โอปอ (Opal)

Opal

ชื่อแร่

มาจากภาษาสันสกฤตว่า “upala” หมายถึง หิน หรือหินมีค่า ซึ่งอาจมีรากศัพท์มาจากภาษากรีก คือ “opallios” ที่มีความหมายว่า การเปลี่ยนสี

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

เป็นแร่อสัณฐาน ไม่มีรูปผลึก (amorphous) มักเป็นมวลก้อนรูปพวงองุ่น หรือหินงอกหินย้อย แต่การศึกษาด้วยอิเลกตรอน ไมโครสโคปในยุคหลัง ๆ ทําให้ทราบว่า โอปอมีค่าเกิดขึ้นจากซิลิกาเจลที่ประกอบไปด้วยหน่วยทรงกลมเล็ก ๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 150-300 นาโนเมตร เกาะกลุ่มกันเป็นหน่วยย่อยในรูปทรงหกหน้า หรือทรงลูกบาศก์ หน่วยย่อยเหล่านี้ เป็นตัวที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์แทรกสอดและการหักเหของแสง ที่เป็นตัวทำให้เกิดการเหลือบแสงในโอปอ (opalrescent) โอปอที่พบปรากฏในธรรมชาติ มักจะมีลักษณะคล้ายพวงองุ่น (botryoidal) หรือคล้าย ๆ หินย้อย (stalactite) อาจพบเป็นมวลขนาดใหญ่ หรือเกิดอยู่ในโพรงหิน (geode) ในรอยแตกรอยแยกของหิน สีอาจจะเป็นสีขาว ไม่มีสี เหลือง ส้ม แดง น้ำตาล เขียว เทา ม่วง ดำ และน้ำเงิน ขึ้นกับมลทินที่เข้ามาเจือปน ความแข็ง 5-6 ความถ่วงจำเพาะ 2-2.25 โปร่งใสถึงโปร่งแสง เกือบทึบแสงก็มี วาวแบบแก้ว บางครั้งก็วาวแบบยางสนหรือแบบมุก รอยแตกถึงก้นหอย บางครั้งจะแสดงสมบัติการเหลือบแสง (Opalrescent) คือเมื่อขยับไปมาจะเล่นสีได้

คุณสมบัติทางเคมี

สูตรเคมีคล้ายแร่ควอตซ์ แต่มีโมเลกุลของน้ำปนอยู่ด้วย คือ SiO2.nH2O น้ำในโอปอส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 0-10% แต่อาจ สูงได้ถึง 20% ในการศึกษาระดับไมโครพบว่าโอปอมีค่ามีองค์ประกอบเป็นคริสโทบาไลต์และทริดไมต์ ไม่หลอมละลาย ไม่ละลาย มีปฏิกิริยาเคมีคล้ายกับควอตซ์ เผาในหลอดทดลองปิดจะมีน้ำเกาะข้างหลอดทดลอง

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

แตกต่างจากแร่ควอตซ์ชนิดที่มีเนื้อจุรณผลึก (Cryptocrystalline varieties) ตรงที่แข็งน้อยกว่าและความถ่วงจำเพาะต่ำกว่า และมีโมเลกุลของน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดรรชนีหักเหต่ำเหมือนพวกแก้ว ตรวจสอบได้เร็วด้วยสมบัติทางแสง บางชนิดเรืองแสงภายใต้แสงอัลตราไวโอเลตเป็นสีขาว หรือเขียวอ่อน สีผงสีขาว

การเกิด

โอปอเกิดจากเจลของสารคล้ายแร่ (mineraloid gel) ที่สะสมตัวในภาวะอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ พบได้ตามช่องว่างหรือรอยแตกในหินแทบทุกชนิดที่มีกำเนิดเกี่ยวข้องกับน้ำร้อนในธรรมชาติ น้ำที่มีกำเนิดจากบรรยากาศ (meteoric water) หรือจากสารละลายอุณหภูมิต่ำในระดับลึก หรือเกิดจากการแช่อยู่ในสารละลายที่มีซิลิกาอิ่มตัว เป็นต้นว่าพื้นที่ชุ่มน้ำรอบ ๆ บริเวณเถ้าภูเขาไฟ อาจเข้าไปแทนที่เนื้อไม้ โอปอที่พบในหินตะกอนเกิดจากการสะสมตัวของสัตว์ทะเลที่มีเปลือกเป็นพวกซิลิกา ประมาณ 95% ของโอปอมีค่าที่พบทั่วโลกมาจากพื้นที่แห้งแล้งมาก เช่น ทะเลทราย สิ่งที่มักพบอยู่ด้วยคือ เชิร์ต และหินภูเขาไฟ

แหล่ง

ประเทศไทย โอปอธรรมดาพบที่อำเภอลำนารายณ์ โคกเจริญ และสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี โอปอไม้พบที่จังหวัดนครราชสีมา เกิดในแหล่งแร่ฟลูออไรต์ที่บ้านปาง จังหวัดลำพูน ไดอะทอไมต์พบที่จังหวัดลำปางซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของประเทศไทย

ต่างประเทศ โอปอที่สวยงามและมีชื่อเสียงพบที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังพบโอปอมีค่าที่ประเทศฮังการี เม็กซิโก บราซิล ฮอนดูรัส สาธารณรัฐเช็ก สโลวะเกีย ตุรกี อินโดนีเซีย กัวเตมาลา นิการากัว เอธิโอเปีย และอังกฤษ โอปอดำพบที่มลรัฐเนวาดาและไอดาโฮ ประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอังกฤษ และในปลายปี ค.ศ. 2008 องค์การนาซาได้ประกาศว่าพบโอปอบนดาวอังคาร แหล่งผลิตไดอะทอไมต์ที่สำคัญ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา จีน เดนมาร์ก ญี่ปุ่น และเม็กซิโก แหล่งอื่น ๆ พบที่ประเทศฝรั่งเศส สเปน อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย ชิลี เปรู เวียดนาม บราซิล โคลัมเบีย สาธารณรัฐเช็ก และเกาหลีใต้ และแหล่งอื่นๆ 

ประโยชน์

ชนิดที่เป็นรัตนชาติจะมีการเล่นสี นำมาเจียระไนเป็นพลอยรูปหลังเต่า โอปอขนาดใหญ่ ๆ จะมีราคาสูง สำหรับดินเบาหรือไดอะทอไมต์ ใช้ทำผงขัด ผงกรอง ใช้ทำฉนวนไฟฟ้า และใช้เติมลงไปในสารใด ๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนัก

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.