แพลจิโอเคลสเฟลด์สปาร์ (Plagioclase feldspar)

Plagioclase feldspar

ชื่อแร่

แพลจิโอเดลสมาจากภาษากรีก หมายถึง เอียง (oblique) เนื่องจากแนวแตกเรียบเอียงทำมุมกัน

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

ผลึกอยู่ในระบบสามแกนเอียง โดยทั่วไปมีผลึกเป็นรูปแบนหนา สำหรับอะนอร์ไทต์อาจพบเป็นแบบแท่งได้ มักเกิดเป็นผลึกแฝด ตรงผิวหน้าผลึกหน้าหนึ่งหรือทั้งหน้าตรงข้ามจะมีร่องถี่ขนานเห็นได้ชัดมากมาย มีทั้งแบบเป็นมวล หรือเป็นมวลเม็ด สีอาจเป็นสีขาว สีเทา สีเขียว สีเหลือง สีแดงเข้มหรือไม่มีสี ความแข็ง 6 ความถ่วงจำเพาะของแอลไบต์ 2.62 จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อมีแคลเซียมเพิ่ม ซึ่งความถ่วงจำเพาะของอะนอร์ไทต์จะสูงที่สุด 2.76 โปร่งใสถึงโปร่งแสง วาวแบบแก้วและแบบมุก อาจเห็นการเล่นสีได้ด้วย โดยเฉพาะในแพลจิโอเคลสชนิดแลบราโดไรต์และแอนดีซีน แนวแตกเรียบ 2 แนวเอียงทำมุมกัน

คุณสมบัติทางเคมี

แพลจิโอเคลสเฟลด์สปาร์ เป็นแร่เฟลด์สปาร์กลุ่มหนึ่ง มีสูตรเคมีทั่วไป (Na, Ca)Al(Si, Al)Si2O8 ผลึกอยู่ในระบบสามแกนเอียง เป็นกลุ่มแร่สามัญในกลุ่มแร่ประกอบหิน มีสมบัติเป็นผลึกผสมเนื้อเดียว คือ แร่แต่ละชนิดในกลุ่มจะมีส่วนประกอบ ของ NaAlSi3O8 (แอลไบต์ หรือ Ab) และ CaAl2Si2O8 (อะนอร์ไทต์ หรือ An) ในสัดส่วนต่าง ๆ กัน โดยดูจากส่วนประกอบ Ab+An = 100 ซึ่งชื่อแร่ จะเรียกโดยถือจากสัดส่วนของ An ที่เพิ่มขึ้น ดังนี้

แอลไบต์ (albite)                 An 0-10
โอลิโกเคลส (oligoclase)       An 10-30
แอนดีซีน (andesine)           An 30-50
แลบราโดไรต์ (labradorite)    An 50-70
ไบโทว์ไนต์ (bytownite)         An 70-90
อะนอร์ไทต์ (anorthite)         An 90-10

 

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

แตกต่างจากเฟลด์สปาร์ชนิดโพแทสเซียม ตรงที่มีร่องถี่ขนานเป็นจำนวนมาก พวกโพแทสเซียมชนิดโซดาสูงจะให้เปลวไฟโซเดียมที่ชัดเจน ชนิดที่มีไลม์สูงทำปฏิกิริยากับกรดเกลือแล้วกลายเป็นซิลิกาเจล ชนิดแอลไบต์เมื่อเผาไฟจะเห็นเป็นสีฟ้าเรืองแสงตามขอบ หน้าผลึกแร่มักขีดด้วยมีดแทบไม่เข้า ชนิดย่อยวินิจฉัยได้จากผลวิเคราะห์เคมีหรือการตรวจสมบัติทางแสง อย่างไรก็ตาม อาจแยกชนิดอย่างคร่าว ๆ ได้โดยการหาความถ่วงจำเพาะของแร่ 

การเกิด

แพลจิโอเคลสเฟลด์สปาร์เป็นแร่ประกอบหินซึ่งพบอย่างกว้างขวางและในปริมาณที่มากกว่าโพแทสเซียมเฟลด์สปาร์ โดยพบทั้ง ในหินอัคนี หินแปร และหินตะกอน การแบ่งชนิดของหินอัคนีส่วนใหญ่ใช้ดูปริมาณของเฟลด์สปาร์เป็นหลัก คือ ถ้ามีปริมาณของซิลิกาในหินมากขึ้นเท่าไร หินนั้นก็จะยิ่งมีสีอ่อน และมีโพแทสเซียมเฟลด์สปาร์รวมทั้งแพลจิโอเคลสจำพวกโซเดียมมากขึ้นเท่านั้น

แหล่ง

ประเทศไทย พบที่ตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง

ต่างประเทศ พบที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ฟินแลนด์ มาดากัสการ์ นอร์เวย์ ญี่ปุ่น คาบสมุทรสแกนดิเนเวีย และแหล่งอื่น ๆ

ประโยชน์

ใช้ประโยชน์ได้น้อยกว่าโพแทสเซียม แอลไบต์ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบดินเผาเช่นเดียวกับออร์โทเคลส แลบราโดไรต์ ซึ่งแสดงคุณสมบัติในการเล่นสี (labradorescence) จึงนำมาขัดทำหินประดับ ส่วนแร่อื่น ๆ ที่แสดงสมบัติแบบโอปอ (Opalescent) คือ เหลือบเคลื่อนไปมาได้ มีสีเหลืองนวลคล้ายแสงจันทร์ วาวแบบมุก นำมาเจียระไนเป็นพลอยประดับ ถือเป็นรัตนชาติชนิดหนึ่ง เรียกว่า “มูนสโตน” (moonstone) หรือ “มุกดาหาร”

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.