วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 101 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี โดย นายสุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายสมบุญ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม และ นายนิมิตร ศรคลัง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 (ขอนแก่น) แถลงข่าวการจัดงานมหัศจรรย์ไดโนเสาร์ในประเทศไทย@ ขอนแก่น ในระหว่างวันที่ 2 – 7 เมษายน 2558 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซาขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และวันที่ 2 – 30 เมษายน 2558 ณ ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น และภารกิจของกรมทรัพยากรธรณีในการติดตามพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังด้วยระบบอัตโนมัติ
นายสุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรธรณี โดย ส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการสำรวจศึกษารอยเลื่อนมีพลังที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ เพื่อแบ่งเขตความรุนแรงของภัยแผ่นดินไหวในประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลประกอบต่างๆ ที่เป็นปัจจุบันทันสมัย ประกอบด้วยสภาพธรณีวิทยาแผ่นดินไหว ธรณีฟิสิกส์ และวิศวกรรมแผ่นดินไหวของประเทศที่แท้จริง เพื่อใช้ในการกำหนดเกณฑ์ปลอดภัยในการก่อสร้างอาคารและระบบสาธารณูปโภคของประเทศไทย อันจะช่วยลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากธรณีพิบัติภัยแผ่นดินไหวในอนาคต พร้อมทั้งสำรวจและศึกษารอยเลื่อนมีพลังและติดตามพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังด้วยเครื่องมือวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน ประเมินภัยพิบัติแผ่นดินไหว ทั้งรายประเทศ รายภูมิภาคและรายจังหวัด และการจัดทำเอกสารเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับรอยเลื่อนมีพลัง
การดำเนินงานของกรมทรัพยากรธรณีกับภารกิจด้านการศึกษารอยเลื่อนมีพลัง
1.การสำรวจและประเมินรอยเลื่อนมีพลัง
กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการสำรวจและประเมินรอยเลื่อนมีพลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2548-2556 โดยศึกษาคาบอุบัติซ้ำในพื้นที่ที่แสดงร่องรอยการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลัง 14 รอยเลื่อน การสำรวจรอยเลื่อนในรัศมี 100 กิโลเมตร จากกรุงเทพมหานครและศึกษาพฤติกรรมการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนที่คาดว่ามีพลังในพื้นที่จังหวัดนครนายก โดยการศึกษาได้ใช้วิธีการหลายวิธี เช่น การสำรวจธรณีวิทยา การแปลภาพถ่ายทางอากาศและภาพดาวเทียม สำรวจธรณีฟิสิกส์ การขุดร่องสำรวจ การเจาะหลุมสำรวจ และการเก็บตัวอย่างเพื่อนำใช้ในการหาอายุของแนวรอยเลื่อน เป็นต้น เพื่อจะหาคำตอบว่า แผ่นดินไหวเคยเกิดขึ้นที่บริเวณใด รอยเลื่อนมีความยาวเท่าไหร่ การเลื่อนตัวในอดีตคาบการเกิดแผ่นดินไหว ทิศทางและรูปแบบการเลื่อนตัวของแนวรอยเลื่อน ความสัมพันธ์กับรอยเลื่อนอื่นๆที่ใกล้เคียง เพื่อจะมาคำนวณหาโอกาสและความน่าจะเป็นที่รอยเลื่อนนั้นจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวในอนาคต
2.การประเมินภัยพิบัติแผ่นดินไหว
การประเมินภัยพิบัติแผ่นดินไหว ด้วยการนำข้อมูลแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว คือ กลุ่มรอยเลื่อนมีพลังมาใช้ในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของค่าความเร่งพื้นดินสูงสุดจากแผ่นดินไหวที่มีโอกาสเพียง 10% ที่มีค่าสูงกว่าในคาบเวลา 50 ปี โดยคำนึงถึงสภาพธรณีวิทยาของแต่ละพื้นที่ เพื่อหาความเร่งพื้นดินสูงสุด และนำเสนอข้อมูลในรูปของระดับความรุนแรงแผ่นดินไหวตามมาตราเมอร์คัลลี่ในแผนที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงในการกำหนดเกณฑ์ปลอดภัยในการออกแบบก่อสร้างอาคารและระบบสาธารณูปโภคให้ต้านแรงแผ่นดินไหว อันจะช่วยลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินจากภัยแผ่นดินไหว ปีงบประมาณ 2554 -2556 ได้ดำเนินการศึกษา วิจัย ประเมินภัยพิบัติแผ่นดินไหวและจัดทำแผนที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวรายภาคของประเทศไทยและรวบรวมจัดทำเป็นแผนที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวรายประเทศ ปีงบประมาณ 2557-2558 ได้ดำเนินการศึกษา วิจัย ประเมินภัยพิบัติแผ่นดินไหวและจัดทำแผนที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวรายจังหวัด บริเวณพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงรายและจังหวัดลำพูนและกำลังดำเนินการศึกษา วิจัย ประเมินภัยพิบัติแผ่นดินไหวและจัดทำแผนที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวรายจังหวัด บริเวณพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตากและจังหวัดกาญจนบุรี
3.การติดตามพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังด้วยระบบอัตโนมัติ
กรมทรัพยากรธรณีมีเป้าหมายทำการติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินเพื่อศึกษาพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังครอบคลุมทุกกลุ่มรอยเลื่อน จำนวน 60 แห่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 – 2556 ได้ทำการติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินทั้งสิ้น 36 แห่ง โดยเป็นแบบ Short-period ชนิด On-line สามารถรับทราบข้อมูลแผ่นดินไหวได้ทันทีจำนวน 3 แห่ง และแบบ Short-period ชนิด Off-line ไม่สามารถรับทราบข้อมูลแผ่นดินไหวได้ทันที จำนวน 21 แห่ง ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีกำลังปรับปรุงสถานีเดิมให้เป็นสถานีแบบ Short-period ชนิด On-line ทั้งหมด และสถานีใหม่ที่เหลือมีติดตั้งเครื่องมือวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Broadband Seismometer อย่าง Real Time พร้อมอุปกรณ์ด้วยระบบอัตโนมัติ โดยได้ทำการติดตั้งในปี 2556 ไปแล้ว จำนวน 12 แห่ง ซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอนการตรวจรับงาน สถานีเครือข่ายของกรมทรัพยากรธรณีสามารถตรวจวัดเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ได้มากกว่าปีละ 100 ครั้ง
นอกจากภารกิจข้างต้น กรมทรัพยากรธรณียังได้ดำเนินภารกิจในการติดตามเหตุการณ์จากแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เพื่อหาข้อมูลผลกระทบที่เกิดจากแผ่นดินไหว และหาความรุนแรงตามมาตราเมอร์คัลลี่โดยการสอบถามข้อมูลจากประชาชนที่อาศัยใกล้เคียงบริเวณที่รับรู้ถึงแผ่นดินไหวแล้วมาจัดทำรายงานและแผนที่ พร้อมจัดทำเอกสารเผยแพร่ และให้ความร่วมมือหน่วยงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศในการบูรณาการข้อมูลและร่วมเป็นคณะทำงานในคณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ
เหตุผลการดำเนินงานการติดตามพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังด้วยระบบอัตโนมัติของกรมทรัพยากรธรณี
เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเลื่อนตัว หรือวิเคราะห์รูปแบบการเลื่อนตัวของแต่ละรอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย นำไปสู่การประเมินความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวของระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด เพื่อการออกแบบอาคาร เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน อาคารพาณิชย์ ให้รับแรงแผ่นดินไหวให้เหมาะสม ไม่ออกแบบเกินความจำเป็นทำให้ประหยัดงบประมาณ และเผยแพร่ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้รับรู้ถึงระดับผลกระทบที่อาจได้รับในอนาคตและการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการจัดสร้างเครือข่ายสถานีวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน เพื่อศึกษาพฤติกรรมของแผ่นดินไหวอันเกิดจากรอยเลื่อนมีพลังตั้งแต่ปี 2549 โดยในระยะแรกเป็นระบบ Offline ซึ่งจะต้องเก็บข้อมูลโดยตรงที่สถานีเพื่อนำมาวิเคราะห์ และได้พัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันให้อยู่ในระบบ online เพื่อให้สามารถตรวจแผ่นดินไหวได้อย่างรวดเร็ว และมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น จากผลการศึกษาสามารถตรวจวัดเหตุการณ์การเกิดแผ่นดินไหวทั้งภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านได้ประมาณ 1,000 เหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวขนาดเล็กๆ (ขนาดต่ำกว่า 2 ริกเตอร์) ซึ่งไม่สามารถได้ข้อมูลจากเครือข่ายของหน่วยงานอื่นๆ ได้อย่างครบถ้วน จึงทำให้ทราบถึงบริเวณที่มีการกระจายตัวของแผ่นดินไหวตลอดจนความถี่ของการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา
แผนการดำเนินงานการติดตามพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังด้วยระบบอัตโนมัติ
กรมทรัพยากรธรณีมีเป้าหมายทำการติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินเพื่อศึกษาพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังครอบคลุมทุกกลุ่มรอยเลื่อน จำนวน 60 แห่ง ครอบคลุมทุกกลุ่มรอยเลื่อนในประเทศไทย ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 – 2556 กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินจำนวนทั้งสิ้น 36 แห่ง โดยเป็นแบบ Short-period ชนิด On-line สามารถรับทราบข้อมูลแผ่นดินไหวได้ทันทีจำนวน 3 แห่ง และแบบ Short-period ชนิด Off-line ไม่สามารถรับทราบข้อมูลแผ่นดินไหวได้ทันที จำนวน 21 แห่ง ในปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีกำลังปรับปรุงสถานีเดิมให้เป็นสถานีแบบ Short-period ชนิด On-line ทั้งหมด และสถานีใหม่ที่เหลือมีติดตั้งเครื่องมือวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Broadband Seismometer อย่าง Real Time พร้อมอุปกรณ์ด้วยระบบอัตโนมัติ โดยได้ทำการติดตั้งในปี 2556 ไปแล้ว จำนวน 12 แห่ง ซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอน การตรวจรับงาน และมีแผนงานในการติดตั้งสถานีใหม่ที่เหลือมีติดตั้งเครื่องมือวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Broadband Seismometer อย่าง Real Time พร้อมอุปกรณ์ด้วยระบบอัตโนมัติ ในปี 2557 จำนวน 12 แห่ง และในปี 2558 จำนวน 12 แห่ง
ผลการดำเนินงานการติดตามพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังด้วยระบบอัตโนมัติ
การติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินเพื่อศึกษาพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังครอบคลุมทุกกลุ่มรอยเลื่อน จำนวน 60 แห่ง
– ปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 ติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Short-period ชนิด Off-line จำนวน 9 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดตาก กาญจนบุรี และระนอง ในปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีกำลังปรับปรุงสถานีเดิมให้เป็นสถานีแบบ Short-period ชนิด On-line
– ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 ติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Short-periodชนิด Off-line จำนวน 3 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ในปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีปรับปรุงสถานีเดิมให้เป็นสถานีแบบ Short-period ชนิด On-line
– ปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Short-period ชนิด Off-line จำนวน 3 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดลำปางและแพร่ ในปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีปรับปรุงสถานีเดิมให้เป็นสถานีแบบ Short-period ชนิด On-line
– ปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Short-period ชนิด Off-line จำนวน 3 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายในปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีปรับปรุงสถานีเดิมให้เป็นสถานีแบบ Short-period ชนิด On-line
– ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Short-period ชนิด Off-line จำนวน 3 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดน่านในปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีปรับปรุงสถานีเดิมให้เป็นสถานีแบบ Short-period ชนิด On-line
– ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Short-period ชนิด On-line จำนวน 3 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดแพร่ อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก
– ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 มีแผนงานติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน แบบ Broadband Seismometer อย่าง Real Time พร้อมอุปกรณ์ด้วยระบบอัตโนมัติ จำนวน 12 เครื่องประกอบด้วย ในพื้นที่ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพะเยา จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการตรวจรับพิจารณาการตรวจรับ
– ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 มีแผนงานติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบ Broadband Seismometer อย่าง Real Time พร้อมอุปกรณ์ด้วยระบบอัตโนมัติ จำนวน 12 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเลย จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี
– ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 มีแผนงานติดตั้งเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินแบบBroadband Seismometer อย่าง Real Time พร้อมอุปกรณ์ด้วยระบบอัตโนมัติ 12 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดตาก จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่
เครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน
เครื่องมือวัดแผ่นดินไหวที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันมี 2 แบบ
1) แบบวัดความเร็วของคลื่นสั่นสะเทือน (Velocity Seismometer) เป็นเครื่องมือที่ออกแบบเพื่อตรวจวัดความเร็วของคลื่นสั่นสะเทือนของพื้นโลก ซึ่งมีทั้งระบบช่วงคลื่นสั้น (Short-Period Seismometer, SPS) และช่วงคลื่นยาว (Long-Period Seismometer, LPS) เครื่องมือวัดระบบช่วงคลื่นสั้นสามารถตรวจวัดแผ่นดินไหวในรัศมี 500 กิโลเมตร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับระบบช่วงคลื่นยาวนั้นเป็นระบบที่สามารถตรวจวัดคลื่นแผ่นดินไหวระยะไกลได้ดี (Telesis Station)
2) แบบวัดอัตราเร่งของคลื่นสั่นสะเทือน (Strong Motion Accelerometer, SMA) เป็นเครื่องมือที่ออกแบบเพื่อใช้วัดหาค่าอัตราเร่งของพื้นดินในบริเวณนั้นที่เกิดจากแผ่นดินไหว ซึ่งวิศวกรสามารถนำค่าอัตราเร่งนี้ ไปใช้ในการออกแบบสิ่งก่อสร้างได้โดยตรง เพื่อให้มีความปลอดภัยจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว
เครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินของกรมทรัพยากรธรณีเป็นแบบวัดความเร็วของคลื่นสั่นสะเทือน (Velocity Seismometer) โดยเมื่อเปรียบเทียบ Broadband Seismometer ของกรมทรัพยากรธรณี และกรมอุตุนิยมวิทยา จะพบว่า Seismometer ของกรมอุตุนิยมวิทยา จัดเป็นประเภท Very Broadband ที่สามารถตรวจรับช่วงคลื่นความถี่ของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อยู่ระยะไกลได้ดี ทั้งที่มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับ Seismometer ของกรมทรัพยากรธรณี จัดเป็นประเภท Broadband ที่สามารถตรวจรับช่วงคลื่นความถี่ของแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ถึงขนาดปานกลางที่มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในประเทศไทยและเพื่อนบ้านได้อย่างเหมาะสม สำหรับประเภท Shot period ของกรมทรัพยากรธรณี เหมาะสมกับการตรวจวัดแผ่นดินไหวขนาดเล็กมาก ถึงขนาดเล็ก (Micro Earthquake) ที่เกิดจากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลังที่อยู่ใกล้ๆ กับตำแหน่งของสถานี Seismometer ในระยะไม่เกิน 50 กิโลเมตร