คอรันดัม หรือ กะรุน (Corundum)

รูปภาพของกรมทรัพยากรธรณี

ชื่อแร่

คำว่าคอรันดัม ไทยเรียกว่า “กะรุน” อินเดีย เรียก “คอรุน” (korund) ซึ่งเป็นคำสันสกฤต บางตำรากล่าวว่ามาจากคำทมิฬ “kurundum” และ สันสกฤต “kuruvinda” หมายถึง ทับทิม (ruby) และได้เรียก “korundum” ว่า “กะรุน”

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

ผลึกอยู่ในระบบสามแกนราบ โดยทั่วไปเป็นแผ่นหนาหรือรูปแท่งหกเหลี่ยม รูปแท่งมีลักษณะกลางป่องค่อย ๆ เรียวสู่ปลาย 2 ข้าง แลดูคล้ายถังเบียร์ มีร่องถี่ขนานขวางแนวยาวของผลึก ปกติจะเกิดเป็นผลึกใหญ่หรือเป็นมวล เม็ดหยาบถึงละเอียด เฉพาะชนิดที่มีเนื้อโปร่งแสง มีคุณสมบัติจัดเป็นรัตนชาติแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะสีของพลอยคือ ทับทิมและแซปไฟร์ ซึ่งมีสีต่าง ๆ ที่รู้จักกันดี คือ สีแดง เรียกว่า “ทับทิม (ruby) สีอื่น ๆ เรียกว่า “แซปไฟร์ (Sapphire) เช่น สีฟ้าหรือสีน้ำเงินเรียกว่า “ไพลิน (blue Sapphire) สีเหลืองเรียกว่า “บุษราคัม (yellow Sapphire) สีเขียวเรียกว่า “เขียวส่องหรือ เขียวมรกต” (green sapphire) สีส้มอมชมพู หรือสีชมพูอมส้มเรียกว่า “แพดพาแรดชา” (padparadscha) ซึ่งเป็นสีที่หายากมากถ้าเกิดตามธรรมชาติ ส่วนชนิดที่มีเนื้อทึบหากแสดงรูปดาว จะเรียกชื่อเฉพาะว่า “พลอยสตาร์หรือแซปไฟร์สาแหรก (star Sapphire) ซึ่งต้องเจียระไนรูปหลังเบี้ยจึงจะเห็นรูปดาว ความแข็ง 9 รองจากเพชร ความถ่วงจำเพาะ 3.9-4.0 โปร่งใสถึงโปร่งแสง วาวคล้ายเพชรถึงแบบแก้ว รอยแตกแบบก้นหอยถึงขรุขระ แนวแตกเรียบชัดเจน

คุณสมบัติทางเคมี

สูตรเคมี Al2O3 มี Al 90-92% ซึ่งอาจมีเหล็ก โครเมียม และไทเทเนียมปน ที่มีสีแดงเพราะมีโครเมียมเป็นมลทิน สีน้ำเงินเพราะมีเหล็กกับไทเทเนียมเป็นมลทิน

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

แข็งมาก เพชรและผงขัดบางชนิดเท่านั้นที่จะขูดเข้า รูปผลึกเด่นชัด บนผิวหน้าเรียบจะมีรอยสามเหลี่ยม ความวาวสูง แนวแตกเรียบเด่น

การเกิด

พบในหินชนิดต่าง ๆ แต่แหล่งที่สำคัญ ๆ ส่วนมากพบในหินแปร เช่น หินปูนผลึก หินไมกาชีสต์ หินในส์ นอกจากนี้ยังพบในหินเพกมาไทต์ หินอัคนีพวกหินไซอีในต์ หินเนฟิลีนไซอีไนต์ ในประเทศไทยพลอยคอรันดัมมีต้นกำเนิดในหินแปรเกรดสูงจำพวกหินแกรนูไลต์ที่ระดับความลึกไม่น้อยกว่า 35 กิโลเมตรใต้ผิวโลก โดยทับทิมจากจันทบุรี ตราด เกิดในหินไพรอกซีไนต์ ที่มีแพลจิโอเคลส-การ์เนต ส่วนแซปไฟร์จากกาญจนบุรีเกิดในหินคอร์ซิลเซอร์สไพร์ที่มีแร่ซิลลิมาในต์ เซอร์คอน และสปิเนลเป็นองค์ประกอบ โดยหินภูเขาไฟชนิดอัลคาไลบะซอลต์เป็นหินนำพาพลอยจากชั้นหินต้นกำเนิดใต้เปลือกโลกนี้ขึ้นสู่ผิวโลก ปกติจะพบพลอยฝังอยู่ในหินบะซอลต์ได้น้อยมากโดยทั่วไปจะพบพลอยหลุดผุพังจากหินต้นกำเนิดมาแล้ว ซึ่งมีทั้งหลุดผุพังอยู่กับที่ในดินบะซอลต์และแบบเคลื่อนย้ายจากต้นกำเนิดไปสะสมตัวที่อื่นหรือตามลำน้ำ

แหล่ง

ประเทศไทย พบที่จังหวัดจันทบุรี ตราด กาญจนบุรี สุโขทัย แพร่ เพชรบูรณ์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ต่างประเทศ แหล่งที่มีชื่อคือ ประเทศพม่า กัมพูชา ศรีลังกา อินเดีย เวียดนาม ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา แหล่งสำคัญปัจจุบันอยู่ในทวีปแอฟริกา ได้แก่ มาดากัสการ์ แทนซาเนีย เคนยา โมซัมบิค ซิมบับเว ไนจีเรีย และมาลาวี นอกจากนี้ พบที่ประเทศแคนาดา กริช อัฟกานิสถาน ปากีสถาน รัสเซีย จีน และบราซิล

ประโยชน์

เป็นรัตนชาติมีค่าสูง คือ ทับทิม (ruby) สีน้ำเงินรองลงไป ส่วนสีอื่น ๆ ก็มีค่าลดหลั่นลงไป ถ้ามีขนาดเล็กละเอียดหรือเนื้อไม่ดีเจียระไนไม่ได้จะนำไปใช้เป็นวัสดุขัดถู หรือนำไปอัดเป็น แผ่นกลมสำหรับตัดโลหะและขัดเลนส์ให้เรียบ ถ้าทาบนผ้าหรือกระดาษใช้ขัดโลหะ ไม้เนื้อแข็ง กระจกแว่นต่าง ๆ

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.