รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย สภาพอากาศ
วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๐๘.๓๐ น.
๑. ธรณีพิบัติภัย
๑.๑ ดินไหล หินถล่ม รอยแยก หลุมยุบ
– ไม่มี
๑.๒ แผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวในรอบ ๒๔ ชั่วโมงผ่านมา (วันที่ ๑๖ ก.ย. ๕๔ เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๗ ก.ย. ๕๔ เวลา ๐๘.๐๐ น.)
ช่วงขนาดแผ่นดินไหว (ริกเตอร์)
จำนวน (ครั้ง)
๓.๑ – ๔.๐ (เล็ก)
๗
๔.๑ – ๕.๐ (ค่อนข้างเล็ก)
๗
๕.๑ – ๖.๐ (ปานกลาง)
๖
๖.๑ ขึ้นไป (ค่อนข้างใหญ่)
๒
แผ่นดินไหวล่าสุดมีขนาด ๕.๕ ริกเตอร์ ในทะเล ที่ระดับความลึก ๕.๔ กิโลเมตร จากผิวโลก เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๕.๔๐ น. ตามเวลาประเทศไทย บริเวณ OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN ไม่มีรายงานความเสียหาย (ที่มา: USGS)
๒. สภาพอากาศ
– ร่องมรสุมพาดยังคงผ่านประเทศพม่า และประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลงทำให้บริเวณประเทศไทยมีลดลงอยู่ในเกณฑ์กระจาย สำหรับในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๐ กันยายนนี้ ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านประเทศไทยตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในระยะนี้
– ปริมาณน้ำฝนสูงสุดที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม วัดได้ ๑๓๓.๐ มม. (ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา)
๓. เครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๔
– บ.บางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา วัดน้ำฝนได้ ๓๕ มม. (นายสมบูรณ์ แซ่อึ่ง)
– บ.ลำรู ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.ท้ายเหมือง วัดน้ำฝนได้ ๓๐ มม. (นายไสว ป้องเศร้า)
– บ.ใหม่ลำกระโดน ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก วัดน้ำฝนได้ ๒๕ มม. (นายบุญส่ง บุญกระจ่าง)
– บ.แก้งเรืองพัฒนา ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี วัดน้ำฝนได้ ๒๐ มม. (นายคำไหล สีสันต์)
– บ.หัวเรือ ต.ถ้ำ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา วัดน้ำฝนได้ ๒๐ มม. (นายจรวย นิชกิจ)
– บ.แก้งเรือง ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี วัดน้ำฝนได้ ๑๕ มม. (นายพิศมัย พินยศ
– บ.หินโง่น ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ท้องฟ้ามืดครึ้ม ไม่มีฝน (นายจำเนียร สุขมา)
๔. อุตรดิตถ์-ชาวบ้านต้นขนุนขอพื้นที่ป่าสงวนสร้างบ้านใหม่
– สำหรับความคืบหน้าเหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะที่บ้านต้นขนุน ตำบลน้ำไผ่ ล่าสุดเปิดเผยว่ามีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายรวมทั้งสูญหายไปกับน้ำทั้งหลัง และที่เสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ทั้งสิ้น ๓๖ หลัง ที่สำคัญทางครอบครัวของผู้ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายมีมติ ที่จะขอย้ายชุมชนริมน้ำที่อยู่ในจุดเสี่ยงและที่เกิดเหตุทั้งหมด เข้าไปตั้งชุมชนในพื้นที่ห้วยป่าจุก ซึ่งเป็นพื้นที่ของป่าไม้และเป็นจุดที่มีความปลอดภัย มีไฟฟ้า และประปาหมู่บ้านถึง อีกทั้งอยู่ห่างจากชุมชนไม่ถึง ๑ กิโลเมตร จึงมีความเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือนในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้จะต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นแกนกลางในการขอพื้นที่ของกรมป่าไม้ และจากที่ประชุมกับทางผู้ว่าก็จะมีการประสานขอรับความช่วยเหลือจากทางการในการสร้างบ้านเรือนใหม่กับผู้เสียหาย ซึ่งจะประสานขอรับความช่วยเหลือจากครอบครัวข่าว ๓ ซึ่งจะนำเงินบริจาคของประชาชนมาสร้างบ้านให้กับผู้เสียหาย (ที่มา : ข่าว ๓)