ที่ตั้ง
ภูชี้ฟ้าและผาตั้งเป็นยอดภูเขาในใจกลางเขตพื้นที่ภูเขาและเทือกเขาสูงซับซ้อนทางภาคเหนือของประเทศไทยติดแนวเขตด้านตะวันออกสุดของจังหวัดเชียงราย (จังหวัดเหนือสุดยอดสยาม) เป็นตำแหน่งของยอดภูชี้ฟ้าซึ่งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอเชียงคำ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร จากบริเวณนี้ลัดเลาะเส้นทางตามแนวเขาสูงชันขึ้นไปทางทิศเหนือ ที่ระดับความสูงประมาณ 1,580 เมตร จะเป็นตำแหน่งของผาตั้ง ซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ของอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย การเดินทางไป ภูชี้ฟ้าและผาตั้งมีหลายเส้นทาง จะไปทางอำเภอเชียงแสน ทางจังหวัดเชียงราย หรือไปทางจังหวัดพะเยา ก็ได้ หากไปจากจังหวัดเชียงราย ให้ใช้เส้นทางหลวงสาย 1020 เชียงราย-เทิง โดยแยกที่สี่แยกแม่กรณ์ เป็นระยะทาง 64 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1155 เมื่อผ่านอำเภอเทิงไปแล้ว โดยไปทางบ้านปางค่าเป็นระยะทาง 47 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิวภูชี้ฟ้า ซึ่งอยู่ที่บ้านร่มฟ้าไทย อำเภอตับเต่า จังหวัดเชียงราย รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 111 กิโลเมตร ส่วนผาตั้งอยู่ที่บ้านผาตั้ง ตำบลภูปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อยู่เลยภูชี้ฟ้าไปทางเหนือเป็นระยะทาง ประมาณ 25 กิโลเมตร
หากจะไปจาก อำเภอเชียงแสน ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1129 ผ่าน อำเภอเชียงของ เลาะริมแม่น้ำโขง ผ่านอำเภอเวียงแก่น เลี้ยวซ้ายเข้าผาตั้งที่บ้านปางหัด ถึงผาตั้ง และต่อไปภูชี้ฟ้า เป็นระยะทางทั้งหมดประมาณ 174 กิโลเมตร แต่ถ้าจะไปจาก จังหวัดพะเยา ให้ใช้เส้นทางสาย 1021 (พะเยา-เชียงคำ) เป็นระยะทาง 81 กิโลเมตร ผ่าน อำเภอเชียงคำไปแล้วราว 4 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงสาย 1093 (ม่วงชุม-เชียงคำ) ไปทางบ้านฮวกหรือน้ำตกภูซาง หรืออุทยานแห่งชาติภูซาง เลยไปภูชี้ฟ้าเป็นระยะทางอีก 65 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 150 กิโลเมตรอย่างไรก็ตามขณะนี้ ทางหลวงสาย 1093 เป็นเส้นทางปรับปรุงใหม่ ดังนั้นจึงค่อนข้างสะดวกกว่าเส้นทางอื่น
ลักษณะของแหล่ง
ภูชี้ฟ้าและผาตั้งเป็นเทือกเขาแนวยาว วางตัวในแนวเหนือใต้ ด้านตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันยาวตลอดจากฝั่งแม่น้ำโขงทางตอนเหนือผ่านจุดที่มีชื่อว่า ผาตั้ง ภูชี้ฟ้า และต่อเนื่องลงไปทางด้านใต้ ภูเขามีความลาดชันตามความเอียงเทของชั้นหิน ซึ่งมีความชันทางด้านตะวันออกและลาดเอียงมาทางด้านตะวันตก หน้าผาที่ดิ่งชันจนแทบจะเป็นเส้นตรง มีความสูงหลายร้อยเมตร ดิ่งลงไปสู่ที่ราบกว้างใหญ่เบื้องล่างซึ่งเป็นที่ราบที่เกิดจากอิทธิพลของการตวัดตัวของแม่น้ำโขง บริเวณผาตั้งและภูชี้ฟ้าเป็นบริเวณที่ติดต่อกับเขตแดนไทย -ลาว
จุดที่มีลักษณะเด่นของผาตั้ง คือ จุดที่ภูเขามีโพรงทะลุ ซึ่งเรียกว่า ผาบ่องหรือประตูสยาม โดยเมื่อเดินผ่านช่องเขาลงไปจะเป็นหน้าผาเขตแดนไทย-ลาว มองเห็นแผ่นดินประเทศลาวอยู่เบื้องล่างลิบๆ นอกจากนี้ยังมีช่องผาขาด และจุดชมวิวบนยอดเขา ซึ่งจะมองเห็นลักษณะลาดชันของขุนเขาอย่างชัดเจน
สำหรับจุดเด่นของภูชี้ฟ้า มีลักษณะเป็นหน้าผาชันดิ่ง ที่มีผู้คนจำนวนมากไปเฝ้าชมหน้าผายามพระอาทิตย์ขึ้น ในช่วงหน้าหนาว และชมทะเลหมอกเมื่ออยู่บนจุดสูงสุด ภูชี้ฟ้าและผาตั้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ยังคงความสดชื่นของอากาศบริสุทธิ์และหนาวเย็น รวมทั้งยังมีธรรมชาติของภูมิทัศน์ที่สวยงามแบบภูเขาสูง สามารถมองเห็นแม่น้ำโขงเป็นแนวยาว ไหลลิบอยู่บนที่ราบด้านล่าง ทางตะวันออกเฉียงเหนือในเขตประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประทับใจกับอรุณรุ่ง ที่ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นกลางฟ้าเคียงข้างยอดภูทางทิศตะวันออก และอาทิตย์อัสดงยามเย็นทางทิศตะวันตก
การไปเที่ยวชมภูชี้ฟ้าและผาตั้งจะได้ชมสวนไม้ดอกที่ดอยผาหม่น (ศูนย์การท่องเที่ยวเกษตร-ดอยผาหม่น) บ้านร่มโพธิ์ไทยเป็นของแถม โดยสวนไม้ดอกอยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าลงมาทางทิศใต้ เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร และจะได้ชมดอกเสี้ยวสีชมพูอ่อนจางที่บานสะพรั่งไปทั่วขุนเขาตามระยะทางผาตั้ง-ภูชี้ฟ้า-ดอยผาหม่นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ด้วย
ธรณีวิทยาทั่วไป
ธรณีวิทยาภูชี้ฟ้าและผาตั้งมีความคล้ายและต่อเนื่องกันด้วยกลุ่มหินตะกอนและหินตะกอนกึ่งหินแปร อายุราว 355-250 ล้านปี หรือยุคคาร์บอนิเฟอรัส-เพอร์เมียน ที่แผ่กระจายตัวเป็นแนวแคบยาว ตั้งแต่ริมแม่น้ำโขงทางตอนเหนือของประเทศไทย ขนานลงมาทางทิศใต้ตามแนวเขตแดนของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ผาตั้งภูชี้ฟ้า และด้านตะวันออกของอำเภอเชียงคำ จังหวัดเชียงราย กลุ่มหินดังกล่าวประกอบด้วยหินฟิลไลต์ หินชีสต์ ซึ่งแปรสภาพมาจากหินตะกอนเนื้อประสม และหินอ่อนซึ่งแปรสภาพมาจากหินปูนที่สะสมตัวในทะเลตื้นใกล้ชายฝั่งที่เงียบสงบในช่วงเวลา 355-250 ล้านปี โดยหินดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากกิจกรรมการแปรสัณฐานของเปลือกโลก (Tectonic activities) ที่นำพาหินอัคนีแทรกดันขึ้นมาสู่ผิวโลก และมีบางส่วนได้แทรกตัดเข้าไปในหินท้องที่ที่มีอยู่เดิม เปลี่ยนสภาพหินท้องที่เดิมให้แปรสภาพกลายเป็นหินแปรในช่วงเวลาหลังจากตะกอนดังกล่าวข้างต้นได้แข็งตัวกลายเป็นหินแล้ว คือ ในช่วงเวลา 250-203 ล้านปี หรือยุคเพอร์เมียน-ไทรแอสซิก นอกจากนี้ผลกระทบจากการที่เปลือกโลกเคลื่อนตัว โดยแผ่นเปลือกโลกอินเดีย (Indian terrane) วิ่งขึ้นไปทางเหนือจนกระทั่งชนกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย (Eurasia terrane) ในช่วงเวลาประมาณ 40 ล้านปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดผลกระทบต่อการแปรสภาพของหินเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการพัฒนาการเป็นแนวเทือกเขา แนวหน้าผารอยเลื่อนและขอบแอ่งที่ราบ ที่วางตัวอยู่ในแนวทิศทางประมาณเหนือ-ใต้ เป็นส่วนใหญ่ ดังที่ปรากฏให้เห็นในพื้นที่ประเทศไทยปัจจุบัน
แผนที่ธรณีวิทยาและแผนที่เส้นทาง



