รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย สภาพอากาศ
วันพุธที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐ น.
๑. ธรณีพิบัติภัย
๑.๑ ดินไหล หินถล่ม รอยแยก หลุมยุบ น้ำป่าไหลหลาก
– น้ำท่วม : ตำบลแม่สลิด อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เกิดเหตุแม่น้ำวังได้ล้นข้ามผนังกั้นน้ำ เป็นเหตุให้น้ำท่วมสูง ๐.๕-๑.๐ เมตร ถนนที่ใช้สัญจรระหว่างหมู่บ้านไม่สามารถใช้สัญจรได้ ราษฎรกว่า ๓๐๐ หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน (เนชั่นทันข่าว)
– โคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก : เทือกเขาภูแลนคา เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและมีโคลนถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้สูญหายจากน้ำป่าซัดไป ๑ ราย (เนชั่นทันข่าว)
– น้ำป่าไหลหลาก : อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเซาะพนังคอนกรีตวัดต่อแพ สร้างความเสียหายให้กับถนนดิน ศาลาที่พัก ๑ แห่ง ฝายไม้หินทิ้ง ๒๕ แห่ง สะพานไม้ ๖ แห่ง ท่อคอลกรีต ๓ แห่ง ราษฎร ๒,๖๒๙ คน ๔๘๔ ครัวเรือน รวม ๕ ตำบล ๑๓ หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ๔๙ ไร่ (เนชั่นทันข่าว)
๑.๒ แผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวในรอบ ๒๔ ชั่วโมงที่ผ่านมา (วันที่ ๑๑ ก.ย. ๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๒ ก.ย. ๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ น.)
ช่วงขนาดแผ่นดินไหว (ริกเตอร์)
จำนวน (ครั้ง)
๓.๑ – ๔.๐ (เล็ก)
๙
๔.๑ – ๕.๐ (ค่อนข้างเล็ก)
๑๗
๕.๑ – ๖.๐ (ปานกลาง)
๗
๖.๑ ขึ้นไป (ค่อนข้างใหญ่)
–
– แผ่นดินไหวล่าสุดมีขนาด ๕.๐ ริกเตอร์ ในทะเล ที่ระดับความลึก ๒๐.๘ กิโลเมตรจากผิวโลก เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๓.๕๒ น. ตามเวลาประเทศไทย SOUTH OF THE MARIANA ISLANDS ไม่มีรายงานความเสียหาย (ที่มา : USGS)
๒. สภาพอากาศ
– ในช่วงวันที่ ๑๒-๑๗ กันยายน ๒๕๕๕ ร่องมรสุมกำลังแรงจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
– ปริมาณน้ำฝนสูงสุดวัดได้ที่เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ๖๐.๓ มม. (กรมอุตุนิยมวิทยา)
๓. เครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๕
– บ.ผังปาล์ม ๒ ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๘๐ มม. (นายทศพร โคกเขา)
– บ.ธารปลิว ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๗๐ มม. (นายวรรณเดช สังขาว)
– บ.บ่อหิน ต.แม่นางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๐ มม. (นายบุญสม นาเวียง)
– บ.ซำหวายพัฒนา ต.สีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๐ มม. (นายเภา บุญลือ)
– บ.ท่าคลอง ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๕๐ มม. (นายวิเชียร ชัยศิริ)
– บ.ลำเลียงใน ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๕๐ มม. (นางกาญจนา พิพัฒผล)
– บ.บางซอย ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๔๐ มม. (นายณรงค์ เทพทอง)
– บ.ห้วยข่า ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๓๕ มม. (นางบรรจงจิต เอื้อยตะ)
– บ.มะนัง ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๓๐ มม. (นายศุภโชค หมุนมิตร)
– บ.บางนอนใน ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๓๐ มม. (นายประทีป คงมีศรี)
– บ.ปลายธารราชรักษา ต.ลำพูน อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๐ มม. (นายไพจิตร บุญชู)
๔. พื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์พิบัติดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรธรณี
– เนื่องจากในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม มีปริมาณน้ำฝนไม่ถึงเกณฑ์การเฝ้าระวัง ประกอบกับบางพื้นที่ไม่มีฝนตก จึงไม่มีพื้นที่ติดตามสถานการณ์พิบัติภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก