ฮีมาไทต์ หรือ แร่เหล็กแดง (Hematite)

Hematite

ชื่อแร่

มาจากภาษากรีก “haima” แปลว่าเลือด เพราะมีสีผงสีแดงเลือดหมู

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

ผลึกอยู่ในระบบสามแกนราบ ในลักษณะเป็นแผ่นบางน้อย ๆ ถึงหนามาก แบบแผ่นบางอาจรวมกลุ่มกันเป็นรูปลักษณะคล้ายดอกกุหลาบหรือเกิดเป็นมวลรวม รูปไตหรือพวงองุ่นที่มีโครงสร้างรูปรัศมีเรียก “สินแร่รูปไต” (kidney ore) และเนื่องจากมักเป็นเนื้อหินสีแดง จึงเรียกกันว่า “แร่เหล็กแดง” ส่วนชนิดที่มีลักษณะด้านคล้ายดิน มีรูปผลึกเป็นรูปทรงแปดด้าน เนื่องจากเปลี่ยนสภาพมาจากแร่แมกนีไทต์จึงแสดงรูปผลึกแร่เดิมไว้เรียกว่า “มาไทต์” (martite) ชนิดที่เป็นแผ่นบางมากขนาดแผ่นไมกาแสดงริ้วขนานบิดด้วยน้อย ๆ มีสีเทาแบบโลหะเหล็ก และมีความวาวแบบโลหะเรียกว่า “สเปกคูลาไรต์” (specularite) แร่ฮีมาไทต์มีสีแดงเลือดหมูเข้ม จนเกือบดำหรือเทาแบบเหล็ก แร่ฮีมาไทต์มีสีผงสีเลือดหมู หรือถ้าลักษณะคล้ายดินจะมีสีน้ำตาลแดง ความแข็ง 5.5-6.5 ถ้าเป็นผลึกจะแข็ง 6.5 เนื้อร่วน ความถ่วงจำเพาะ 5.26 ทึบแสง ความวาวถ้าเป็นมวลก้อนจะมีผิวด้านคล้ายดิน ถ้าเป็นผลึกจะวาวแบบโลหะ รอยแตกขรุขระถึงกึ่งก้นหอย ไม่มีแนวแตกเรียบ

คุณสมบัติทางเคมี

สูตรเคมี Fe2O3 มี Fe 70% O 30% ละลายได้ช้า ๆ ในกรดเกลือเข้มข้นร้อน ให้สารละลายมีสีเหลืองปนแดง

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

ดูสีโดยเฉพาะสีผง สีแดงเลือดหมู นำไปทดสอบกับกรดเกลือ ดูการละลาย และสีของสารละลาย ถ้านำไปเผาในเปลวลดออกซิเจนจะมีสมบัติดูดติดแม่เหล็ก ไม่หลอมตัว

การเกิด

ฮีมาไทต์เป็นแร่ที่เกิดแพร่หลายมากในหินยุคต่าง ๆ และเกิดมากมายจนเป็นแหล่งสินแร่ที่สำคัญทางเศรษฐกิจ อาจจะเกิดโดยการแทนที่ในหินปูนเนื่องมาจากการแทรกดันของหินอัคนี ซึ่งพบเป็นส่วนมากในแหล่งที่มีการแปรสภาพบริเวณไพศาลพบแหล่งแร่ทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่มีมูลค่ามหาศาล

แหล่ง

ประเทศไทย พบที่จังหวัดเชียงใหม่ ลพบุรี นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี สุโขทัย ปราจีนบุรี ชลบุรี อุตรดิตถ์ เลย ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี

ต่างประเทศ พบที่ประเทศเยอรมนี สเปน สหรัฐอเมริกา บราซิล อังกฤษ เม็กซิโก ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ โรมาเนีย อิตาลี นอร์เวย์ แอฟริกาใต้ และคิวบา

ประโยชน์

เป็นสินแร่เหล็กที่สำคัญ ถลุงเอาโลหะเหล็ก โลหะเหล็กเป็นหัวใจของโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กกล้าและเหล็กแปรรูปต่าง ๆ นอกจากนี้ ใช้ทำสีแดงและผงขัดมัน ที่สำคัญ โดยเฉพาะใช้ขัดเลนส์หรือแว่นตาทั่วไป ในสมัยโบราณ เราถลุงเหล็กใช้ตีมีดพร้า ซึ่งทำได้ไม่ยาก แต่เหล็กที่จะใช้ในงานอุตสาหกรรมอื่นต้องทำการถลุงถึงสองครั้ง เริ่มจากแร่เหล็กถลุงให้เป็นเหล็กถลุง แล้วไปถลุงให้เป็นเหล็กกล้า แล้วจึงจะนำไปรีดเป็นรูปตามต้องการใช้ ถ้าจะทำให้เป็นเหล็กพิเศษก็ต้องถลุงอีกโดยผสมกับโลหะอื่น เช่น โครเมียม ทังสเตน และวาเนเดียม นอกจากนี้ ยังมีความจำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงจำนวนมากเพื่อการถลุงเหล็กด้วย ดังนั้น แม้ประเทศไทยเราจะมีแหล่งแร่เหล็กอยู่หลายแหล่งที่น่าจะมีการถลุงเหล็กขึ้นมาใช้เองให้กว้างขวาง แต่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งเล็ก ๆ จึงอาจเสี่ยงต่อการลงทุนตั้งโรงถลุง

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.