รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย สภาพอากาศ
วันศุกร์ที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐ น.
๑. ธรณีพิบัติภัย
๑.๑ ดินไหล หินถล่ม รอยแยก หลุมยุบ น้ำป่าไหลหลาก
– ตลิ่งทรุดตัว : อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี มีรายงานว่าเกิดดินบริเวณริมตลิ่งทรุดตัวเป็นเหตุให้บ้านพักคนงานก่อสร้างทรุดลงไปอยู่ในลำน้ำ จำนวน ๒ หลัง สาเหตุคาดว่าเกิดจากฝนที่ตกหนักเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้น้ำในลำคลองเพิ่มสูงและไหลแรง เซาะเอาดินชั้นล่างของตลิ่งออกไปจึงทำให้เกิดการทรุดตัวดังกล่าว (เรื่องเล่าเช้านี้)
– น้ำป่าไหลหลาก : เมื่อเวลาประมาณ ๐๑.๐๐ น. วันที่ ๑๑ ต.ค. ๕๕ เกิดน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่รอยต่ออำเภอแม่เปินและแม่วงค์ ลงสู่พื้นที่อำเภอลาดยาว เป็นเหตุพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า ๒๐๐ ไร่ สาเหตุเกิดจากฝน ที่ตกหนักมากเพียง ๒ ชั่วโมงเท่านั้น (เรื่องเล่าเช้านี้)
๑.๒ แผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวในรอบ ๒๔ ชั่วโมงที่ผ่านมา (วันที่ ๑๑ ต.ค. ๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๒ ต.ค. ๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ น.)
ช่วงขนาดแผ่นดินไหว (ริกเตอร์)
จำนวน (ครั้ง)
๓.๑ – ๔.๐ (เล็ก)
๖
๔.๑ – ๕.๐ (ค่อนข้างเล็ก)
๗
๕.๑ – ๖.๐ (ปานกลาง)
๓
๖.๑ ขึ้นไป (ค่อนข้างใหญ่)
๑
– แผ่นดินไหวล่าสุดมีขนาด ๖.๗ ริกเตอร์ ในทะเล ที่ระดับความลึก ๒๔.๗ กิโลเมตร จากผิวโลก เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๗.๓๑ น. ตามเวลาประเทศไทย บริเวณ NEAR THE SOUTH COAST OF PAPUA, INDONESIA ยังไม่มีรายงานความเสียหาย (ที่มา : USGS)
๒. สภาพอากาศ
– บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับร่องมรสุมกำลังอ่อนพาดผ่านภาคใต้ตอนบน อ่าวไทยตอนบนและชายฝั่งภาคตะวันออก ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “พระพิรุณ” (PRAPIROON) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก คาดว่าจะเคลื่อนไปทางประเทศญี่ปุ่น โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
– ปริมาณน้ำฝนสูงสุดวัดได้ที่ จังหวัดระนอง ๖๕.๓ มม. (กรมอุตุนิยมวิทยา)
๓. เครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๕
– บ.นอก ต.กงหรา อ.กงหรา จ.พัทลุง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๐๐ มม. (นายสมใจ มากเขียว)
– บ.ละมอ ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๐๐ มม. (นายประพันธ์ แก้วนำ)
– บ.หนักไทร ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๗๐ มม. (นายบรรจบ ชัยเพชร)
– บ.ในมอญ ต.กงหรา อ.กงหรา จ.พัทลุง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๕๐ มม. (นายจำเนียร เพชรโชติ)
– บ.ห้วยพลู ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๔๐ มม. (นายไชยชิต เวชกุล)
– บ.ลำใน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๔๐ มม. (สมหมาย นิ่มวุ่น)
– บ.วังสายทอง ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๔๐ มม. (นายไม พูลภักดี)
– บ.หัวลา ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๐ มม. (นายจันทร์ดี สุนันตะกุล)
– บ.โคกทรายเหนือ ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๕ มม. (นายประจักษ์ นานช้า)
๔. พื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์พิบัติดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรธรณี
– จังหวัดพัทลุง : อำเภอกงหรา (เครือข่ายฯ ๑๔๗ คน)
– จังหวัดตรัง : อำเภอนาโยง (เครือข่ายฯ ๘๗ คน)