เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน “อุทยานธรณี มิติใหม่ของการอนุรักษ์และท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ภายใต้โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา ทรัพยากรธรณีและธรณีพิบัติภัย หลักสูตรที่ 35 โดยมีนายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ โรงแรมเลยพาเลซ จังหวัดเลย
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จังหวัดเลยหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่การเป็น “แหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยา” และแหล่งท่องเที่ยว เช่น สวนหินผางาม ภูเรือ ภูกระดึง โดยขณะนี้ได้เริ่มมีการประสานงานเพื่อดำเนินการจัดตั้งอุทยานธรณีในอนาคตอันใกล้นี้
“กรมทรัพยากรธรณี กำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานเรื่องนี้ โดยประกอบด้วย การจัดตั้งอุทยานธรณีให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2559 โดยการมีส่วนร่วม และยื่นเสนอต่อยูเนสโก เพื่อเป็นเครือข่ายอุทยานธรณีของโลกอย่างน้อย 1 แห่ง ภายใน 5 ปี”
ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญและจะสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานเพื่อเสนอเรื่องอุทยานธรณีให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้ประเทศไทยมีอุทยานธรณีเกิดขึ้น และให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการ รวมทั้งสำนักงบประมาณพิจารณาการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินโครงการนี้ด้วย นายปรีชา กล่าว
การจัดประชุมฯ ในวันนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์แหล่งทางธรรมชาติและบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติทั้งหน่วยงานในสังกัด ทส. /องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น /หน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาและองค์กรอิสระ สื่อมวลชน ตลอดจนผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว จำนวน 250 ราย
ด้าน นายทศพร นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า แนวทางการจัดตั้งอุทยานธรณีที่กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการ ประกอบด้วย 5 กระบวนการหลัก ดังนี้
1. กระบวนการเผยแพร่ข้อมูลแก่สาธารณะ
2. กระบวนการจัดตั้งคณะกรรมการและจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อพิจารณาการจัดตั้งอุทยานธรณี
3. กระบวนการนำเสนอเพื่อให้มีการจัดตั้งอุทยานธรณี
4. กระบวนการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาไปสู่อุทยานธรณี
5. กระบวนการติดตามพัฒนาการของอุทยานธรณีและพัฒนาระบบข้อมูลฯ
$ สำหรับพื้นที่ที่กรมทรัพยากรธรณี คาดว่าจะสามารถจัดตั้งให้เป็นอุทยานธรณีได้ประเทศไทย ตามภูมิภาค มีดังนี้
1. ภาคเหนือ: พื้นที่ฝาง-ดอยอ่างขาง ฮอด-ดอยเต่า-ดอยอินทนนท์ ภูชี้ฟ้า-เชียงของ ดอยเชียงดาว พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภูหินร่องกล้า แพร่-น่าน และเหมืองถ่านหิน
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: พื้นที่สวนหินผางาม-ภูกระดึง ภูเวียง-ภูเก้า-เขาสวนกวาง ภูกุ้มข้าว-ภูแฝก ภูทอก-ภูลังกา ผาแต้ม-โขงเจียม (อุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก) ภูผาเทิบ ป่าหินงาม-มอหินขาว
3. ภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก: หินปูนจังหวัดกาญจนบุรี และ ละลุ ปราจีนบุรี
4.ภาคใต้: หมู่เกาะตะรุเตา-อาดัง-ราวี หมู่เกาะอ่างทอง-สมุย ชายทะเลและหมู่เกาะใน แถบทะเลอันดามัน จังหวัดพังงา กระบี่ สตูล ระนอง ภูเก็ต
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุด คือ การมีอุทยานธรณีระดับโลกในประเทศไทย ซึ่งจะต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาหลายด้าน ตามกรอบแนวทางของยูเนสโก เช่น
1. ขนาด และ ลักษณะ ประกอบด้วยมีขอบเขตชัดเจน ขนาดเพียงพอ มีแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยาเป็นกลุ่มมากพอและมีคุณค่าทางวิชาการ แหล่งได้รับการปกป้องเพื่อเป็นแหล่งศึกษาและมีแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืน มีคุณค่าทางโบราณคดี นิเวศวิทยา ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประกอบร่วม
2. การจัดการ และการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น มีแผน และองค์กรบริหาร มีส่วนร่วมของท้องถิ่น และภาคส่วนต่างๆ มีจุดขายที่ชัดเจน รวมทั้งการสร้างสรรค์กิจกรรม
3. มีแผนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ
4. มีแผนการศึกษาให้ความรู้แก่ผู้เข้าชม
5. มีแผนการป้องกัน และการอนุรักษ์แหล่งโดยรวม
6. ต้องเข้าร่วมเข้าเครือข่ายระดับโลก
อุทยานธรณีคืออะไร และแตกต่างจากมรดกโลกอย่างไร
“อุทยานธรณี” คือพื้นที่ที่ประกอบไปด้วยแหล่งที่มีความสำคัญอย่างโดดเด่นทางด้านธรณีวิทยา และ/หรือมีคุณค่าทางด้านโบราณคดี นิเวศวิทยาและวัฒนธรรม
อุทยานธรณีและมรดกโลก เป็นพันธกิจของหน่วยงาน UNESCO ที่มีหน้าที่ปกป้องสิ่งสำคัญๆบนโลก ใน 3 ลักษณะ คือ 1. บัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก (World Heritage List) 2. อุทยานธรณี (Geopark)
3. เครือข่ายระดับโลกด้านมนุษย์และพื้นที่สงวนชีวมณฑล
ความแตกต่างคือ อุทยานธรณีสามารถปรับปรุงให้หลากหลายและสวยงามได้ และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีรูปแบบการอนุรักษ์แหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยา การส่งเสริมความรู้และทำงานของผู้คนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้เคียง ในขณะที่มรดกโลก มีไว้เพื่อการคงไว้ในสภาพเดิม
แหล่งธรณีวิทยาจังหวัดเลย
แหล่งธรณีวิทยาจังหวัดเลยรวม 41 แห่ง อยู่ในพื้นที่อำเภอภูกระดึง ภูหลวง เชียงคาน ภูเรือ หนองหินและนาแห้ว ประกอบด้วย
1.แหล่งธรณีวิทยาประเภทซากดึกดำบรรพ์ เช่น รอยตีนไดโนเสาร์ภูหลวง รอยตีนไดโนเสาร์ท่าสองคอน และกระดูกไดโนเสาร์ภูกระดึง
2.แหล่งธรณีวิทยาประเภทธรณีสัณฐานวิทยา เช่นแก่งคุ้ดคู้ ภูกระดึง หลังแป ผาหมากดูด ผานาน้อย ผานกแอ่น ผาแดง ผาหล่มสักพระพุทธเมตตา น้ำตกวังกวาง น้ำตกถ้ำใหญ่ สระอโนดาต น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกขุนพอง น้ำตกตาดฮ้อง ภูเรือ สวนหินพาลี หินเต่า น้ำตกหินสามชั้น หินพระศิวะ สวนหินผางาม ถ้ำโพธิสัตว์ น้ำตกปลาบ่า ถ้ำมโหฬาร น้ำตกตาดเหือง น้ำตกห้วยเลา น้ำตกชื่นชีวัน ถ้ำผาล้อม น้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกสองคอน น้ำตกเพียงดิน น้ำตกสวนห้อม
โดยสามารถจับกลุ่มเป็นอุทยานธรณีได้อย่างน้อย 2 กลุ่มคือ กลุ่มสวนหินผางาม-ภูกระดึง และกลุ่มภูเรือ-นาแห้ว