วันที่ 25 มีนาคม 2554 นางพรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยนายอดิชาติ สุรินทร์คำ โฆษกกรมทรัพยากรธรณี และนายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนร่วมกัน ในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 6.7 ริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่ละติจูด 20.87 องศาเหนือ ลองติจูด 99.91 องศาตะวันออก ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร ห่างจากเมืองเกงตุงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของรัฐฉาน สหภาพพม่า และเกิดแผ่นดินไหว (After Shock) ขนาด 5.0 ริกเตอร์ตามมา จำนวน 6 ครั้ง
นางพรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวถึงสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ว่า เป็นผลมาจากการเลื่อนตัวของแนวรอยเลื่อนน้ำมา วางตัวในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ ระนาบเหลื่อมซ้าย มีความยาว 150 กิโลเมตร อยู่ในสหภาพพม่ายาวต่อเนื่องเข้าไปในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดย วางตัวขนานกับกลุ่มรอยเลื่อนแม่จันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงรายของประเทศไทย
การเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ เกิดจากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนน้ำมา ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนอีกแนวหนึ่งของกลุ่มรอยเลื่อนน้ำมาที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายแก่พระธาตุจอมกิตติ โรงเรียนเม็งรายมหาราชวิทยาคม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เกิดรอยแตกร้าวเป็นจำนวนมาก
ด้านนายอดิชาติ สุรินทร์คำ โฆษกกรมทรัพยากรธรณี กล่าวถึงผลกระทบและ ความเสียหายว่า
“แผ่นดินไหวขนาด 6.7 ริกเตอร์ ครั้งนี้ นับว่าเป็นแผ่นดินไหวขนาดปานกลาง ซึ่งในพื้นที่นี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ประชาชนสามารถรับรู้ได้ทั่วทั้งภาคเหนือของประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน (จังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น) และประชาชนที่อาศัยอยู่บนอาคารสูงของกรุงเทพฯ รู้สึได้ถึงการสั่นไหวในครั้งนี้
พื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะที่ อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยผนังบ้านล้มทับ นอกจากนั้นยังพบอาคารบ้านเรือนมีรอยร้าวเกิดขึ้น โบราณสถาน ที่มีการก่อสร้างมานานแล้ว จำนวน 5แห่ง เกิดการหักของยอดเจดีย์บ้าง”
สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่สามารถรู้สึกถึงการสั่นไหวในครั้งนี้ เนื่องจากกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ทำให้คลื่นแผ่นดินไหว มีการขยายสัญญาณคลื่น ประมาณ 3-4 เท่า ส่งผลให้อาคารสูงเกิดการสั่นไหว
การปฏิบัติตนของประชาชน ในกรณีที่อยู่ในอาคารสูงและรู้สึกได้ถึงการสั่นไหว
– ตั้งสติให้มั่นคง อย่าตกใจ
– รีบมุดลงไปอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรง
– ให้อยู่ห่างจากประตู หน้าต่าง โดยเฉพาะที่เป็นกระจก
– ให้อยู่ห่างจากสายไฟฟ้า สิ่งห้อยแขวน
– หลีกเลี่ยงสิ่งของที่อาจโค่นล้มลงมาทำอันตราย เช่น ตู้ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา กำแพง อาคารสูง
– วิ่งสู่ที่โล่งแจ้ง และตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร ถ้าพบว่าอาคารไม่ปลอดภัยให้รีบออกจากอาคารชำรุดโดยด่วน
– ติดตามข่าวสาร ความคืบหน้าของเหตุการณ์แผ่นดินไหว
ด้านนายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย กล่าวว่าการก่อสร้างอาคารในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ขณะนี้ได้มีกฏกระทรวงมหาดไทย (กำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550, ภาคผนวก) สามารถสรุปได้ดังนี้
(1) การเพิ่มเติมพื้นที่ควบคุมและจัดแบ่งเขตพื้นที่ใหม่ คือ“บริเวณเฝ้าระวัง” หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ได้แก่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง จังหวัดสงขลา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวม 7 จังหวัด
“บริเวณที่ 1” หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่เป็นดินอ่อนมากที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร รวม 5 จังหวัด
“บริเวณที่ 2” หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน รวม 10 จังหวัด
(2) การจัดกลุ่มประเภทอาคารควบคุมให้มีความชัดเจนมากขึ้น
– กำหนดประเภทอาคารควบคุมตามบริเวณ เนื่องจากผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่มีต่ออาคารประเภทต่างๆ ในแต่ละเขตมีความแตกต่างกัน
– สะพาน ทางยกระดับที่มีช่วงระหว่างศูนย์กลางตอม่อยาวตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป
– เขื่อนเก็บกักน้ำ เขื่อนทดน้ำ หรือฝายทดน้ำ ที่ตัวเขื่อนหรือตัวฝายมีความสูงตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป
ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เล็งเห็นว่าหากมีมาตรฐานการออกแบบที่ถูกต้องจะเป็นประโยชน์แก่วิศวกรผู้ออกแบบ จึงได้จัดทำมาตรฐานเพื่อเพิ่มเติมรายละเอียดการคำนวณออกแบบในกฎกระทรวงให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
สำหรับการสำรวจรอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการศึกษาขั้นรายละเอียด พบว่า กลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน มีความยาว 150 กิโลเมตร แบ่งได้ 18 รอยเลื่อนย่อย สามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวมาแล้ว ในอดีตขนาด ตั้งแต่ 5.8-6.8 ริกเตอร์ จากการขุดร่องสำรวจพบว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เคยเกิดแผ่นดินไหวมาแล้วในอดีตจำนวน 5 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 1,500 ปีที่ผ่านมา รอบของการเกิดประมาณ 1,000 ปี