ไพโรคลอร์ – ไมโครไลต์ (Pyrochlore – Microlite)

รูปภาพของกรมทรัพยากรธรณี

ชื่อแร่

รากศัพท์ภาษาเดิมไม่ทราบแน่ชัด คำว่า ไพโรคลอร์ มาจาก “fire” หมายถึง ไฟ และ “green” หมายถึง สีเขียว ซึ่งหมายถึงแร่ชนิดนี้อาจเปลี่ยนให้สีเขียวเมื่อเผาไฟ ส่วนคำว่าไมโครไลต์ มาจากคำว่า “small” คือ เล็กน้อย ซึ่งหมายถึง ผลึกแร่ที่พบแต่เดิมมีขนาดเล็ก

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

ผลึกอยู่ในระบบบสามแกนเท่า ปกติมีขนาดเม็ดเล็กมาก โดยปกติถ้าแสดงรูปผลึก จะเป็นแบบรูปทรงแปดด้าน หรือรูปปิรามิดสี่หน้า ประกบกันสองด้าน พบฝังประในหินขนาดโตเท่าเม็ดถั่วพอมีพบอยู่บ้าง เช่น ที่ Lueshe ประเทศคองโก ไพโรคลอร์มีสีออกน้ำตาลไปจนกระทั่งดำหรือไม่มีสี ส่วนไมโครไลต์มีสีเหลืองอ่อน ไปจนกระทั่งน้ำตาล สีผงน้ำตาลอ่อน น้ำตาลอมเหลือง ความแข็ง 5 ความถ่วงจำเพาะ 4.2-6.5 น้ำหนักจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีปริมาณแทนทาลัมเพิ่มขึ้น เปราะ วาวแบบแก้ว หรือแบบเป็นเสี้ยน บนพื้นหน้ารอยแตก รอยแตกแบบขรุขระ หรือแบบก้นหอย สมบัติของความเป็นแม่เหล็กต่ำมาก

คุณสมบัติทางเคมี

เป็นแร่อยู่ในกลุ่มออกไซด์เชิงซ้อน มีส่วนประกอบหลักทางเคมีเป็นแคลเซียม โซเดียม ไนโอเบียม และแทนทาลัม โดยมีไฮดรอกซิลและฟลูออรีนรวมอยู่ด้วย ไพโรคลอร์มีสูตรเคมี (Ca, Na)2(Nb, Ta)2O6(O, OH, F) ไมโครไลต์มีสูตรเคมี Ca2Ta2O6(O, OH, F) แร่ไพโรคลอร์จะมีธาตุไนโอเบียมเป็นหลัก และมีมากกว่าธาตุแทนทาลัม คือ มี Nb2O5 ประมาณ 73.05% ในทางกลับกัน แร่ไมโครไลต์จะมีธาตุแทนทาลัมมากกว่าไนโอเบียม โดยมี Ta2O5 ประมาณ 82.1% ส่วนธาตุไทเทเนียมและเหล็กมักจะพบแทนที่ธาตุไนโอเบียม-แทนทาลัม ในเนื้อแร่เสมอ ๆ อาจมีไทเทเนียมออกไซด์ (TiO2) ได้ถึงประมาณ 11.37% และเหล็กออกไซด์ประมาณ 9.7% บางตัวอย่างอาจมียูเรเนียมปะปน เช่น UO2 11.40% และ UO3 10.68% ปกติไม่พบบ่อยนัก

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

ดูรูปผลึก เผาไฟอาจเปลี่ยนสีหรือให้สีเขียวอมเหลือง ถ้าเป็นผงละเอียดอาจจะไม่ละลายหรือละลายได้ยากในกรดเกลือ และค่อยละลายตัวช้า ๆ ในกรดกำมะถัน ไพโรคลอร์-ไมโครไลต์ เป็นแร่ที่ตรวจได้ยากโดยวิธีธรรมดาทั่วไป เพราะมีขนาดเม็ดเล็กมาก (5-40 ไมครอน) หรือขนาดประมาณ 2-4 มิลลิเมตร มักใช้การตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิคที่ทันสมัย เช่น เอ็กซเรย์

การเกิด

แร่ไพโรคลอร์มักจะพบเกิดในหินคาร์บอเนไทต์ (carbonatite) และหินเพกมาไทต์ เป็นส่วนใหญ่ ที่น่าสังเกตว่าผลผลิตไนโอเบียมของโลกประมาณ 95% มาจากแร่ไพโรคลอร์ ส่วน แร่ไมโครไลต์พบเกิดในหินแกรนิตชนิดที่มีแอลไบต์ และในหินเพกมาไทต์โดยมีแร่โคลัมไบต์-แทนทาไลต์ เกิดร่วมด้วย

แหล่ง

ประเทศไทย ปกติหายาก อย่างไรก็ตาม ปรากฏพบร่วมกับแร่ดีบุกในรางกู้แร่บริเวณอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต และชุมพร

ต่างประเทศ แหล่งสำคัญคือ ประเทศบราซิล และแคนาดา เฉพาะบราซิลมีผลผลิตไนโอเบียมถึง 85% ของผลผลิตทั่วโลก ส่วนในประเทศอื่น ๆ ที่พบ เช่น ประเทศไนจีเรีย นอร์เวย์ รัสเซีย ซาอีร์ โมซัมบิก เยอรมนี ยูกันดา แทนซาเนีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และคองโก

ประโยชน์

ถลุงเอาโลหะไนโอเบียมและแทนทาลัม รายละเอียดดูโคลัมไบต์-แทนทาไลต์

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.