ทธ. แถลงข่าว แผ่นดินไหวเนปาล ส่งผลกระทบต่อไทยอย่างไร?

วันนี้ เวลา 14.00 น. กรมทรัพยากรธรณี จัดแถลงข่าวสื่อมวลชน ประเด็น “แผ่นดินไหวเนปาล ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร?” โดยมีนายสุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และนายสมบุญ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม ประธานแถลงข่าว ณ ศูนย์ประสานงานและติดตามสถานการณ์ฉุกเฉิน กรมทรัพยากรธรณี นายสุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 เวลา 13.11 น. ขนาด 7.8 ริกเตอร์ เกิดจากรอยเลื่อนย้อนมุมต่ำ (Thrust fault) โดยเกิดขึ้นระหว่างแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกอินเดีย (India Plate) ใต้แผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย (Eurasia Plate) ไปในทิศทางด้านเหนือโดยประมาณ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดห่างจากเมืองกาฏมัณฑุ (Kathmandu) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศเนปาล ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 80 กิโลเมตรสำหรับประวัติการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณนี้ ตามบันทึกไม่ค่อยพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณนี้บ่อยนัก แผ่นดินไหวที่มีขนาดตั้งแต่ 6.0 แมกนีจูดเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี1988 และขนาดใหญ่ที่สุดบริเวณนี้ คือ ขนาด 8.0 แมกนีจูดเกิดเมื่อปี 1934 (81 ปีที่ผ่านมา) ที่เรียกว่า แผ่นดินไหว Nepal-Bihar มีผู้เสียชีวิตประมาณ 10,600 คน ด้านผลกระทบต่อประเทศไทยนายสมบุญ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จุดศูนย์กลางห่างจากจังหวัดเชียงรายของประเทศไทย ประมาณ 1,700 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 2,300กิโลเมตร จากแผนที่แรงสั่นสะเทือน ตามประกาศของ USGS พบว่าแรงสั่นสะเทือนที่มาถึงประเทศไทยมีค่าน้อยมากจนไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด ค่าอัตราเร่งของการเกิดแผ่นดินไหว หรือ ค่าแสดงผลกระทบต่อพื้นที่ประเทศไทยน้อยกว่า 0.02 CM/SEC ซึ่งอยู่ในระดับที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนดังกล่าวและจากการตรวจวัดความเร็วของการเคลื่อนที่ของคลื่นจากการตรวจสอบจากเครือข่ายเครื่องวัดคลื่นไหวสะเทือนของพื้นดินที่กรมทรัพยากรธรณีได้ติดตั้งไว้ เพื่อศึกษาพฤติกรรมรอยเลื่อนมีพลังของประเทศไทย สามารถตรวจสอบแผ่นดินไหวหลักและแผ่นดินไหวตามจนถึงวันนี้ (27 เมษายน 2558) ได้จำนวนทั้งสิ้น 18 ครั้งอย่างไรก็ตาม แนวการเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าว มีความต่อเนื่องมายังรอยเลื่อนสะกายในประเทศพม่า ซึ่งได้เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.2 ริกเตอร์ ติดตามมาเมื่อวันที่ เวลา และรอยเลื่อนสะกายมีรอยเลื่อนแขนงเข้ามาในประเทศไทย ประกอบด้วยรอยเลื่อนแม่ปิง-เมย รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ซึ่งจำเป็นต้องติดตามโดยใกล้ชิดหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการเฝ้าติดตามผลกระทบในประเทศอย่างใกล้ชิด และได้มีการส่ง SMS ข้อความสั้น รายงานผู้บริหารเป็นระยะและในโอกาสนี้ เป็นการแจ้งสาเหตุ และผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนไทย เข้าใจและมีการเตรียมตัวอย่างเหมาะสม เพื่อรับมือผลกระทบ และชี้แจงถึงผลกระทบที่มีการให้ข่าวที่แตกต่างกันทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณี มีภารกิจที่จะต้องดำเนินการดังนี้1.ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนคนไทย เข้าใจถึงสาเหตุ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น2.ติดตามการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลังทั้ง 3 แห่งอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย รอยเลื่อนแม่ปิง-เมย รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ถ้ามีความผิดปกติ จะได้แจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไป3.ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยกรมทรัพยากรธรณี ขอให้พี่น้องประชาชนคนไทย ติดตามข่าวสารจากกรมทรัพยากรธรณี อย่างใกล้ชิด และกรมทรัพยากรธรณี ขอแนะนำให้พี่น้องประชาชน เตรียมการดังนี้ สำหรับข้อปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ควรปฏิบัติตนดังนี้ก่อนการเกิดแผ่นดินไหว· ให้ตรวจเช็คว่าบ้านเรือนของท่านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวหรือไม่· ให้ตรวจเช็คสภาพบ้านเรือน หากมีรอยแตกรอยร้าว ควรซ่อมแซม· ให้ตรวจเช็ค เครื่องเรือน ที่อาจโค่นล้มลงมาทำอันตรายได้ ให้ยึดติดกับผนังหรือพื้นให้แน่นหนา เช่น ตู้ หรือชั้นวางของขนาดใหญ่ระหว่างเกิดแผ่นดินไหวให้มีสติและหาที่หลบภัยที่มีความปลอดภัยจากวัสดุ ที่อาจหล่นมาทำอันตรายกับชีวิตของท่านได้ โดยการหลบภัยใต้โต๊ะ หรือเตียงที่มีความแข็งแรง หลีกเลี่ยงบริเวณผนังกระจก เป็นต้น

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.