วและ แบบใยไหมหรือแบบมุก โปร่งใสและไม่มีสีเมื่อเป็นแผ่นบางๆ สำหรับแร่ที่ซ้อนกันหนาๆ จะโปร่งแสงและมีสีต่างๆ กันคือ สีเหลือง น้ำตาล เขียว และแดง

คุณสมบัติทางเคมี
สูตรเคมี Kal2 (AlSi3O10) (OH)2 อาจจะมีเหล็ก แมกนีเซียม แคลเซียม โซเดียม ลิเทียม ฟลูออลีน และไทเทเนียม ปนอยู่จำนวนเล็กน้อยหลอมตัวขั้นที่ 5 ไม่ผุสลายด้วยกรด เผาในหลอดทดลองปิดจะมีน้ำเกาะข้างหลอด


ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

ดูแนวแตกเรียบที่แยกได้เป็นแผ่นๆ และสี แตกต่างจากโฟลโกไพต์ตรงที่ไม่มีปฏิกิริยากับกรดกำมะถัน และแตกต่างจาก เลพิโดไพต์ตรงที่ ไม่ให้เปลวไฟสีแดงเข้มของธาตุลิเทียม

การเกิด
เป็นแร่ที่ประกอบหินสำคัญตัวหนึ่ง พบในหินอัคนีจำพวกหินแกรนิต ไซอีไนต์ หินเพกมาไทต์ นอกจากนี้ ยังพบในหินแปรพวกไนส์และ ชิสต์ ในหินชิสต์นี้บางทีจะพบแร่เป้นเส้นใยขนาดเล็ก มีความวาวแบบใยไหม ซึ่งไม่ใช่คุณสมบัติที่แท้จริงของมันเรียกว่า เซริไซต์ ซึ่งเกิดจากการ เปลี่ยนแปรสภาพ (alteration) ของเฟลด์สปาอาจเกิดจากการผุสลายของ แร่อื่นๆได้ เช่น โทแพซ ไคยาไนต์ สปอดูมีน แอนดาลูไซต์ และสแคโพไลต์ (scapolite) ผลึกของมัสโคไวต์ในหินแกรนิตและ หินเพกมาไทต์จะมีขนาดใหญ่และมักจะเกิด อยู่ร่วมกับควอรตซ์และ เฟลด์สปาร์ ทัวร์มาลีน เบริล การ์เนต อะพาไทต์ และฟลูออไรต์


ไมก้า(แร่กลีบหิน)(Mica)

แหล่ง
ในประเทศไทย  พบที่ จ. นครศรีธรรมราช และในแหล่งหินแกรนิต เพกมาไทต์ทั่วประเทศ เป็นตัวแร่สำคัญที่พบเสมอในทรายทั่วไป ทำให้ดูวาววับ

ประโยชน์
ใช้ทำเป็นฉนวนไฟฟ้า ทำเป็นวัตถุโปร่งใสในการทำตะเกียงและ เตา เศษของไมกาที่เหลือจากการทำฉนวนจะถูกนำมาใช้ทำกระดาษ ปิดฝาผนัง ทำให้ผนังมีความแวววาวขึ้น ใช้ผสมกับน้ำมันทำเป็นตัวหล่อลื่น เป็นตัวนำความร้อนที่เลวจึงใช้ทำวัตถุทนไฟ