เปิดเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ ‘สระบุรีแซนด์บ๊อกซ์’ แก้ปัญหาโลกเดือด

รูปภาพของกรมทรัพยากรธรณี

ปัจจุบัน ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ ‘ภาวะโลกรวน’ ยังส่งผลกระทบชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระอุขึ้นทุกปี ภาวะน้ำท่วมรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำซากดูจะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นและสภาพอากาศที่แปรปรวนผิดฤดู ทั้งหมดนี้ส่งผลเป็นห่วงโซ่ต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และคุณภาพชีวิตของผู้คน รวมไปถึงการสร้างผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องและความมั่นคงในชีวิต

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เกิดจากการที่ก๊าซเรือนกระจกถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณมากเกินขีดความสามารถที่ธรรมชาติจะดูดซับได้ทั้งหมด สาเหตุหลักเนื่องมาจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในบ้าน โรงงาน และยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ เมื่อมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เชื้อเพลิงเหล่านี้ก็จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา

โดยก๊าซที่ถูกปล่อยออกมามากที่สุด คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซเรือนกระจก ดูดซับคลื่นรังสีความร้อนในชั้นบรรยากาศใกล้กับพื้นผิวโลกเอาไว้ เป็นสาเหตุให้โลกของเราร้อนขึ้น และกระตุ้นให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวนจากเดิม ไม่เพียงแค่ร้อนผิดปกติ แต่ยังเกิดปรากฏการณ์และภัยพิบัติต่างๆ ในหลายพื้นที่บนโลกที่ผันผวนและรุนแรงมากขึ้นทุกปี

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ส่งผลให้ฤดูหนาวในปี 2566 ที่ผ่านมา มีอากาศที่ร้อนและอบอ้าว ทั้ง ๆ ที่เรากำลังอยู่ในฤดูหนาว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้สรุปแล้วว่า “ปี 2023 เป็นปีที่อุณหภูมิอากาศโลกเฉลี่ยสูงที่สุดตั้งแต่มีการบันทึก” และได้พยากรณ์ต่อไปอีกว่า “อุณภูมิอากาศเฉลี่ยของปี 2024 จะสูงกว่าของปี 2023”

อย่างไรก็ตาม ในการรับมือกับปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน BBC NEWS ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลเกือบ 200 ประเทศได้ลงนามร่วมกันในความตกลงปารีสในปี 2015 โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะพยายามรักษาอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เป้าในการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ หรือที่เรียกว่า เน็ตซีโร่ (net zero) หมายถึง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

รวมไปถึงการขจัดมลพิษทางอากาศที่เหลืออยู่จากชั้นบรรยากาศด้วย และควรจะบรรลุให้ได้ภายในปี 2050 ซึ่งประเทศไทยกำลังโอบรับเป้าหมายนี้อยู่ ด้วยโครงการ “สระบุรีแซนด์บ๊อกซ์” เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกในไทย เพื่อตั้งเป้าหมายในการแก้ปัญหาโลกเดือด และปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์

KEY POINTS

  • ประเทศไทย ตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และ net Zero ในปี ค.ศ. 2065 จึงใช้ จ.สระบุรี เป็นโมเดลแห่งแรกของการเริ่มต้น
  • สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เป็นความร่วมมือระหว่าง สอวช. และ TCMA พัฒนาระบบนิเวศเมือง จ.สระบุรี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี หนุนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050
  • พร้อมส่งเสริมการปลูกหญ้าเนเปียร์ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์  เตรียมพร้อมยกระดับสระบุรีสู่ ‘เมืองคาร์บอนต่ำ’ แก้ไขปัญหาขยะชุมชน

    ดูรายละเอียดที่ : https://www.bangkokbiznews.com/environment/1114953
ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.