ฟลูออไรต์ (Fluorite)

Fluorite

ชื่อแร่

มาจากภาษาละติน “fluere” หมายถึง การไหล (flow) เพราะแร่ชนิดนี้หลอมละลายได้ง่ายกว่าแร่อื่นที่ดูคล้ายกัน แร่ฟลูออไรต์บางชนิด หรือบางแหล่งแสดงสมบัติเรืองแสงได้ (fluores cence) คําว่าฟลูออไรต์ (fluorite) จึงแปลมาจาก คําว่า fluorescence นั่นเอง

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

ผลึกอยู่ในระบบสามแกนเท่า โดยปกติรูปผลึกเป็นรูปลูกเต๋าหรือรูปลูกบาศก์ และมักเกิดเป็นรูปลูกบาศก์สองลูกฝังซ้อนกันเป็นผลึกแฝด ปกติพบเป็นผลึกหรือเป็นมวล มีแนวแตกเรียบแบบเป็นมวลก้อน หรือแบบมวลเม็ดทั้งหยาบและละเอียดก็มี ซึ่งพบได้ทั้งแบบที่เกิดเป็นชั้น ๆ เหมือนขนมชั้น อาจจะเป็นชั้นที่มีเนื้อฟลูออไรด์ล้วน ๆ แต่ต่างสีกัน หรือชั้นของฟลูออไรต์สลับกับควอตซ์เนื้อเนียนละเอียด หรือเนื้อเหมือนน้ำตาลทราย มองดูคล้ายหินทราย นอกจากนี้อาจมีเนื้อเนียนละเอียดยิบซึ่งมองดูคล้ายควอตซ์ หรืออาจเกิดในลักษณะเป็นลูก ๆ เหมือนพวงองุ่น (botryoidal) ฟลูออไรต์มีแนวแตกเรียบที่สมบูรณ์ 4 แนว เมื่อแตกออกจะมีลักษณะเหมือนรูปปิรามิดประกบกัน 2 ด้าน ซึ่งอาจทำให้หลงผิดคิดว่าเป็นรูปผลึกที่แท้จริงได้ มีหลายสี โดยทั่วไปมีสีเขียวอ่อน เหลือง เขียวอมฟ้า และม่วง ชนิดไม่มีสี สีขาว ชมพู ฟ้า และน้ำตาลก็พบได้ ผลึกเดี่ยว ๆ อาจมีแถบสีต่าง ๆ ก็ได้ พวกที่เป็นมวลก้อนมักจะมีแถบสีสลับกัน ให้เห็นเป็นชั้น ๆ สีผงสีขาว ความแข็ง 4 ความถ่วงจำเพาะแปรเปลี่ยนได้ตั้งแต่ 3.01-3.26 บางครั้งอาจจะสูงได้ถึง 3.6 เนื่องจากมีธาตุอิตเตรียมและซีเรียมรวมอยู่ด้วย โดยปกติส่วนใหญ่มักจะมีแร่ควอตซ์ปะปน โปร่งใสถึงโปร่งแสง วาวแบบแก้ว มีสมบัติเรืองแสงเมื่ออยู่ภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต

คุณสมบัติทางเคมี

สูตรเคมี CaF2 มี Ca 51.3% F 48.7% อาจมีธาตุหายากรวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะธาตุอิตเตรียมและซีเรียม ซึ่งเข้าแทนที่ธาตุแคลเซียม

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

ลักษณะผลึกรูปลูกบาศก์หรือลูกเต๋า มีแนวแตกเรียบ 4 แนวที่ทำให้เห็นเป็นรูปปิรามิดสองอันประกบกัน เอามีดขีดดูจะเป็นรอย แร่ขีดแก้วหรือกระจกไม่เข้าซึ่งผิดกับแร่ควอตซ์ ที่ขีดเข้า หากในเนื้อฟลูออไรด์มีควอตซ์ฝังประกระจายก็ทำให้ยุ่งยากต่อการตรวจความแข็ง และทําให้เข้าใจผิดได้ โดยปกติหยดกรดเกลือลงไปจะไม่ฟู่ ซึ่งต่างกับแคลไซต์ แต่ถ้าหากเกิดรวมอยู่กับหินปูนจึงเกิดฟองฟู่กับกรดได้ ใส่กรดกำมะถันเข้มข้นและร้อนจะละลายตัวให้ควันของกรดเกลือ ซึ่งอันตรายมาก วิธีตรวจอีกอย่างหนึ่งคือ นำสารละลายโซเดียมอาริซารินซัลโฟเนตซึ่งมีสีเหลืองผสมกับสารละลายเซอร์โคเนียมไนเตรตในกรดเกลือจะได้สารละลายผสมมีสีม่วงแดง เอาสารละลายนี้ใส่บนแร่ทิ้งไว้สักครู่ ถ้าสารละลายที่ใส่ลงไปเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แสดงว่าตัวอย่างนั้นเป็นฟลูออไรต์ที่แท้จริง

การเกิด

พบเกิดได้หลายแบบ เช่น ในสายแร่ซึ่งอาจเป็นแร่หลักหรือเป็นเพื่อนแร่ของสินแร่โลหะแหล่งแร่เนื่องจากไอร้อน (pneumatolytic deposits) แหล่งแร่แบบแทนที่ในหินท้องที่ เช่น หินปูน หินดินดาน และหินทราย เป็นต้น นอกจากนี้พบเกิดในช่องว่างของหินปูน หินโดโลไมต์ ตลอดจนเป็นแร่รองในหินเพกมาไทต์หรือหินอัคนีชนิดต่าง ๆ

แหล่ง

ประเทศไทย ในอดีตนับว่าเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของโลกแห่งหนึ่ง พบในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ลำปาง เชียงราย แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และกระบี่ แหล่งผลิตฟลูออไรต์ที่สำคัญอยู่ที่จังหวัด แม่ฮ่องสอน และลำพูน

ต่างประเทศ แหล่งผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้แก่ ประเทศจีน เม็กซิโก มองโกเลีย แอฟริกาใต้ รัสเซีย สเปน และนามิเบีย แหล่งอื่น ๆ พบที่ประเทศเคนยา โมร็อกโก บราซิล เยอรมนี อังกฤษ เกาหลีเหนือ อาร์เจนตินา เวียดนาม และอินเดีย เป็นต้น

ประโยชน์

ชื่อทางการค้าของฟลูออไรต์เรียกว่า “ฟลูออร์สปาร์” (fluospar) ใช้เป็นฟลักซ์ในการถลุงเหล็กเพื่อช่วยให้สิ่งเจือปนในเหล็ก เช่น กำมะถัน ฟอสฟอรัส หลอมตัวเข้าไปรวมในตะกรันและช่วยให้ตะกรันไหลได้ง่ายด้วย ใช้ในการทำ opalescent glass ทำกรดไฮโดรฟลูออริก (HF) ใช้ในอุตสาหกรรมทำอะลูมิเนียม ทำอุปกรณ์ทางกล้องจุลทรรศน์ ใช้ผสมทำวัสดุเคลือบเหล็กและเหล็กกล้า ใช้ผสมทำอิฐพิเศษบางอย่าง ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตฉนวนใยแก้ว (fiber glass) ก๊าซพวก Freon นับว่าเป็นก๊าซสำคัญที่ใช้ในเครื่องทำความเย็นแบบต่าง ๆ ซึ่งไม่มีพิษเมื่อเกิดการรั่วขึ้นมา และอุตสาหกรรมผลิตแก้วชนิดต่าง ๆ เป็นต้น ในปัจจุบันแร่ฟลูออไรต์ ส่วนใหญ่มักจะน ไปใช้ในอุตสาหกรรมเหล็กกล้า รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมผลิตอะลูมิเนียม และอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา นอกจากนี้ฟลูออไรต์เนื้อสีสวย นิยมนำไปเจียระไน หรือแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ แต่เนื่องจากมีความแข็งน้อย ถูกขูดขีดเป็นรอยได้ง่าย บางครั้งจึงเรียกว่า “พลอยอ่อน”

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.