วันที่ 9 มีนาคม 2554 นายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางพรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และ ดร.เยาวลักษณ์ ชัยมณี นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ แถลงข่าวร่วมกัน กรณีค้นพบซากดึกดำบรรพ์ชนิดใหม่ของโลก นามว่า “ทาร์เซียสิรินธร” มีอายุเก่าแก่กว่า 13 ล้านปี ที่เหมืองถ่านหินแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
นายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ชนิดใหม่ของโลกครั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณี ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไพรเมตชนิดใหม่ของโลกอายุ 13 ล้านปี ที่เหมืองถ่านหินแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ทาร์เซียส สิรินธรเน (Tarsius sirindhornae) โดยตั้งชื่อเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระนามของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงสนพระทัยในงานด้านซากดึกดำบรรพ์ โดยพบกรามพร้อมฟันจำนวน 18 กราม จากผลการศึกษาวิจัยพบว่ามีขนาดใหญ่ที่สุด ในวงศ์ทาร์ซิอิเด มีน้ำหนักตัวราว 90-180 กรัม
นางพรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า ทาร์เซีย จัดอยู่ในกลุ่มไพรเมต พวกจมูกแห้ง หรือ ฮาโปลรีน อยู่ในวงศ์ทาร์ซิอิเด ซึ่งมีเพียงสกุลเดียว
“ทาร์เซีย มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นไพรเมตที่มีลักษณะดึกดำบรรพ์แต่อยู่ร่วมสายพันธุ์เดียวกับไพรเมตชั้นสูงพวก ลิง เอป และมนุษย์ ทาร์เซียเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น ปัจจุบันเหลืออยู่จำนวนน้อยพบกระจายอยู่เฉพาะที่เกาะบอร์เนียว สุมาตรา สุลาเวสี และหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ทาร์เซียมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากไพรเมตชนิดอื่นคือมีขนาดเล็กมาก โดยมีน้ำหนักตัวเพียง 80-150 กรัม มีเบ้าตาขนาดใหญ่มาก มีกระดูกข้อเท้าหลังที่ยาวใช้ในการกระโดดได้ไกล มีนิ้วมือเรียวยาวมาก และมีเล็บแบน เว้นแต่นิ้วที่ 2-3 จะมีกรงเล็บ และสามารถหมุนคอได้ 180 องศา ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามต้นไม้ กินแมลงเป็นอาหาร และหากินเวลากลางคืน” นางพรทิพย์กล่าว
ด้าน ดร. เยาวลักษณ์ ชัยมณี นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ สำนักคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ กล่าวว่า ผลการศึกษาวิจัยตามโครงการร่วมมือสำรวจศึกษาวิจัยซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไทย-ฝรั่งเศส สำรวจพบชิ้นส่วนกรามพร้อมฟัน จำนวน 18 กราม ในชั้นถ่านหินบริเวณเหมืองถ่านหินแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เมื่อปี พ.ศ. 2547 พบว่า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกสัตว์ไพรเมตสกุลและชนิดใหม่ของโลก จัดอยู่ในวงศ์ทาร์ซิอิเด มีขนาดใหญ่กว่าทาร์เซียปัจจุบัน โดยมีน้ำหนักตัวราว 90-180 กรัม แต่ลักษณะฟันของทาร์เซียสิรินธรมีการสึกในแนวระนาบ และมีฟันกรามล่างซี่ในสุดใหญ่มาก คาดว่ากินอาหารต่างจากทาร์เซียปัจจุบันและอาจกินยางพืชเสริมด้วย การศึกษาเบ้าตาและฟันโดยใช้เทคนิค CT scan และวิธี geometric-morphometric พบว่าทาร์เซียสิรินธรมีเบ้าตาขนาดใหญ่ ตามองไปข้างหน้า และหน้ายื่นยาวกว่า เหมาะกับการ หาอาหารเวลากลางคืน
“ซากดึกดำบรรพ์ทาร์เซียเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่หายากมาก เพราะมีจำนวนน้อยและมีขนาดเล็กมาก เคยมีการค้นพบเพียง 2 แห่งในโลกนี้ ได้แก่ กรามล่างของทาร์เซีย อายุ 45 ล้านปี พบที่ประเทศจีน และ ฟันราว 5 ซี่ของทาร์เซียอายุ 13 ล้านปีพบที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไพรเมตจำพวกทาร์เซียอายุไมโอซีนจำนวนมากที่เหมืองถ่านหินแม่เมาะ จังหวัดลำปางครั้งนี้ แสดงว่าประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงตั้งแต่ในอดีต 13 ล้านปีมาแล้ว บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ และมีสภาพแวดล้อมเป็นป่าร้อนชื้น นอกจากนี้ยังบ่งบอกอีกว่าในอดีตทาร์เซียมีความหลากหลายและแพร่กระจายมากกว่าปัจจุบัน” ดร.เยาวลักษณ์ กล่าวเสริม
และผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้กรมทรัพยากรธรณี ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เหมืองถ่านหินแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ผลการศึกษาได้รับการยอมรับ และได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการศึกษาในวารสาร Proceedings of the Royal Society B, London โดยได้ตีพิมพ์ on line ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2553
นายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานแถลงข่าวนางพรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนดร.เยาวลักษณ์ ชัยมณี นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ อธิบายและขั้นตอนผลการศึกษาวิจัยแบบจำลอง ทาร์เซียสิรินธร