พุน้ำร้อน ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
ที่ตั้ง
อำเภอคลองท่อมอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองกระบี่ ตามถนนเพชรเกษมหรือเส้นทางกระบี่-ตรังประมาณ 45 กิโลเมตร จากตลาดอำเภอคลองท่อม มีถนนลูกรังแยกไปทางตะวันออก ปากทางมีป้ายบอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาประ-บางคราม เดินทางไปเป็นระยะ 10 กิโลเมตร จะถึงบริเวณพุน้ำร้อนหรือน้ำตกร้อน ถ้าเดินทางต่อไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงบริเวณพุน้ำร้อนหรือสระมรกต ซึ่งยังอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามเช่นเดียวกัน แต่อยู่ติดกับภูเขาที่มีชื่อว่า เขาน้อยจู๋จี๋ นอกจากนั้นในบริเวณนี้ยังมีพุน้ำร้อนกระจัดกระจายอยู่อีกหลายแหล่ง
ลักษณะของแหล่ง
พุน้ำร้อน (Hot spring หรือ Thermal spring) เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่น้ำร้อนไหลพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งของพื้นผิวโลก อุณหภูมิของน้ำที่พุ่งขึ้นมาอาจจะอุ่นถึงเดือดพล่าน อาจจะมีหรือไม่มีแร่ธาตุและก๊าซละลายอยู่ด้วย ปริมาณน้ำที่ไหลพุ่งขึ้นมาจะแตกต่างกัน บางแหล่งอาจจะไหลพุ่งสูง บางแหล่งอาจจะเป็นเพียงไหลซึมขึ้นมา ซึ่งทำให้มีชื่อเรียกพุน้ำร้อนแตกต่างกัน เช่น พุน้ำร้อนที่มีกำลังอัดดันของน้ำแรงมาก จนทำให้น้ำพุ่งขึ้นสูงเป็นช่วงๆ บางแหล่งอาจพุ่งขึ้นสูงถึงกว่า 50 เมตร เรียกว่า พุน้ำร้อนไกเซอร์ (Geyser) ถ้ามีเพียงไอร้อนหรือก๊าซพุ่งขึ้นมา ตามรอยแยกในดินเรียกว่า พุก๊าซ (Fumarole) และถ้ามีเพียงน้ำร้อนไหลซึมขึ้นมาบนผิวดินเรียกว่าน้ำซึม (Seepage) ส่วนพุน้ำร้อนที่มีโคลนซึ่งเกิดจากการหลอมละลายของหินโดยน้ำร้อนเดือดปนพุ่งขึ้นมาด้วยเรียกว่า พุโคลน (Mud pot)
ในขอบเขตจังหวัดกระบี่ มีพุน้ำร้อนหลายแหล่ง มีทั้งที่อยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเล ป่าชายเลน และพื้นที่บนบก พุน้ำร้อนเหล่านี้ มีสภาพรูปร่างตามธรรมชาติแตกต่างกันไปตามลักษณะภูมิประเทศ เกิดเป็นธรณีสัณฐาน (Geomorphology) เฉพาะแบบของพื้นที่พุน้ำร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งพุน้ำร้อนบนบกบริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว อำเภอคลองท่อม มีพุน้ำร้อนที่มีลักษณะธรณีสัณฐานหลายรูปแบบ เช่น น้ำตกร้อน สระหรือบ่อน้ำร้อน ลานน้ำร้อน
ลักษณะของน้ำตกร้อนบ้านบางเตียวคือ พุน้ำร้อนที่ไหลขนานกับภูเขา โดยลัดเลาะไปตามระดับความลาดชันของผิวดินจนกระทั่งไหลผ่านตลิ่งตกลงสู่คลองท่อม ขณะที่ไหลลงสู่คลองท่อมมีลักษณะเป็นน้ำตกและน้ำที่ไหลมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำปกติ ชาวบ้านจึงเรียกว่า น้ำตกร้อน
พุน้ำร้อนที่บริเวณนี้ปรากฏให้เห็นเป็นหย่อม ๆ และส่วนมากน้ำจะไม่ร้อนมาก อุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส อาจเรียกพุน้ำอุ่นก็ได้ น้ำที่ไหลพุ่งขึ้นมาไม่ค่อยแรง บางแห่งเพียงแค่ไหลซึมขึ้นมาตามผิวดินซึ่งมีป่าละเมาะปกคลุมอยู่ แต่จะไหลตามความลาดเอียงจากระดับความสูงตั้งแต่ 80-20 เมตร จากระดับน้ำทะเล ไปรวมกันเป็นทางน้ำเล็ก ๆ เนื่องจากบริเวณนี้มีหินปูนอยู่ด้วย ทำให้น้ำมีสารละลายแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ปนเป็นปริมาณสูง
เมื่อน้ำที่มีสารละลายแคลเซียมคาร์บอเนตพุ่งขึ้นมาสู่ผิวดิน อุณหภูมิของน้ำลดลง คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ละลายปนอยู่ในน้ำในรูปของกรดคาร์บอนิค (H2CO3) ก็จะสลายตัวขึ้นสู่บรรยากาศ ทำให้สารละลายแคลเซียมคาร์บอเนตตกตะกอนเป็นคราบหินปูน (Travertine) เวลาผ่านไปนานเข้า คราบหินปูนเหล่านี้ก็ทับถมพอกพูนขึ้นเป็นชั้นหนา มีสีขาวหรือสีครีม แต่ตามบริเวณน้ำตกจะมีสีเขียวเพราะตะไคร่น้ำเกาะ เนื่องจากคราบหินปูนนี้ก่อตัวขึ้นตามน้ำตกหรือน้ำที่ไหลตามความลาดชันของพื้นที่ จึงมีลักษณะเป็นชั้นแบบตะพัก (Travertine terraces) หรือเป็นหลั่นซ้อนกัน ถี่ ๆ (Travertine tiered) ซึ่งในบริเวณน้ำตกร้อนนี้จะเห็นชั้นหรือหลั่นดังกล่าวอยู่ที่บริเวณตลิ่งคลองท่อมเท่านั้น โดย ปรากฏเป็นระยะทางยาวประมาณ 30 เมตร กว้างประมาณ 2-3 เมตร ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่มีจุดเด่นตรงที่น้ำมีกำเนิดมาจากพุน้ำร้อนทำให้น้ำอุ่นกว่าที่อื่น บางช่วงจะเห็นควันกรุ่น ทำให้มีบรรยากาศแปลกตาประกอบด้วยต้นไม้ใหญ่สองฟากน้ำตก ทำให้เกิดความร่มรื่นและสงบ
แหล่งพุน้ำร้อนอีกแหล่งหนึ่งของบ้านบางเตียว คือสระมรกต พบอยู่ในที่ลาดเนินเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขาน้อยจู๋จี๋ในระดับความสูงประมาณ 100 เมตร จากระดับน้ำทะเลปัจจุบัน ซึ่งจัดเป็นพื้นที่ป่าที่ราบต่ำ ในบริเวณนี้จะเห็นพุน้ำร้อนเป็นลักษณะของสระน้ำร้อน (Hot pool) ประมาณ 3 สระ สระหนึ่งมีรูปทรงกลมน้ำใสสะอาด มีชื่อเรียกว่า สระมรกต อยู่ในระดับล่างใกล้สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และลานจอดรถ เป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากที่สุด พุน้ำร้อนที่นี่เกิดเป็นบริเวณกว้าง นอกจากจะเกิดแบบไหลพุ่งขึ้นมาจนเกิดเป็นสระแล้ว ยังมีบางส่วนไหลซึมขึ้นมาตามผิวดินแล้วไหลลงไปตามลาดเนินเขา ส่วนหนึ่งไหลลงสู่สระมรกตและแหล่งน้ำเบื้องล่าง อุณหภูมิ ของน้ำร้อนที่นี่ไม่ร้อนมาก ประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส บริเวณที่น้ำร้อนไหลซึมขึ้นมาจะมีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิของน้ำในสระ ตามขอบสระมีคราบหินปูนจับอยู่แน่นแข็ง ส่วนในบริเวณลาดเนินเขาที่น้ำร้อนซึมขึ้นมามีคราบหินปูนตกตะกอนอยู่เช่นกัน แต่ยังไม่จับตัวแข็ง เมื่อย่ำลงไปจึงรู้สึกนุ่มและลื่น
สาหร่าย (Algae) และแบคทีเรีย (Bacteria) ที่อาศัยอยู่ในสระน้ำร้อน ทำให้น้ำในสระมีสีต่าง ๆ กันตามอุณหภูมิของน้ำ บริเวณที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางพุน้ำร้อนซึ่งมีความร้อนสูงกว่าที่อื่นจะมีสีน้ำเงิน และมีสีเขียวเมื่อน้ำอุ่นขึ้น ส่วนตามขอบสระหรือตามร่องน้ำที่ไหลลงสระ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่น้ำร้อนพุขึ้นมานั้น จะมีสีน้ำตาลหรือสีขาว
ธรณีวิทยาและการเกิดพุน้ำร้อน
ชั้นหินในบริเวณแหล่งน้ำพุร้อนแห่งนี้ ส่วนมากเป็นหินทราย (Sandstone) หินทรายแป้ง (Siltstone) และหินกรวดมน (Conglomerate) หินมีสีแดง สีน้ำตาลแดง เหลือง และขาว และเกิดร่วมกันโดยจะเป็นชั้นหินทรายหนา มีหินทรายแป้งสลับ และมีหินกรวดมนเกิดเป็นหน้าผาตั้งชันอยู่บนสุด ในบางบริเวณจะมีหินปูน (Limestone) เกิดแทรกอยู่ด้วย มีทั้งที่เป็นชั้นและเป็นเลนส์ หินปูนนี้บางแห่งจะโผล่ให้เห็นบนยอดเขา แต่บางแห่งเป็นหินโผล่ระดับผิวดิน หินทั้งหมดนี้เป็นหินชั้น พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกใบไม้และซากหอยสองฝาในชั้นหินด้วย ช่วงอายุของชั้นหินอยู่ในมหายุค มีโซโซอิกตอนปลาย (Late Mesozoic) หรือประมาณ 150 ล้านปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นในบริเวณนี้ยังพบหินภูเขาไฟ จำพวกหินไรโอไลต์ (Rhyolite) และพบหินอัคนี (Igneous rock) จำพวกหินแกรโนไดออไรต์ (Granodiorite) ด้วย
หินทราย หินกรวดมน และหินปูน จัดเป็นหินที่มีรูพรุน และมีความซึมได้สูง ส่วนหินปูนมักเป็นหินที่มีโพรงและรอยแตกในเนื้อหินมาก หินเหล่านี้จึงมีความเหมาะสมในการกักเก็บน้ำ ประกอบกับพื้นที่อำเภอคลองท่อม มีหินอัคนีแทรกดันหินทรายและหินกรวดมนขึ้นมา เห็นได้ชัดที่บริเวณยอดเขาน้อยจู๋จี๋ ทำให้เกิดรอยเลื่อน รอยแยก เป็นช่องทางให้น้ำร้อนจากใต้ดินไหลพุ่งขึ้นสู่พื้นดินได้ โดยรอยเลื่อนส่วนมากเป็นแนวเดียวกับการวางตัวของภูเขา คือแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ค่อนมาทางเหนือ-ใต้
ปรากฏการณ์ของน้ำร้อนใต้โลก (Geothermal water) และพุน้ำร้อนมักพบอยู่ในพื้นที่ของภูเขาไฟที่ยังมีพลัง (Active) อยู่ในปัจจุบัน หรือตามแนวขอบของแผ่นเปลือกโลก (Edges of the Earth’s plates) หรือตามแนวรอยเลื่อน (Faults)
ส่วนมากน้ำร้อนใต้โลกก็คือ น้ำบนพื้นผิวโลกที่ไหลซึมลงไปผ่านชั้นดิน และหิน แล้วในที่สุดถูกกักเก็บไว้ในชั้นหินที่มีความซึมได้สูง หรือชั้นหินที่มีรูพรุน (Porous rocks) นอกจากนั้นบางส่วนอาจเป็นน้ำในอดีตที่มีอยู่ในชั้นหิน ชั้นหินเหล่านี้จะอยู่ใต้พื้นผิวโลกในระดับความลึกพอควร และน้ำกลายเป็นน้ำร้อนเพราะได้รับความร้อนภายในโลกที่อยู่ลึกลงไป แหล่งความร้อนหรือต้นกำเนิดความร้อนใต้โลกคือ มวลหินหนืด (Magma chamber) พลังงานความร้อนจากหินหนืดใต้โลกจะถ่ายเทไปสู่ชั้นหินที่ปิดทับอยู่ด้านบน ทำให้ชั้นหินเหล่านั้นมีความร้อนสะสมอยู่ด้วย (Heated rock) ความร้อนจากหินเหล่านี้จะถ่ายเทหรือแผ่ไปสู่ชั้นหินเนื้อพรุน (Porous rock) ซึ่งอยู่ถัดขึ้นไป ทำให้น้ำในบริเวณนั้นกลายเป็นน้ำร้อน และเมื่อมีความดัน (Pressure) เนื่องจากน้ำหนักของน้ำเองกับน้ำหนักของชั้นหินที่ปิดทับอยู่ข้างบน ทำให้น้ำร้อนบริเวณนี้มีความร้อนเพิ่มขึ้นอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 260 องศาเซลเซียส น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงนี้จะมีน้ำหนักน้อยกว่าน้ำเย็นที่ไหลซึมลงมาจากชั้นหินตอนบนหรือน้ำจากผิวดิน จึงทำให้น้ำร้อนอุณหภูมิสูงนี้ไหลย้อนขึ้นสู่ผิวดินตามแนวรอยเลื่อน รอยแตก และรอยแยกในหินโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง ถ้าน้ำร้อนเหล่านี้ผสมกับน้ำเย็น ซึ่งอาจจะเป็นน้ำบาดาล ก็จะทำให้น้ำร้อนคลายความร้อนลงไม่เดือดพล่าน แต่จะพุ่งขึ้นเป็นพุน้ำร้อนเมื่อขึ้นสู่พื้นผิวโลก น้ำร้อนที่พุ่งขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกจะปรากฏให้เห็นในรูปแบบต่าง ๆ กัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมตามแนวทางที่มันไหลพุ่งขึ้นมา
การอนุรักษ์พื้นที่
ปัจจุบันแหล่งพุน้ำร้อนบ้านบางเตียว จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ การให้ความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องในการท่องเที่ยวบริเวณนี้เป็นเรื่องจำเป็น เพราะทั้งสองแหล่งเป็นมรดกทางธรรมชาติที่พบเห็นได้น้อยมากในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสระมรกต
กระบวนการเกิดพุน้ำร้อนเป็นการหมุนเวียนของน้ำผิวดิน ซึ่งเป็นน้ำเย็นไหลซึมลงสู่ใต้ดิน ได้รับการถ่ายเทความร้อนเป็นน้ำร้อนแล้วไหลกลับขึ้นสู่ผิวดินอีกครั้ง ดังนั้นจึงควรรักษาต้นน้ำ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำเย็นและสภาพแวดล้อมข้างเคียง ให้อยู่ในสภาพธรรมชาติเพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการเกิดพุน้ำร้อน
นอกจากแหล่งพุน้ำร้อน จะเป็นมรดกที่ธรรมชาติสร้างขึ้นแล้ว ยังเป็นประโยชน์ทางด้านวิชาการสาขาต่างๆ เป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ในบริเวณป่าแถบนี้ยังพบนกแต้วแร้วท้องดำ ซึ่งเป็นนกอาศัยอยู่ในป่าที่ราบต่ำ และพบเพียงแห่งเดียวที่นี่ มีป่าไม้เฉพาะแหล่ง ซึ่งเติบโตอยู่เฉพาะในดินพุน้ำร้อน พุน้ำร้อนมีรูปแบบทางธรณีสัณฐานสวยงามกว่าที่อื่น ถึงแม้น้ำในบริเวณนี้จะไม่ร้อนมาก เมื่อเทียบกับแหล่งพุน้ำร้อนแหล่งอื่น ๆ แต่บริเวณนี้มีสภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นที่สุด สมควรช่วยกันอนุรักษ์ไว้
แผนที่ธรณีวิทยาและแผนที่เส้นทาง




