เมื่อเช้านี้ (8 ธันวาคม 2552)นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วยนายอดิศักดิ์ ทองไข่มุกต์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี แถลงข่าวสื่อมวลชนพบขุมทองในประเทศไทยรวม 76 แหล่งทองใน 31 จังหวัดทั่วประเทศ ชี้ 5 แหล่งมีศักยภาพพอที่จะพัฒนาต่อเป็นเหมืองแร่ทองคำได้
นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณี เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการจัดทำแผนหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทั่วประเทศ ซึ่งจากผลการสำรวจเบื้องต้นของกรมทรัพยากรธรณี โดยนายอดิศักดิ์ ทองไข่มุกต์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้มีการพัฒนาแหล่งแร่ทองคำมาอย่างต่อเนื่อง
“การผลิตแร่ทองคำมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2283 ผลิตครั้งแรกที่บ้านป่ารอน อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณ 3.6 กิโลกรัมและในปี พ.ศ.2293 สามารถผลิตได้ถึง 109.5 กิโลกรัม ต่อมา พ.ศ.2434 รัฐบาลได้อนุญาตให้บริษัทเอกชนสามารถลงทุนทำเหมืองแร่ทองคำได้ในพื้นที่ อ.สุคิรินและกัมปงรูจา จ.นราธิวาส อ.บางสะพาน จ.ระจวบคีรีขันธ์ อ.กบินทร์บุรี และวัฒนานคร จ.ปราจีนบุรี พ.ศ.2497-2499 มีการผลิตแร่ทองคำ ใน อ.กบินทร์บุรี ได้ถึง 54.675 กิโลกรัม พ.ศ.2475 บริษัทชาวฝรั่งเศสรับสัมปทานเพื่อผลิตแร่ในพื้นที่โต๊ะโม๊ะ อ.สุคิริน ผลผลิต 1,851.44 กิโลกรัม และในปี พ.ศ. 2527 บริษัทชลสิน จำกัด ได้ทำการผลิตในพื้นที่เดียวกันนี้ ผลผลิตแร่ที่ได้ 230 กิโลกรัม ต่อมา พ.ศ.2531-2533 บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด ได้ทำการสำรวจบริเวณเขตรอยต่อ จ.เพชรบูรณ์และพิจิตร และสร้างโรงงานผลิตทองคำในปีพ.ศ.2544 และพ.ศ.2539-2543 บริษัททุ่งคำจำกัด ได้สำรวจบริเวณ อ.วังสะพุง จ.เลย และสร้างโรงงานผลิตทองคำในปี 2549” นายอดิศักดิ์ กล่าว
สำหรับการสำรวจแร่ทองคำอย่างเป็นระบบของประเทศไทย นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า มีดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2528 โดยการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ทางอากาศด้วยเครื่องบิน จากนั้นทำการสำรวจบนผิวดินอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบลักษณะของหินและดิน วัดคุณสมบัติทางธรณีเคมีและธรณีฟิสิกส์ ตลอดจนในบางพื้นที่จะสำรวจในรายละเอียดลงไปใต้ดิน โดยใช้เครื่องจักรเจาะเก็บตัวอย่างหินและดินเพื่อหาความสมบูรณ์ของแร่ทองคำ
“จากการดำเนินการดังกล่าวพบว่าแหล่งแร่ทองคำในประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 31 จังหวัด โดยมีการสะสมตัวแบบปฐมภูมิอยู่ในพื้นที่ต่างๆจำนวน 76 แห่ง และมีปริมาณแร่ทองคำประมาณ 688+200 ตัน พร้อมทั้งมีการสะสมตัวแบบทุติยภูมิอีกหลายพื้นที่ เฉพาะที่แหล่งลำปาง-ตาก มีแร่ทองคำประมาณ 24 ตัน เป็นที่น่าสังเกตว่าแหล่งศักยภาพสูงส่วนใหญ่จะพบในพื้นที่ตอนบนของภาคกลางตามแนวเทือกเขาหินแกรนิตทางตะวันออก และขอบด้านตะวันตกของแอ่งที่ราบสูงโคราช”
นายอดิศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับการพัฒนาแหล่งแร่ทองคำในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพ ควรต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดมาตรการให้ชัดเจน เพื่อลดผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของประชาชน”