สุสานหอย

สุสานหอยแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

ที่ตั้ง

สุสานหอยแหลมโพธิ์ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งทะเลบ้านแหลมโพธิ์ หมู่ที่ 6 ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ หรือตามเส้นทางถนนสายกระบี่-หาดนพรัตน์ธารา ประมาณ 20 กิโลเมตร ชั้นหินที่เรียกว่าสุสานหอยจะแผ่กระจายอยู่ตามชายทะเลคิดเป็นระยะทางยาวตามแนวชายฝั่งจาก ทิศตะวันตก – ทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร

การเดินทางเข้าถึงสุสานหอยแหลมโพธิ์ไปได้สะดวกหลายเส้นทาง ซึ่งแต่ละเส้นทางจะมีป้ายบอกทางอย่างละเอียดโดยตลอด เพราะเส้นทางดังกล่าวเป็นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด เช่น หาดนพรัตน์ธารา และอ่าวพระนาง ซึ่งเป็นสถานที่ลงเรือไปเกาะพีพี และเกาะใกล้เคียง

สุสานหอยแหลมโพธิ์ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพี ซึ่งได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ดังนั้น สุสานหอยแห่งนี้จึงอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุสานหอยแหลมโพธิ์นี้มีชื่อเรียกกันแต่เดิมว่า สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี เนื่องจากข้อมูลซากหอยที่สุสานหอยแหลมโพธิ์มีอายุยุคเทอร์เชียรี ซึ่งในสมัยโบราณช่วงอายุของยุคเทอร์เชียรีที่แก่ที่สุดประมาณ 70 ล้านปี ดังนั้นจึงนิยมเรียกสุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี ปัจจุบันการพบซากเรณูและสปอร์ของพืชโบราณที่สุสานหอย ร่วมกับวิทยาการก้าวหน้า และเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้สามารถกำหนดอายุของสุสานหอยแหลมโพธิ์ให้แคบลงกว่าเดิม คืออยู่ในช่วงเวลาประมาณ 40-20 ล้านปี การเปลี่ยนข้อมูลอายุทำให้มีปัญหาว่า จะยังคงเรียกชื่อสุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปีอยู่หรือไม่ และหากเปลี่ยนจะเรียกว่าอย่างไร

ลักษณะของแหล่ง

สุสานหอย เป็นชั้นของแผ่นหินปูน ซึ่งมีความหนาตั้งแต่ 0.50 – 1 เมตร บนแผ่นหินแต่ละแผ่นมีซากของหอยกาบเดี่ยว (Gastropod) จำพวกหอยขมน้ำจืดสกุล Viviparus จำนวนมากมายมหาศาลทับถมกันและเชื่อมประสานด้วยน้ำปูนจนยึดติดกันเป็นแผ่น วางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ คล้ายลานซีเมนต์ ซากหอยโผล่ให้เห็นอย่างเด่นชัดบนแผ่นหินปูนทั้งด้านบนและด้านข้าง ชั้นหินปูนลาดเอียงจากชายน้ำเข้าสู่แผ่นดิน เป็นมุมประมาณ 10 องศา และโผล่ให้เห็นเป็นลานกว้าง ทำให้มีลักษณะเป็นชายหาดลานหินแทนที่จะเป็นหาดทราย

ชั้นหินสุสานหอยโผล่ให้เห็นตามริมหาด เป็นแนวยาวประมาณ 2 กิโลเมตร โดยโผล่สลับกับหาดทรายเป็นช่วง ๆ นับได้สามบริเวณ คือ ด้านตะวันตกของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว กรมป่าไม้ บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ และด้านตะวันออกเฉียงเหนือของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมบริเวณหาดลานหิน ในเวลาน้ำลงผู้มาเยือนแหล่งสุสานหอยสามารถเดินตามชายหาดได้ต่อเนื่องทั้งสามบริเวณ

ธรณีวิทยา

หินที่สุสานหอยแหลมโพธิ์เป็นหินชั้น เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนดินเหนียวหรือดินเคลย์ (Clay) ตะกอนทรายและปูนในแอ่งสะสมตัวซึ่งอยู่บนบก เช่น ทะเลสาบ บึง หนอง แบ่งออกได้เป็นชั้นต่าง ๆ ตามชนิดของตะกอนจำนวน 8 ชั้น โดยมีลำดับชั้นตามอายุที่แก่กว่าไปหาอายุที่อ่อนกว่าดังนี้ ชั้นหินเคลย์ ชั้นลิกไนต์หรือหินเคลย์เนื้อถ่าน ชั้นหินเคลย์เนื้อปูนชั้นหินเคลย์ผุ ชั้นดินเคลย์มีแถบสี ชั้นดินลูกรัง ชั้นศิลาแลง และชั้นดินเคลย์ปนทราย ชั้นตะกอนทั้งหมดมีอายุอยู่ในยุคเทอร์เชียรี และยุคควอเทอร์นารี ตะกอนที่สะสมตัวในยุคเทอร์เชียรีมีสภาพเป็นชั้นหินแต่ตะกอนที่สะสมตัวในยุคควอเทอร์นารียังมีสภาพเป็นดินตะกอน ชุดชั้นดินตะกอนนับได้ตั้งแต่ชั้นดินเคลย์มีแถบสีจนถึงชั้นดินเคลย์ปนทราย โผล่ให้เห็นมากที่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (แหลมโพธิ์ 2) ส่วนชุดชั้นหินซึ่งมีซากหอยสะสมอยู่ด้วยและเป็นจุดแห่งความสนใจนั้น พบทั้ง 3 บริเวณ

ชายหาดลานหินปูนเป็นจุดเด่นที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวสุสานหอยแหลมโพธิ์ นักท่องเที่ยวจากลานจอดรถหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของกรมป่าไม้จะพากันเดินลงมาชมคลื่นเซาะลานหิน บนลานหาดหินจะพบแนวรอยแยก (Joint) เห็นได้ชัดเจนสองทิศทาง คือ รอยแยกหลัก ซึ่งมีทิศทางเกือบเหนือ-ใต้ และรอยแยกรอง ซึ่งมีแนว 80 องศา ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แนวรอยแยกนี้เป็นผลมาจากธรณีแปรสัณฐาน (Tectonics) ที่เกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง นอกจากนี้ยังทำให้เกิดรอยเลื่อน (Fault) ใหญ่ เป็นมุมประมาณ 45 องศา ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือขนานไปกับชายฝั่ง และมีมุมเอียงเท 60 องศา ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ รอยเลื่อนทำให้ชั้นสุสานหอยโผล่ให้เห็นเฉพาะบริเวณที่เป็นแหลมยื่นออกไปในทะเลและทำให้ชั้นหินสุสานหอยแต่ละบริเวณวางตัวเป็นมุมต่างๆ กันไป เช่น บริเวณด้านตะวันตกของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีการวางตัวในทิศทาง 68-72 องศา ตะวันออกเฉียงเหนือด้วยมุมเท 7-17 องศา ตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีแนว 30 องศา ตะวันออกเฉียงเหนือ มีมุมเท 7 องศา ตะวันตกเฉียงเหนือ และบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีแนว 15 องศา ตะวันออกเฉียงเหนือ มีมุมเท 5-15 องศา ตะวันตกเฉียงเหนือ

อายุของชั้นหินสุสานหอย

เดิมอายุของสุสานหอยแหลมโพธิ์ใช้อายุของซากหอยขมโบราณวงศ์ Viviparidae เป็นตัวกำหนด ได้อายุกว้าง ๆ คือ ยุคเทอร์เชียรี (65-1.75 ล้านปี) ปัจจุบันการกำหนดอายุของชั้นหินสุสานหอยได้จากการนำชั้นหินเคลย์ที่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ไปสกัดหาซากเรณูและ สปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์ของพืชที่มีขนาดเล็กมากจนต้องศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง เรณูเป็นละอองเกสรตัวผู้ของพืชไม้ดอก ส่วนสปอร์เป็นเซลล์สืบพันธุ์ของพืชชั้นต่ำประเภทเฟิร์นและสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็นพืชหรือเป็นสัตว์ เรณูและสปอร์ที่พบในชั้นหินเคลย์ใต้ชั้นสุสานหอยมีมากถึง 29 ชนิด เป็นของพืชที่เจริญเติบโตได้ในภูมิประเทศและภูมิอากาศหลายแบบ มีทั้งพวกที่พบในน้ำ ตามป่าชายเลน ป่าดิบชื้น ป่าสนเขา และพบว่าช่วงเวลาที่มีเรณู และ สปอร์ทุกตัวปรากฏนั้น เป็นช่วงเวลาตั้งแต่ 40-20 ล้านปี ดังนั้นอายุของชั้นหินสุสานหอย จึงกำหนดให้แคบลงจากเดิมเป็น 40-20 ล้านปี

ปัญหาสภาพแวดล้อมของชั้นหินสุสานหอย

ในปัจจุบันชั้นหินสุสานหอยได้พังทลายลงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดชมสุสานหอยได้ดีที่สุดและสวยที่สุด การพังทลายมีสาเหตุคือ

  • ภูมิประเทศของพื้นที่สุสานหอยตั้งอยู่ชายฝั่งทะเล มีลักษณะเป็นหัวแหลมยื่นออกไปในทะเลและขวางทิศทางการเคลื่อนตัวของคลื่น
  • คลื่น น้ำขึ้นน้ำลงและอากาศที่เปลี่ยนแปลง เป็นปัจจัยหลักทางธรรมชาติที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพของสุสานหอย โดยลมเป็นตัวการทำให้เกิดคลื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดผ่านพื้นที่นี้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายนจะทำให้ฝนตกชุกและคลื่นสูงกว่าปกติ เมื่อกระทบชายฝั่งก็จะทำให้ชั้นหินแตก และพัดพาเศษหินเศษดินเหล่านั้นออกสู่ทะเล กระแสน้ำขึ้นน้ำลงที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน จะนำตะกอนมาสะสมตัวบนฝั่งในช่วงน้ำขึ้น และชะล้างตะกอนออกไปในช่วงน้ำลง ทำให้ชั้นหินสึกกร่อน พายุจะทำให้เกิดลมแรง กระแสน้ำเชี่ยว คลื่นสูง และระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการกัดเซาะในชั้นหินสุสานหอย
  • ชั้นหินสุสานหอยวางตัวอยู่บนชั้นถ่านลิกไนต์และชั้นหินเคลย์ ซึ่งเป็นชั้นที่มีความทนทานต่อการกัดเซาะน้อยมาก จึงถูกคลื่นและน้ำทะเลกัดเซาะให้เป็นโพรงลึกเข้าไป ชั้นหินสุสานหอยที่แข็งแกร่งซึ่งวางทับอยู่ข้างบนขาดฐานค้ำยันก็พังทลายลงมา
  • รอยเลื่อนและรอยแยกที่เกิดขึ้นในชั้นหินเป็นเสมือนรอยปริร้าวที่ทำให้การกัดเซาะจนพังทลายเกิดได้ง่ายขึ้น
  • ปัจจุบันปรากฏการณ์การกัดเซาะชายฝั่งได้เกิดขึ้นทั่วโลก สาเหตุมาจากการแปรสัณฐานทางธรณีวิทยา (Tectonic movement) การละลายของน้ำแข็งทางแถบขั้วโลก การจมตัวลงของพื้นมหาสมุทร และทฤษฎีปฏิกิริยาเรือนกระจก (Greenhouse effect) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่เชื่อกันว่าทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทั่วโลก (Global sea level rise)
  • ผลกระทบจากกิจกรรมการท่องเที่ยวและการเข้าอยู่อาศัยของประชาชน หาดลานหินสุสานหอยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาเหยียบย่ำบนชั้นหินสุสานหอย การเหยียบย่ำทำให้พื้นหินสึกกร่อนและหักพังได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามขอบด้านตะวันตกของชั้นหิน ซึ่งเป็นจุดที่ชั้นหินเนื้ออ่อนใต้ชั้นหินสุสานหอยถูกกัดเซาะจนเป็นโพรง นักท่องเที่ยวมักจะยืนบริเวณนี้ เพื่อถ่ายรูปและชะโงกดูหินด้านล่าง น้ำหนักที่กดทับลงไปบ่อย ๆ ทำให้ชั้นหินแตกหัก นอกจากนี้ในช่วงน้ำขึ้นประชาชนจะใช้เส้นทางเดินเรือผ่านพื้นที่สุสานหอยในระยะใกล้ คลื่นจากเรือที่วิ่งเข้ากระทบฝั่งจะปะทะกับชั้นหินสุสานหอย ทำให้เกิดการสึกกร่อนและแตกหัก การตัดต้นไม้บริเวณชายฝั่ง การนำดินและทรายบริเวณชายฝั่งไปใช้ประโยชน์ ล้วนมีผลทำให้การกัดเซาะชายฝั่งเกิดขึ้นได้ง่าย และมีผลกระทบต่อการพังทลายของชั้นสุสานหอย

แผนที่ธรณีวิทยาและแผนที่เส้นทาง

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.