ไพไรต์ ( Pyrite )

ชื่อแร่
มาจากภาษากรีกว่า Pyr แปลว่า ไฟ (fire) เพราะเมื่อนำไปตีกระทบกับ เหล็กกล้าจะเกิดประกายไฟสีแร่คล้ายทองมากจนทำให้ผู้พบเห็น เข้าใจผิดบ่อยๆ จึงมีฉายาว่า ทองคนโง่ (fool gold)

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

รูปผลึกระบบไอโซเมทริกมักเกิดรูปลูกเต๋าหรือ รูป pyritohedron เกิดพบอยู่ทั่วไปหรือเกิดเป็นมวลเมล็ด หรือเนื้อสมานแน่นหรือเป็นก้อนผิวเรียบเป็นมันสีทองเหลือง วาวโลหะ รอยแตกเว้าโค้งหรือไม่เรียบ สีผงละเอียดสีดำออก เขียว ถ.พ. 5.0 แข็ง 6 6.5 มีร่องขนานถี่ (striation) บนผิวหน้าผลึกชัดเจน

คุณสมบัติทางเคมี

สูตรเคมี FeS2 มีเหล็ก Fe 46.6% อาจจะมีทองแดง Cu โคบอลต์ CO นิกเกิล Ni อาร์เซนิก As และทอง Au ปนอยู่ด้วย เผาด้วยเปลวสีน้ำเงินจะไล่ SO2 ออกมา ละลายในกรดดินประสิวเข้มข้นแต่ถ้าต้มกรดจึงจะได้กำมะถันแยกออกมา

ลักษณะเด่นและวิธีการตรวจ

รูปผลึกลูกบาศก์เด่นชัดมาก แต่มักมีมุมตัดจนเกิดเหลี่ยมได ้มากมาย สีคล้ายโลหะทองเหลือง แข็งก่วาพิร์โรไทต์และคาลโคไพไรต์ และสีเหลืองอ่อนซีดกว่า ต่างกับทองคำตรงที่ไพไรต์เปราะร่วน และแข็งกว่า ตรวจดูสีผงละเอียดสีดำออกเขียวดูความแข็ง และทดลองละลายในกรดดินประสิว

การเกิด

เกิดเป็นสายแร่ร่วมกับแร่ซัลไฟด์อื่นๆ ช่น คาลโคไพไรต์ สฟาเลอไรต์ กาลีนา เป็นแร่ทุติยภูมิ ในหินอัคนีโดยแยกไปจากหินหนืด ส่วนมาก เกิดที่อุณหภูมิสูง แต่ที่อุณหภูมิต่ำหรืออุณหภูมิธรรมดานี้ก็เกิดได้ นอกจากนี้ยังเกิดจากแหล่งแร่แปรสัมผัสด้วยและเกิดอยู่ในหินชั้น โดยเกิดเป็นแร่ปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ

แหล่ง
ในประเทศไทย นับว่าเป็นแร่ธรรมดาที่สุดชนิดหนึ่ง พบอยู่มากมายหลายแห่ง เช่น จ. สงขลา ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา เพชรบูรณ์ แพร่ แหล่งใหญ่ๆ คือที่ อ. ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช และที่ อ. บันนังสตาร์ จ. ยะลา

ประโยชน์
ในบางแห่งของโลกมักจะทำเหมืองจากแร่นี้ก็เพื่อจะเอาทอง กับทองแดงที่เกิดปนอยู่ แต่ส่วนมากใช้ประโยชน์เพื่อ ทำกรดกำมะถันซึ่งเป็นกรดแรกเริ่มที่จะนำไปผลิตกรดชนิดอื่นๆ และ copperas (Ferrous sulfate) ซึ่งใช้ในการทำสีย้อมและ ในการทำหมึก ทำยารักษาเนื้อไม้ และยาฆ่าเชื้อโรค จะถลุงเอา โลหะเหล็กเฉพาะในประเทศที่หาแหล่งเหล็กออกไซด์ไม่ได้เท่านั้น

 

ไพไรต์(Pyrite)