มัสโคไวต์ (Muscovite)

Muscovite

ชื่อแร่

มาจากชื่อแร่ “muscovy glass” เนื่องจาก มีการใช้แร่นี้แทนกระจกในรัสเซียสมัยโบราณ ส่วน mica มาจากภาษาละติน “micare” หมายถึง ความมันแวววาว (shine) ชื่อไทยเรียกว่า “แร่กลีบ ขาว” เนื่องจากมีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ซ้อนกัน

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

ผลึกอยู่ในระบบหนึ่งแกนเอียง รูปผลึกที่ชัดเจนหายาก โดยปกติมักพบเป็นแผ่นบาง ๆ ซ้อนกันจนหนา รูปหกเหลี่ยม แสดงริ้ว ขนานของแผ่นบางขนาดเล็กถึงใหญ่ ที่เป็นเกล็ดจะเป็นมวลรวมลักษณะกลม ๆ หรือเป็นแบบขนนก ที่เป็นมวลก้อนเนื้อละเอียดแน่นก็มี ปกติมีสีขาว ไม่มีสี และโปร่งใสเมื่อเป็นแผ่นบาง ๆ สําหรับแผ่นแร่ที่ซ้อนกันหนา ๆ จะโปร่งแสงและมีเฉดสีอ่อนต่าง ๆ คือ สีเหลือง น้ำตาล เขียว แดง หากมีสีเขียวสดเรียกว่า “ฟุกไซต์” (fuchsite) เป็นแร่มัสโคไวต์ชนิดที่มีโครเมียม สีผงสีขาว ความแข็ง 2-2.5 ความถ่วงจำเพาะ 2.76-2.88 วาวแบบแก้วถึงแบบใยไหมหรือแบบมุก แนวแตกเรียบสมบูรณ์มากจนลอกเป็นแผ่นบาง ๆ ได้ แผ่นแร่จะโค้งงอและกลับคืนรูปเดิมได้เอง

คุณสมบัติทางเคมี

สูตรเคมี KAl2(AlSi3O10)(OH)2 มี SiO2 45.26% Al2O3 38.40% K2O 11.82% H2O 4.52% อาจจะมีเหล็ก แมกนีเซียม แคลเซียม โซเดียม ลิเทียม ฟลูออรีน และไทเทเนียม ปนอยู่จำนวนเล็กน้อย หลอมตัวขั้นที่ 5 ที่อุณหภูมิ 1,320°C ไม่ละลายด้วยกรด เผาในหลอดทดลองปิดจะมีน้ำเกาะข้างหลอด

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

มีแนวแตกเรียบที่สมบูรณ์มากจนสามารถลอกออกได้เป็นแผ่น ๆ และสีอ่อน แตกต่างจากโฟลโกไฟต์ตรงที่ไม่มีปฏิกิริยากับกรดกำมะถัน และแตกต่างจากเลพิโดไลต์ตรงที่ไม่ให้เปลวไฟสีแดงเข้มของธาตุลิเทียม

การเกิด

เป็นแร่ประกอบหินที่สำคัญและพบแพร่หลายตัวหนึ่ง เป็นส่วนประกอบเด่นของหินแกรนิต และหินเพกมาไทต์ ในหินเพกมาไทต์ มัสโคไวต์เกิดร่วมกับควอตซ์และเฟลด์สปาร์โดยอาจพบเป็นผลึกแร่ขนาดใหญ่เท่าเล่มสมุดจึงเรียกว่า “books” ในบางแหล่งอาจเป็นผลึกโตขนาดหลายฟุตทีเดียว แร่อื่นที่เกิดร่วม เช่น ทัวร์มาลีน เบริล การ์เนต อะพาไทต์ และฟลูออไรต์ นอกจากนี้ ยังพบทั่วไปในหินแปรจำพวกหินไนส์และหินชีสต์ ในหินชีสต์บางชนิดมัสโคไวต์มีลักษณะเป็นมวลรวมของเส้นใยที่ประกอบด้วยเกล็ดละเอียดแสดงความวาวแบบใยไหมเรียกชื่อว่า “เซริไซต์” (sericite) ซึ่งเกิดจากการแปรเปลี่ยนสภาพของเฟลด์สปาร์ แร่มัสโคไวต์ อาจพบในหินตะกอนและแร่อื่น ๆ เช่น โทแพซ ไคยาไนต์ สปอดูมีน แอนดาลูไซต์ และสแกโพไลต์

แหล่ง

ประเทศไทย พบที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และในแหล่งหินแกรนิต หินเพกมาไทต์ทั่วประเทศ เป็นตัวแร่สำคัญที่พบเสมอในทรายทั่วไป ทำให้ดูวาววับ

ต่างประเทศ แหล่งสำคัญอยู่ที่ประเทศรัสเซียและอินเดีย นอกจากนี้ พบได้ทั่วโลก เช่น นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และบราซิล เป็นต้น

ประโยชน์

ใช้ทําฉนวนความร้อนและไฟฟ้า ทำเป็นวัตถุโปร่งใสในการทำตะเกียงและเตา เศษของไมกาที่เหลือจากการทำฉนวนจะถูกนำมาใช้ทำกระดาษปิดฝาผนัง ทำให้ผนังมีความแวววาวขึ้น ใช้ผสมกับน้ำมันทำตัวหล่อลื่น ใช้ในอุตสาหกรรมยาง สีทนไฟ เป็นต้น สมัยหนึ่งเคยใช้เป็นวัสดุทำหน้าต่างเตาอบเนื่องจากคุณสมบัติโปร่งใสและทนความร้อน

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.