สติบไนต์ (Stibnite)

Stibnite

ชื่อแร่

มาจากภาษาละตินว่า “stibium” หมายถึง พลวง (antimony)

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

ผลึกอยู่ในระบบสามแกนต่าง เป็นแท่งเล็กเรียวคล้ายเข็ม มีร่องถี่ขนานเป็นเส้นขวางส่วนยาวของแท่งผลึกแร่ แผ่นแบบใบมีดซ้อนกัน บางครั้งมีลักษณะโค้งงอ หรือเป็นมวล เม็ดหยาบถึงละเอียด สีและสีผงสีเทาตะกั่ว ปนน้ำเงิน ความแข็ง 2 ความถ่วงจำเพาะ 4.52- 4.62 ทึบแสง วาวแบบโลหะตรงผิวที่บริสุทธิ์จึงเรียก “พลวงเงิน รอยแตกแบบก้นหอยถึงขรุขระ แนวแตกเรียบแนวเดียวสมบูรณ์

คุณสมบัติทางเคมี

สูตรเคมี Sb2S3 มี Sb 71.4% S 28.6% อาจมีทองคำ เงิน เหล็ก ตะกั่ว และ ทองแดงเล็กน้อย หลอมง่ายขั้นที่ 1 ได้กลิ่น SO2 และมีคราบสีขาวจับที่แท่งถ่าน ละลายได้ง่ายด้วยกรดดินประสิว มักจะผสลายได้ง่าย สังเกตที่ผิวจะเห็นลักษณะการผุเปลี่ยนสีไปเป็นสีเหลืองซีด ๆ เป็นแร่สติบิโคไนต์ (stibiconite) หรือที่เรียกกันว่า “พลวงทอง

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

ผลึกแร่ยาวเรียวคล้ายเข็มแผ่เป็นรูปรัศมีหรือเป็นแผ่นแบนคล้ายใบมีดซ้อนเหลื่อมกัน แนวแตกเรียบแนวเดียวสมบูรณ์ สีเทาตะกั่ว ขีดสีผงได้ง่ายเพราะอ่อน เผาด้วยไม้ขีดไฟหลอมได้และได้กลิ่นกำมะถัน ใส่กรดเกลือจะละลายได้กลิ่นไข่เน่า ถ้าเทสารละลายลงในน้ำเปล่าจะให้ตะกอนขาวขุ่น แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีส้มและสีแสดในที่สุด

การเกิด

เกิดแบบสายแร่น้ำร้อนอุณหภูมิต่ำ หรือแหล่งแร่แบบแทนที่หรือในแหล่งแร่จากพุน้ำร้อน โดยเกิดร่วมกับแร่พลวงอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนสภาพของแร่สติบในต์เอง และร่วมกับสฟาเลอไรต์ กาลีนา ซินนาบาร์ รีอัลการ์ ออร์พิเมนต์ และทองคํา มักมีควอตซ์ แบไรต์ ฟลูออไรด์ และแคลไซต์ เป็นเพื่อนแร่อยู่ด้วย

แหล่ง

ประเทศไทย พบที่จังหวัดแพร่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุดรธานี เลย สระบุรี ชลบุรี ระยอง ราชบุรี กาญจนบุรี ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สตูล สงขลา และกระบี่

ต่างประเทศ แหล่งที่สำคัญพบที่ประเทศจีน โบลิเวีย แอฟริกาใต้ ทิจิกิสถาน รัสเซีย ออสเตรเลีย คาซัคสถาน ตุรกี กัวเตมาลา เม็กซิโก แคนาดา และปากีสถาน แหล่งอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเช็ก สโลวะเกีย โรมาเนีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฮังการี ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส โปรตุเกส และอิหร่าน เป็นต้น

ประโยชน์

เป็นสินแร่หลักของพลวง ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของพลวงคือ ใช้เป็นสารชะลอการติดไฟในรูปของพลวงไตรออกไซด์ในการทำเส้นใยกันไฟ ใช้เป็นสารให้สีต่าง ๆ ของแก้ว นอกจากนี้ โลหะพลวงใช้ทำโลหะเจือผสมกับตะกั่วทำตัวพิมพ์หนังสือ ทองเหลืองหล่อตุ๊กตาโลหะ บรรจุในกระสุนกระทบแตก ทําตะกั่วแบตเตอรี่ หุ้มสายโทรศัพท์ สายไฟขนาดใหญ่ ทําหลอดบีบจารบี นอกจากนี้ ใช้ประโยชน์ในการทำหมึกพิมพ์โรเนียว พลาสติกเหลวต่าง ๆ ใช้ประกอบสารทำหัวไม้ขีดไฟ ทำควันสัญญาณ ทำสีทาบ้าน ใช้ในการรมยาง ทำรองเพลาสําหรับป้องกันการเสียดสีในเครื่องจักรกล ทางด้านการแพทย์ เกลือของพลวงใช้ใน การทำยาต่าง ๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคพลวงเป็นพิษ ให้ผลเหมือนกรดอาร์เซนิก ซึ่งกระตุ้นประสาททั้งภายในและภายนอกร่างกาย มีผลเกี่ยวกับหัวใจ การหายใจ และระบบประสาท

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.