ทองคำ (Gold)

Gold

ชื่อแร่

ไม่ทราบแน่

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

ผลึกอยู่ในระบบสามแกนเท่า รูปผลึกทรงแปดด้าน พวกที่เป็นรูปผลึกนั้นพบได้ยากและมักไม่สมบูรณ์ โดยทั่วไปมักเกิดเป็นเม็ดกลม แผ่น เกล็ด หรือไร (ขนาดเล็กกว่า 0.5 มิลลิเมตร) หรืออาจพบลักษณะเป็นมวลก้อน ลักษณะไม่แน่นอนเป็นรูปแบบตามสิ่งที่เข้าไปประจุ แบบตาข่าย แบบกิ่งไม้ เป็นต้น มีสีเหลืองทองเข้ม แต่สีจะอ่อนจางลงหากมีเงินปน สีผงสีเหลืองทองเหมือนกับสีตัว ความแข็ง 2.5-3 และจะแข็งมากขึ้นเมื่อมีโลหะอื่นผสม ตีแผ่เป็นแผ่นบาง ๆ และดึงเป็นเส้นลวดได้ ความถ่วงจำเพาะ 15-19 แล้วแต่มลทินที่ปะปนในเนื้อ ถ้าบริสุทธิ์มีความถ่วงจำเพาะ 19.3 ทึบแสง วาวแบบโลหะ รอยแตกแบบหยักคม ไม่มีแนวแตกเรียบ ความบริสุทธิ์ของทองคำคิดเป็น กะรัต (karat) หรือไฟน์เนส (fineness) ทองคำบริสุทธิ์จะเท่ากับ 24 กะรัต หรือ 1,000 ไฟน์ ดังนั้นทองคำ 18 กะรัต (18 K) คือ โลหะผสมที่มีทองคำ 18 ส่วน อีก 6 ส่วนเป็นโลหะชนิดอื่น ๆ เช่น เงิน ทองแดง นิกเกิล หรือมีทองคำ 750 ไฟน์ หรือทองคำ 75%

คุณสมบัติทางเคมี

สูตรเคมี Au ในธรรมชาติมักเกิดเป็นธาตุอิสระหรือเกิดปะปนกับเงินและธาตุอื่น ๆ เช่น ทองแดง เหล็ก เทลลูเรียม ซึ่งหากมีเงินปนเท่ากับหรือมากกว่า 20% จะเรียกโลหะผสมนี้ว่า “อีเลคตรัม” (electrum) ละลายได้ในกรดกัดทอง ถ้ามีเงินปนมากจะเกิดตะกอนขาว (AgCI) ค้างอยู่

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

หนักมาก เพราะความถ่วงจำเพาะสูง ให้คะเนดูด้วยมือก็พอทราบ สีเหลือง วาวแบบโลหะ มองดูคล้ายแร่ไพไรต์ คาลโคไพไรต์ และเกล็ดไมกาสีทองจนเข้าใจผิดกันบ่อยมาก แต่แร่พวกหลังนี้จะเปราะร่วนและเบากว่าทองคำมาก โดยเฉพาะสีผงของทองคำจะ เป็นสีทองเสมอ อ่อน และทุบเป็นแผ่นบาง ๆ ได้ง่าย ดัดและดึงเป็นเส้นได้ ละลายในกรดกัดทองเท่านั้น กรดธรรมดาไม่สามารถละลายทองคำได้ หลอมตัวขั้นที่ 3

การเกิด

ทองคำ พบได้ในหินเกือบทุกชนิด โดยเฉลี่ยแล้วมีประมาณ 0.0035 กรัมต่อตันในเปลือกโลก และมีประมาณ 0.00003 ตันในน้ำทะเล แต่จะมีบางบริเวณเท่านั้นที่มีสภาพทางธรณีวิทยาเหมาะสมต่อการสะสมตัวของทองคำ และเกิดเป็น “แหล่งแร่ทองคำ” ได้ ซึ่งสามารถจำแนกตามลักษณะการเกิดได้เป็น 2 แบบ คือ แหล่งทองคำแบบปฐมภูมิและแหล่งทองคำแบบทุติยภูมิ

แหล่ง

ประเทศไทย มีประวัติการทำเหมืองทองคำมาช้านานตั้งแต่โบราณกาล ในอดีตจึงได้รับการขนานนามว่า “สุวรรณภูมิ” ซึ่งหมายถึงดินแดนแห่งทองคำ แหล่งแร่ทองคำพบในเกือบทุกภาคของประเทศ ยกเว้นพื้นที่ส่วนที่เป็นที่ราบสูงโคราชและบริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง ปัจจุบัน (พ.ศ.2552) มีแหล่งแร่ทองคำทั้งแบบปฐมภูมิ และแบบทุติยภูมิที่ถูกค้นพบแล้วประมาณ 200 แหล่งกระจายตัวอยู่ใน 6 บริเวณเรียงจากเหนือไปใต้ ได้แก่ 1) บริเวณจังหวัดเชียงราย-พะเยา 2) บริเวณจังหวัดลำปาง-แพร่-สุโขทัย 3) บริเวณจังหวัดเลย-อุดรธานี-หนองคาย 4) บริเวณจังหวัดพิจิตร-เพชรบูรณ์ ลพบุรี 5) บริเวณ จังหวัดปราจีนบุรี-สระแก้ว-ระยอง และ 6) บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง นอกเหนือจากบริเวณทั้ง 6 บริเวณแล้ว ยังพบแหล่งแร่ทองคำอีกหลายแห่งแต่มีการกระจายตัวไม่เป็นกลุ่ม เช่น แหล่งแร่ทองคำที่เกิดร่วมกับแหล่งลาน แร่ดีบุกในจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดภูเก็ต พังงา ราชบุรี และกาญจนบุรี แหล่งแร่ทองคำที่เกิดร่วมกับแร่พลวงและแบไรต์ อำเภอละงู จังหวัดสตูล และแหล่งทองคำโต๊ะโมะ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แหล่งทองคำชาตรีถือเป็นแหล่งสำคัญที่สุดในปัจจุบัน แหล่งผลิตทองที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พิจิตร และเลย

ต่างประเทศ แหล่งผลิตใหญ่อยู่ที่ประเทศจีน แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เปรู รัสเซีย แคนาดา และอินโดนีเซีย แหล่งอื่น ๆ พบในประเทศกานา อุซเบกิสถาน ปาปัวนิวกินี มาลี บราซิล อาร์เจนตินา ชิลี แทนซาเนีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ คาซัคสถาน และกินี เป็นต้น

ประโยชน์

เป็นโลหะมีค่าสูง ทำเครื่องประดับ ทำเหรียญและทองแท่งเพื่อการลงทุนเป็นหลัก ประกันในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ใช้ในวงการทันตแพทย์ ใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องมือวิทยาศาสตร์ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และ อุปกรณ์ในอากาศยาน

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.