พิร์โรไทต์ ( Pyrrhotite )
 

ชื่อแร่
มาจากภาษากรีกเรียกว่า pyrrhotes ซึ่งหมายถึง สีแดงหรือแดงเรื่อ

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกเฮกซะโกนาลเป็นแผ่นหนารูปหกเหลี่ยม โดยปกติจะมี ีเนื้อสมานแน่นหรือเป็นมวลเมล็ดหรือเป็นแผ่นซ้อนกันเป็นชั้น สีบรอนซ์น้ำตาลเรื่อๆ แดงเรื่อๆ ทิ้งไว้ผิวจะมัวหมอง วาวแบบ โลหะสีผงละเอียดสีดำ มี ถ.พ. 4.6 แข็ง 3.5 4.5 รอยแตกไม่เรียบ มีคุณสมบัติทางแม่เหล็กมากน้อยตามกำลังเข้มข้น
 
คุณสมบัติทางเคมี
สูตรเคมี Fe1-x S มี Fe ประมาณ 60.4% S 39.6% X ในสูตรเคม ีเป็นได้ตั้งแต่ 0 0.2 ทั้งนี้ตามจำนวนอะตอมของเหล็กที่ขาดไปจาก โครงสร้างของพิร์โรไทต์ จำนวนอะตอมของเหล็กที่ขาดไปนี้ ทำให้แร่พิร์โรไทต์ไม่อยู่ตัวและผุสลายง่าย บางก้อนที่มีสมบัติแม่เหล็กอ่อนๆ มักจะมีเหล็กสูง หลอมตัวขั้นที่ 3 เผาจะมีกลิ่น SO2 และจะทำให้ ้มีกำลังแม่เหล็กมากขึ้น ละลายในกรดเกลือมีกลิ่นไข่เน่า

ไพรอกซีน(Pyroxene)

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
สีบรอนซ์ออกน้ำตาลซีดๆ แม่เหล็กดูดติดอ่อนๆ ถ้าเป็นผงละเอียด แม่เหล็กดูดติดแรง ช่วยให้ดูต่างจากไพไรต์และคาลโคไพไรต์ ตรวจดูสีผงละเอียด และทดลองดูปฏิกิริยากับกรดเกลือจะละลายได้กลิ่น ไข่เน่า หลอมง่ายบนแท่งถ่านหรือในเปลวไฟลดออกซิเจน มีกลิ่น SO2 และมีสมบัติเกี่ยวกับแม่เหล็กแรงขึ้น

การเกิด
เป็นแร่สามัญพบในหินอัคนีและสายแร่อุณหภูมิสูง เกิดร่วมกับ
ไพไรต์และซัลไฟด์อื่นๆ ในสายแร่ในเพกมาไทต์ และในหินแปรสัมผัสผสม

แหล่ง
ในประเทศไทย พบที่ จ.พิษณุโลก

ประโยชน์
ได้กำมะถันและสินแร่เหล็กมาใช้ประโยชน์โดยที่มักจะมีพวกทองแดง นิกเกิล และเเพลทินัมเกิดร่วมอยู่ด้วย จึงมักจะทำเหมืองเพื่อโลหะดังกล่าวด้วย