ภายหลังการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี กรณีน้ำในลำชีร้อน เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๔ และเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อทำการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ สามารถสรุปผลการตรวจสอบได้ดังนี้
๑. สภาพลำชีแห้งมีน้ำขังเป็นแอ่ง ความลึกประมาณ ๘๐-๑๕๐ เซนติเมตร การตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบว่ามีค่า PH ๖.๕ อุณหภูมิน้ำ ๓๖ องศาเซลเซียส และมีค่าความเค็มตั้งแต่ ๓.๓-๒๖ ส่วนในพันส่วน โดยน้ำในระดับลึกมีค่าความเค็มมากกว่าในระดับตื้น รวมทั้งการศึกษาชั้นตะกอนบริเวณลำชี พบว่าเป็นชั้นทรายละเอียดและชั้นดินเหนียว ไม่พบตะกอนที่เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ที่จะทำให้เกิดก๊าชมีเทน
๒. ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ พบว่าส่วนใหญ่เป็นสารละลายเกลือแคลเซียมคลอไรต์และโซเดียมคลอไรต์ ซึ่งพบได้ทั่วไปในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
๓. น้ำในลำชีร้อนไม่ได้มีสาเหตุมาจากภูเขาไฟและรอยเลื่อนมีพลังแต่อย่างใด แต่เกิดจากกระบวนการดูดซับและกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ (Solar ponds) โดยน้ำจะแยกเป็นชั้นตามระดับความเข้มข้นของเกลือ น้ำชั้นบนที่มีความเข้มข้นของเกลือน้อยจะส่งผ่านความร้อนจากแสงอาทิตย์ไปยังชั้นล่างและถูกกักเก็บไว้ในชั้นล่างสุด ซึ่งมีความเข้มข้นของเกลือมากสุด
๔. เหตุที่ปลาตาย เกิดจากมีประชาชนจำนวนมากลงไปพิสูจน์ความร้อนของน้ำ ทำให้สารละลายเกลือที่แยกชั้นอยู่เกิดการปะปนกัน จึงเป็นสาเหตุทำให้ปลาน้ำจืดตาย
๕. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอกระสัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคอโค ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคอโค เพื่อให้คำแนะนำกับประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เมื่อมีฝนตกและน้ำในลำชีไหลเป็นปกติ และห้ามนำน้ำไปดื่มเด็ดขาด โดยภายหลังโรงพยาบาลชุมชนและองค์การบริหารส่วนตำบลคอโค ได้ติดป้ายเตือนประชาชนในเรื่องนี้แล้ว
อนึ่ง เมื่อเย็นวันศุกร์ถึงเช้าวันเสาร์ (๑๗-๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๔) ได้มีฝนตก ทำให้ระดับน้ำในลำชีเพิ่มสูงขึ้น มีการไหลของกระแสน้ำ จึงทำให้อุณหภูมิของน้ำในลำชีกลับเป็นปกติแล้ว