ออบหลวง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
ที่ตั้ง
ออบหลวงตั้งอยู่ในเขตการปกครองของตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอฮอดและอำเภอจอมทอง เป็นพื้นที่คุ้มครองของอุทยานแห่งชาติออบหลวง กรมป่าไม้ การเข้าถึงพื้นที่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 จากเชียงใหม่ไปอำเภอแม่สะเรียง ซึ่งเส้นทางจะผ่านอำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทอง และอำเภอฮอดตามลำดับ เมื่อผ่านอำเภอฮอดไปประมาณ 16 กิโลเมตร หรือที่หลักกิโลเมตรที่ 16 ขวามือจะเป็นที่ตั้งของออบหลวง แต่ทางเข้าให้เข้าที่อุทยานแห่งชาติ ออบหลวง ซึ่งเลยตัวออบหลวงไปประมาณ 1 กิโลเมตร หรืออยู่ห่างจาก อำเภอฮอด 17 กิโลเมตร
ลักษณะของแหล่ง
ออบหลวงมีลักษณะเป็นช่องแคบ หรือหุบผาหินที่มีขนาดเล็ก ลึกและสูงชัน มีทางน้ำไหลผ่านตลอดปี มีลักษณะดั่งกำแพงผาหินหนาทึบแข็งแกร่งที่ถูกตัดขาดออกจากกันเป็นช่องแคบ ๆ เปิดทางให้แม่น้ำแม่แจ่มไหลผ่านจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของกำแพงผาหินได้อย่างน่าพิศวง นับเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติทางธรณีวิทยาที่ดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็น และเป็นของหายากไม่พบทั่วไป
ออบหลวง ตรงกับคำว่า Gorge ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะทางธรณีวิทยา มีความหมายว่า หุบเขาขนาดเล็ก ที่แคบและลึก ประกอบขึ้นด้วยผาหินสูงชัน เกิดอยู่ในพื้นที่ภูเขา มีขนาดเล็กกว่าหุบผาชัน (Canyon) โดยเฉพาะจะหมายถึงบางช่วงของหุบผาชันที่แคบ และมีผาหินสูงชันกว่าส่วนอื่น ๆ
ธรณีวิทยาและการเกิดออบหลวง
ออบหลวงตั้งอยู่ในบริเวณรอยต่อระหว่างเทือกเขาดอยอินทนนท์ ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือและมีความสูง 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลกับเทือกเขาดอยคำ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ และมีความสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล เทือกเขาทั้งสองมีลักษณะเป็นเทือกเขาสูง ทอดตัวยาวต่อเนื่องกันมาในแนวเหนือ-ใต้ โดยมีร่องลึกแนวตะวันออก-ตะวันตก (แนวรอยต่อ) ตัดผ่าขาดจากกันและมีแม่น้ำแม่แจ่ม ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสูงด้านทิศเหนือในอำเภอแม่แจ่ม อำเภอ จอมทอง และอำเภอฮอด ไหลขนานกับเทือกเขามาในร่องลึกดังกล่าวนั้น จนไปบรรจบกับลำน้ำปิง ซึ่งอยู่ห่างจากออบหลวงไปทางด้านทิศตะวันออกเป็นระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร เนื่องจากแม่น้ำแม่แจ่ม มีลำน้ำสาขาจำนวนมาก ดังนั้น จึงรองรับน้ำปริมาณมาก ทำให้เป็นแม่น้ำที่มีน้ำไหลแรงตลอดปี
หินในบริเวณออบหลวงซึ่งแม่น้ำแม่แจ่มไหลตัดทะลุจากด้านตะวันตกไปตะวันออกนั้น เป็นหินแอนาเทกไซต์ (Anatexite) ซึ่งเป็นหินที่เกิดจากหินดั้งเดิมในบริเวณนี้ หลอมละลายเป็นของเหลว แล้วแข็งตัวตกผลึกใหม่ การหลอมละลายและแข็งตัวใหม่นี้เกิดขึ้นในยุคไทรแอสซิก หรือช่วงเวลาประมาณ 250-203 ล้านปี สันนิษฐานว่าหินดั้งเดิมเป็นหินแปรยุคพรีแคมเบรียน ต้นเหตุแห่งการหลอมละลายเกิดจากการจมตัวของหินแปรยุค พรีแคมเบรียนลงไปสู่ส่วนลึกภายใต้เปลือกโลกซึ่งเป็นที่ที่มีความร้อนความดันสูงจึงทำให้หินเดิมร้อนและหลอมละลาย
จากการศึกษาธรณีวิทยาของประเทศไทยพบว่า ในช่วงเวลาของยุคเทอร์เชียรี (65-1.8 ล้านปี) ได้เกิดรอยเลื่อนขึ้นมากมาย รอยเลื่อนเหล่านี้ก่อให้เกิดแอ่งเล็กแอ่งน้อยทั่วไป โดยเฉพาะภาคเหนือพบหลายแอ่ง เช่น แอ่งลำปาง แอ่งแม่เมาะ แอ่งปง แอ่งพะเยา แอ่งฝาง ฯลฯ แอ่งเหล่านี้มีอายุประมาณไม่เกิน 30 ล้านปี เป็นแอ่งรองรับตะกอนทางน้ำในยุคเทอร์เชียรีพัดพามาสะสมตัว และบางแอ่งรองรับตะกอนต่อเนื่องมาจนถึงในยุคควอเทอร์นารี (1.8 ล้านปี-ปัจจุบัน) ตัวอย่างของการสะสมของตะกอนในปัจจุบัน ได้แก่ ตะกอนที่แม่น้ำลำธารในปัจจุบันพัดพามาทับถมกันในที่ลุ่มน้ำท่วมถึงแต่ละปี หรือตามริมฝั่งแม่น้ำหรือท้องน้ำ นอกจากการสะสมตัวของตะกอนในที่ลุ่มยุคควอเทอร์นารีแล้ว ยังมีหลักฐานของการยกตัวของพื้นที่แอ่งสะสมตะกอนหรือชั้นตะกอนยุคเทอร์เชียรีและควอเทอร์นารีปรากฏให้เห็นด้วย เช่น ที่หน้าผาสูงริมฝั่งแม่น้ำปิง บริเวณจุดชมวิวผาวิ่งชู้ บ้านดงดำ ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากออบหลวงลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ผาวิ่งชู้เป็นหลักฐานของการยกตัวในยุคควอเทอร์นารีครั้งหลังสุด
การตื้นเขินของแอ่งสะสมตะกอนและการยกตัวของผืนแผ่นดินทำให้แม่น้ำ ลำธาร เปลี่ยนแปลงทิศทางการกัดเซาะและความเร็ว พื้นที่ที่มีความลาดเอียงน้อยหรือเกือบราบ ทางน้ำจะมีทิศทางการไหลแบบแกว่งไปมา ลำน้ำมีลักษณะคดโค้ง และกระแสน้ำเอื่อย ในขณะที่พื้นที่ความลาดเอียงสูง ทางน้ำจะกัดเซาะลงในแนวลึกมากกว่าแนวระดับ ทางน้ำจะมีลักษณะตรง ไม่แกว่งไปมา ไม่คดโค้ง และกระแสน้ำไหลแรง ในกรณีของการเกิดออบหลวงซึ่งเกิดบนพื้นที่เทือกเขาสูง ทางน้ำจะกัดเซาะให้พื้นที่ ที่น้ำไหลผ่านเกิดเป็นร่องลึก แม้ว่าหน้าผาที่ออบหลวงจะเป็นหินแอนาเทกไซต์ ซึ่งเป็นหินที่แข็งแกร่งทนทานต่อการกัดเซาะ แต่คงเป็นเพราะการกัดเซาะของแม่น้ำแม่แจ่มเกิดขึ้นซ้ำซาก ณ ที่แห่งเดิมเป็นเวลานาน อาจนับได้ตั้งแต่ยุคเทอร์เชียรี และมีแนวรอยแตกในหิน ดังนั้น กำแพงผาหินที่แข็งแกร่งจึงเกิดช่องแคบๆ ให้น้ำสามารถไหลผ่านลงไปได้ อนึ่ง การยกตัวของพื้นที่จนเป็นที่สูง ทำให้แม่น้ำมีพลังการกัดกร่อนด้านลึกอย่างรุนแรง เป็นผลให้ช่องแคบ ๆ ดังกล่าวข้างต้น ลึกลง ลึกลง จนมีลักษณะเป็นหน้าผาแคบ และสูงชันได้
ออบหลวงเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แปลกและหายาก การเกิดขึ้นและคงอยู่ได้จนถึงปัจจุบันต้องอาศัยความเหมาะเจาะลงตัวของสรรพสิ่งที่มีอยู่ประกอบกัน หินผาแม้จะแข็งแกร่งทนทาน แต่ก็ต้องมีจุดอ่อนอยู่บ้างบางแห่ง กระแสน้ำที่ได้นำพาเม็ดกรวดเม็ดทรายมาด้วย ทำหน้าที่ขัดสีให้หินผาเป็นหุบลึกลง เวลาสำหรับกัดกร่อนให้กำแพงหินที่หนาและแกร่งเกิดเป็นช่องต้องนานพอและต้องมีพลังงานจากความต่างระดับของพื้นที่ต้นน้ำกับท้ายน้ำเพิ่มเติมเพื่อ ให้เกิดความสามารถที่จะกัดเซาะทะลุกำแพงออกไปได้ ตัวกำแพงต้องไม่เปิดโอกาสให้ทางน้ำเปลี่ยนทิศทาง บังคับให้การทำงานของกระแสน้ำกระทำลงไปที่จุดอ่อนเพียงจุดเดียว เหล่านี้คือความเหมาะสมลงตัวที่ทำให้เกิด ออบหลวง
แผนที่ธรณีวิทยาและแผนที่เส้นทาง



