เขาชีจรรย์

เขาชีจรรย์ ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ที่ตั้ง

เขาชีจรรย์ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี การเข้าถึงทำได้โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ซึ่งเป็นทางหลวงจากกรุงเทพฯ-ตราด ทางเข้า เข้าได้ 2 ทาง คือ เลี้ยวซ้ายเข้าวัดญาณสังวรารามมหาวิหารที่ประมาณก่อนถึง กิโลเมตรที่ 161 จากวัดญาณฯ มีทางต่อเชื่อมไปเขาชีจรรย์ ซึ่งอยู่ห่างจาก วัดญาณฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร หรือจะเข้าทางวัดหนองจับเต่า เมื่อวิ่งเลย กิโลเมตรที่ 161 มาแล้วก็ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร ก็จะถึงเขาชีจรรย์

ลักษณะของแหล่ง

เขาชีจรรย์เป็นเขาลูกหนึ่งในกลุ่มเขาที่อยู่ใกล้ ๆ กัน รวม 3 ลูก เมื่อมองจากถนนเข้าสู่กลุ่มเขา เขาชีจรรย์จะมีลักษณะคล้ายกรวยคว่ำ ทรงยอดแหลม มีความสูงจากพื้นดิน 180 เมตร หรือ สูงจากระดับน้ำทะเล 248 เมตร ไหล่เขาทางด้านเหนือหรือด้านที่มองจากถนน เคยเป็นสถานที่ที่มีการระเบิดหินเพื่อใช้เป็นวัสดุก่อสร้างมาก่อน จึงเปิดให้เห็นเนื้อหิน เป็นหน้าผาค่อนข้างเรียบจนถึงยอดเขา บนหน้าผามีรูปแกะสลักหินเป็นพระพุทธรูปลายเส้น รูปประทับนั่ง ปางมารวิชัย เลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตร ศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา ขนาดความสูง 109 เมตร หน้าตักกว้าง 70 เมตร มีฐานบัวสูง 21 เมตร รวมความสูงทั้งหมด 130 เมตร โดยลายเส้นแกะสลักลงในเนื้อหินเป็นร่องลึก ขนาดความกว้าง 30-40 เซนติเมตร ลึก 10 เซนติเมตร ฝังด้วยกระเบื้องโมเสกสีทองเต็มร่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ทรงพระราชทานนามว่า พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา ซึ่งปรากฏให้เห็นเด่นชัด บนหน้าผาจากระยะไกล จัดเป็นพระพุทธรูปแกะสลักในลักษณะพระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พระนาม พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา มีความหมายว่า พระพุทธเจ้า ทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรือง สว่าง ประเสริฐดุจดังมหาวชิระ พระพุทธรูปองค์นี้สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 9 ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองศิริราชสมบัติเป็นปีที่ 50

ธรณีวิทยา

เขาชีจรรย์ประกอบด้วยหินปูนรอยริ้ว (Cleaved limestone) โดยเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนปูนในทะเลตื้นเมื่อประมาณ 280 ล้านปีมาแล้ว หินปูนรอยริ้วนี้ ได้รับอิทธิพลความร้อนจากหินแกรนิตยุคไทรแอสซิก ที่แทรกดันตัวอยู่ข้างใต้และข้างเคียง ทำให้เกิดมีกลุ่มแร่แคลก์ซิลิเกต (Calc – silicate) สีขาว ม่วงน้ำตาล และสีเขียว เรียงตัวเป็นแนวยาวขนานกับรอยริ้วในหินปูน ใกล้กับแนวสัมผัสของหินปูนกับหินแกรนิต จะพบว่ามีกลุ่มแร่สีขาวของแร่โวลลาสโทไนต์ (Wollastonite) เกิดขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้อิทธิพลดังกล่าว ยังทำให้หินปูนรอยริ้ว เกิดการคดโค้ง บิดงอ และเกิดรอยแตก รอยแยก ที่มีความชัน 50-70 องศา ปรากฏทั่วไปตามหน้าผา อันเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถแกะสลักพระพุทธรูปแบบนูนต่ำตามวัตถุประสงค์เดิมได้ จนต้องเปลี่ยนมาเป็นการจัดสร้างแบบลายเส้นตามพระราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกับคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2535 และพระราชทานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2535

หน้าผาเขาชีจรรย์ได้รับการปรับแต่งให้เรียบ เสริมความแข็งแรงของรอยแตกรอยแยก ทำร่องระบายน้ำไหล และควบคุมน้ำซึมตลอดรอยเลื่อนของหน้าผา ก่อนที่จะทำการจัดสร้างพระพุทธรูปลายเส้น นอกจากนี้บริเวณรอบองค์พระ บริเวณลานหินหน้าองค์พระ และบริเวณรอบนอกออกมาซึ่งจัดเป็นที่นมัสการองค์พระและส่วนบริการ ได้รับการตกแต่งภูมิทัศน์ก่อสร้างศาลา และทำลานจอดรถสำหรับบริการผู้มาเที่ยวชมเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันเขาชีจรรย์เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และทางศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรีคู่กับวัดญาณสังวรารามมหาวิหาร

แผนที่ธรณีวิทยาและแผนที่เส้นทาง

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.