ซิลไวต์ ( Sylvite )

 

ชื่อแร่
ในสมัยก่อนมีชื่อทางเคมีว่า Sal Digestivus Sylvie

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
รูปผลึกระบบไอโซเมทริก พบเกิดเป็นผลึกรูปลูกเต๋า ปกติพบเกิดเป็นมวลเมล็ดเกาะกันแน่นและแสดงให้เห็นแนวแตกเรียบ 3 แนว ซึ่งแตกสมบูรณ์ทุกทิศทางแล้วจะมีลักษณะเป็นรูปลูกเต๋า แนวแตกเรียบ จึงเห็นเด่นชัด แข็ง 2 ถ.พ. 1.99 เมื่อมีเนื้อบริสุทธ์จะมีลักษณะโปร่งแสง มักจะไม่มีสีหรือมีสีขาวหากมีมลทินอื่นๆ ปะปนอยู่ อาจมีสีน้ำเงิน เหลือง และแดง บ้างเล็กน้อยละลายได้ในน้ำ ใช้ลิ้นแตะดูจะมีรสเค็มเหมือนเกลือ เช่นเดียวกับเกลือหิน ซิลไวต์จะมีรสขมกว่าเล็กน้อย
คุณสมบัติทางเคมี
สูรเคมี KCI มี K 52.4% CI 47.6% บางแห่งอาจมีโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ปะปนอยู่บ้าง

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ
แตกต่างจากเกลือหินหรือเฮไลต์ตรงที่ซิลไวต์จะให้เปลวไฟสีม่วง ถ้ามีธาตุโซเดียมปะปนอยู่ด้วยจะมองไม่ชัด เพราะจะเกิดเปลวไฟสีเหลือง สีเหลืองของโซเดียม ถ้าใช้ Blue filter กั้นอีกทีหนึ่งจะไม่เห็นสีเหลือง จะเห็นเฉพาะสีม่วงของธาตุโพแทสเซียมได้ชัด แตกต่างจากเกลือหินตรงที่มีรสขมกว่าดังที่ได้กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้ก็มีคุณสมบัติละลายได้ในน้ำ

การเกิด
มีการกำเนิดเช่นเดียวกับเกลือหิน มักจะพบเกิดร่วมกัน โดยปกติแล้วมีปริมาณน้อยกว่าเกลือหินซิลไวต์มักจะเหลือ เป็นสารละลายอยู่ในน้ำทะเลหลังจากที่เกลือหินตกผลึกแล้ และเป็นแร่หนึ่งที่ ตกผลึกหลังสุดในลำดับการตกผลึกของแร่เกลือ (Salt deposite) การตกผลึกก่อนไปหลัง มีดังต่อไปนี้

  • แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) และเหลล็กออกไซด์ (Iron oxide)
  • ยิปซั่ม (CaSO4 . 2H2O) - แอนไฮไดรต์ (Caso4)
  • เกลือหิน (NaCI)
  • จำพวกเกลือที่มีรสขมกว่าเกลือหิน (Bitter salts) ซึ่งมักจะมี MgCL2,MgSO4,NaBr และ KCI ในประเทศทีพบเกลือต่างๆ เหล่านี้ จริงๆ แล้วโดยปกติมิได้พบว่ามีครบทุกแร่หรือมิได้เรียงกัน ตามลำดับการตกผลึกเสมอไป ทั้งนี้เกี่ยวกับกรรมวิธีและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ของการกำเนิดอีกหลายอย่าง
แหล่ง
ในประเทศไทย ได้พบอยู่บ้างเป็นจำนวนไม่มากอย่างในต่างประเทศ เกิดปะปนในชั้นเกลือทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ประโยชน์
เป็นต้นกำเนิดสำคัญของสารประกอบโพแทสเซียม ซึ่งใช้ประโยชน์ในการ ทำปุ๋ย (Fertilizer)
 

ซิลไวต์(Sylvite)