
มนุษย์ไม่เคยละความพยายามที่จะเสาะแสวงหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติแหล่งใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคที่ไม่รู้จักจบสิ้น หลังจากเก็บเกี่ยวสิ่งที่หาได้จากบนพื้นโลกจนทุกอย่างหดหาย เราก็เริ่มขุดลึกลงไปในดิน และเมื่อวิทยาการก้าวหน้ายิ่งขึ้น เทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ มีความพร้อมกว่าเดิม เราก็เริ่มหาทางดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลลึก เพื่อเสาะหาขุมทรัพย์แห่งใหม่ซึ่งจะมาแทนที่ขุมทรัพย์แห่งเดิม
อะไรอยู่ใต้ผืนน้ำ
ลึกลงไปใต้ทะเลมีแร่ธาตุสำคัญซึ่งทั้งมีมูลค่าและความต้องการสูง แร่ธาตุสำคัญเหล่านั้น ได้แก่ โคบอลต์ นิกเกิล สังกะสี และแมงกานีส ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสิ่งที่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เช่น โทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า
บนพื้นดิน แร่เหล่านี้ถูกขุดขึ้นมาใช้จนเหลือน้อยลงอย่างน่าตกใจ แต่ใต้ทะเลลึกยังมีแหล่งแร่สำคัญที่สามารถเก็บเกี่ยวมาใช้ประโยชน์ได้กระจายตัวอยู่ทั่วไป โดยแหล่งแร่ใต้ทะเลลึกมีสามประเภทหลักด้วยกัน ได้แก่ ลานที่มีก้อนพอลิเมทัลลิกเรียงราย บริเวณรอบช่องเปิดใต้น้ำที่เรียกว่าปล่องความร้อนมหาสมุทรซึ่งมีแร่ธาตุสะสมอยู่ และเปลือกโลกด้านข้างสันเขากลางมหาสมุทรและภูเขาใต้ทะเลที่อุดมไปด้วยโคบอลต์
แหล่งแร่เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในน่านน้ำสากล และอาจอยู่ห่างจากชายฝั่งหลายร้อยถึงหลายพันไมล์ อีกทั้งอยู่ลึกลงไปใต้พื้นน้ำหลายไมล์ แต่ก็ยังไม่พ้นความพยายามของมนุษย์ที่จะนำขึ้นมาใช้ประโยชน์รู้จักการทำเหมืองใต้ทะเลลึก
ความใฝ่ฝันที่จะทำเหมืองใต้ทะเลลึกนั้นมีมาตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เมื่อมีการค้นพบทรัพยากรธรรมชาติมีค่ามากมายที่พื้นสมุทร เช่น เงิน ทองคำ แต่การนำทรัพยากรแร่จากพื้นมหาสมุทรที่ระดับความลึกมากกว่า 200 เมตรขึ้นมาใช้งานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จนกระทั่งมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าพอที่จะลงมือขุดแร่จากพื้นทะเลได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ดูรายละเอียดที่ : https://thaipublica.org/2023/12/sunisa18-deep-sea-mining/