รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๐๘.๐๐ น.
๑. ธรณีพิบัติภัย
๑.๑ ดินไหล หินถล่ม รอยแยก หลุมยุบ
– ไม่มี
๑.๒ แผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวในรอบ ๒๔ ชั่วโมงผ่านมา (วันที่ ๑๒ ต.ค. ๕๔ เวลา ๐๗.๓๐ น. – ๑๓ ต.ค. ๕๔ เวลา ๐๗.๓๐ น.)
ช่วงขนาดแผ่นดินไหว (ริกเตอร์)
จำนวน (ครั้ง)
๓.๑ – ๔.๐ (เล็ก)
๘
๔.๑ – ๕.๐ (ค่อนข้างเล็ก)
๑๕
๕.๑ – ๖.๐ (ปานกลาง)
๒
๖.๑ ขึ้นไป (ค่อนข้างใหญ่)
–
– แผ่นดินไหวล่าสุดมีขนาด ๔.๖ ริกเตอร์ ในทะเล ที่ระดับความลึก ๗๖.๗ กิโลเมตร จากผิวโลก เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๒๑.๕๑ น. ตามเวลาประเทศไทย บริเวณ MOLUCCA SEA ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย (ที่มา: USGS)
๒. สภาพอากาศ
– ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักได้บางแห่งในระยะนี้
– ปริมาณน้ำฝนสูงสุดวัดได้ที่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ๑๓๑.๔ มม. (ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา)
๓. เครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔
– บ.ห้วยไร่ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๙๐ มม. (นางสมพร พงษ์สุวรรณ)
– บ.ฟากท่า ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๘๕ มม. (นายบุญส่ง ณะสิงห์)
– บ.บางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๘๐ มม. (นายสมบูรณ์ แซ่อึ้ง)
– บ.ผามูบ ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๗๐ มม. (นายดำเนิน เชียงพันธ์)
– บ.ลำรู ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๗๐ มม. (นายไสว ป้องเศร้า)
– บ.ต้นเกลือ ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๕ มม. (นายลอย ปาคา)
– บ.นาปลากั้ง ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๓๐ มม. (นายแวว แดงเงิน)
– บ.ห้วยคลุม ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๕ มม. (นายอิตย์ รัตนกันทา)
– บ.นาต้นจั่น ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๐ มม. (นายเฉลิม คะย่อน)
– บ.ซำนกเหลือง ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๐ มม. (นายสมหมาย มีศรี)
– บ.หมื่นด่าน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๐ มม. (นางลำดวน จำปาดี)
๔. พื้นที่ติดตามสถานการณ์พิบัติภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ของกรมทรัพยากรธรณี
– จังหวัดแพร่ : อำเภอเด่นชัย (เครือข่ายฯ จำนวน ๑๘ คน)
– จังหวัดสุโขทัย : อำเภอศรีสัชนาลัย (เครือข่ายฯ จำนวน ๓๖๓ คน)
– จังหวัดอุตรดิตถ์ : อำเภอลับแล (เครือข่ายฯ จำนวน ๔๓๗ คน)
– จังหวัดจันทบุรี : อำเภอมะขาม (เครือข่ายฯ จำนวน ๕๕ คน) เขาคิชฌกูฏ (เครือข่ายฯ จำนวน ๑๕๕ คน)
และขลุง (เครือข่ายฯ จำนวน ๑๗๒ คน)
– จังหวัดตราด : อำเภอเกาะช้าง (เครือข่ายฯ จำนวน ๑๐ คน) เขาสมิง (เครือข่ายฯ จำนวน ๘๖ คน)
และบ่อไร่ (เครือข่ายฯ จำนวน ๑๐๑ คน)
– จังหวัดพังงา : อำเภอตะกั่วป่า (เครือข่ายฯ จำนวน ๑๐ คน)
พื้นที่เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากบางพื้นที่ น้ำในคลองสูงขึ้นมากและไหลแรง เครือข่ายฯ ทำการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง