รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย สภาพอากาศ
วันจันทร์ที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๐๘.๐๐ น.
๑. ธรณีพิบัติภัย
๑.๑ ดินไหล หินถล่ม รอยแยก หลุมยุบ
– ไม่มี
๑.๒ แผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวในรอบ ๒๔ ชั่วโมงผ่านมา (วันที่ ๒๕ ก.ย. ๕๔ เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๒๖ ก.ย. ๕๔ เวลา ๐๘.๐๐ น.)
ช่วงขนาดแผ่นดินไหว (ริกเตอร์)
จำนวน (ครั้ง)
๓.๑ – ๔.๐ (เล็ก)
๔
๔.๑ – ๕.๐ (ค่อนข้างเล็ก)
๑๒
๕.๑ – ๖.๐ (ปานกลาง)
๑
๖.๑ ขึ้นไป (ค่อนข้างใหญ่)
–
– แผ่นดินไหวล่าสุดมีขนาด ๔.๘ ริกเตอร์ ในทะเล ที่ระดับความลึก ๑๔.๗ กิโลเมตร จากผิวโลก เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๒.๑๑ น. ตามเวลาประเทศไทย บริเวณ VANUATU REGION ไม่มีความเสียหาย (ที่มา: USGS)
๒. สภาพอากาศ
– ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุโซนร้อน “ไห่ถาง” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง หรือ ที่ละติจูด ๑๗.๐ องศาเหนือ และ ลองจิจูด ๑๑๑.๗ องศาตะวันออก โดยกำลังเคลื่อนนอกชายฝั่งประเทศเวียดนามอย่างช้าๆ ไปทางทิศตะวันตก ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ยังมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด และระนอง
– ปริมาณน้ำฝนสูงสุดที่ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี วัดได้ ๖๗.๕ มม. (ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา)
๓. เครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๔
– บ.จปร. ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๙๘ มม. (นายธรรมจักร เพชรนคร)
– บ.ในกรัง ต.จ.ป.ร. อ.กระบุรี จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๘๐ มม. (นายทองคำ เชียงวรรณา)
– บ.รังแตนใต้ ต.จ.ป.ร. อ.กระบุรี จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๗๐ มม. (นายสันติ ชะสันติ)
– บ.ทุ่งตลาด ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๕๐ มม. (นายลิขิต หัสคุณ)
– บ.บ่อหิน ต.แม่นางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๕๐ มม. (นายบุญสม นาเวียง)
– บ.มะอึกแรด ทต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๓๐ มม. (นายสมพงษ์ คำหาญ)
– บ.บางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๓๐ มม. (นายสมบูรณ์ แซ่อึ้ง)
– บ.ตระกูลพัฒนา ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๕ มม. (นายประยอม แสนโต)
– บ.บึงต้นชัน ต.ซากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๕ มม. (นายบุญยง รอดมา)
๔. เจดีย์พระธาตุดอยกองมูทรุดเอียง
– พระครูสังฆรักษ์ทองสุข ศรัทธาธิโก รองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยกองมู กล่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้เจดีย์องค์เล็ก ที่มีอายุประมาณ ๑๔๐ ปี สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๗ ที่ตั้งอยู่เคียงข้างองค์ใหญ่ ได้ทรุดเอียงไปประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนเจดีย์ขนาดเล็ก ที่ตั้งเป็นแถวรั้วรอบเจดีย์องค์ใหญ่และองค์เล็กอีกทอดหนึ่ง ก็ทรุดเอียงไปประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ คาดว่าสาเหตุที่พระธาตุเกิดการทรุดเอียง เนื่องจากการก่อสร้างองค์เจดีย์สมัยก่อนไม่มีฐานรองรับ เมื่อเกิดฝนตกลงมา อย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนกรกฏาคม และสิงหาคมที่ผ่านมา หรืออาจเกิดผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศพม่า รวมถึงกรณีแผ่นไหวที่เกิดขึ้นที่ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ที่มา:ผู้จัดการออนไลน์)