รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย สภาพอากาศ
วันศุกร์ที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐ น.
๑. ธรณีพิบัติภัย
๑.๑ ดินไหล หินถล่ม รอยแยก หลุมยุบ น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วม
– เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๕๕ เวลา ๑๕.๑๕ น. ทธ.ประกาศแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล จันทบุรี และตราด ในระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕
– เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๕๕ เวลา ๒๓.๓๐ น. ทธ.ประกาศแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ ในระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕
– เครือข่ายฯ ทธ.แจ้งว่า เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณ ม.๓,๔,๕,๖,๗ บ.เขาหยวก ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง ทำให้สวนยางและบ้านเรือนได้รับความเสียหาย มีการแจ้งให้อพยพแล้ว
๑.๒ แผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวในรอบ ๒๔ ชั่วโมงที่ผ่านมา (วันที่ ๑๓ ก.ย. ๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๔ ก.ย. ๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ น.)
ช่วงขนาดแผ่นดินไหว (ริกเตอร์)
จำนวน (ครั้ง)
๓.๑ – ๔.๐ (เล็ก)
๖
๔.๑ – ๕.๐ (ค่อนข้างเล็ก)
๙
๕.๑ – ๖.๐ (ปานกลาง)
๕
๖.๑ ขึ้นไป (ค่อนข้างใหญ่)
–
– แผ่นดินไหวล่าสุดมีขนาด ๕.๔ ริกเตอร์ ในทะเล ที่ระดับความลึก ๙.๘ กิโลเมตรจากผิวโลก เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๖.๔๐ น. ตามเวลาประเทศไทย SOUTH OF JAVA, INDONESIA ไม่มีรายงานความเสียหาย (ที่มา : USGS)
๒. สภาพอากาศ
– บริเวณความกดอากาศสูงได้แผ่ลิ่มลงมาปกคลุมถึงตอนบนของประเทศไทย ทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเริ่มเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตก ชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
– ปริมาณน้ำฝนสูงสุดวัดได้ที่ จังหวัดระนอง ๙๓.๘ มม. (กรมอุตุนิยมวิทยา)
๓. เครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕
– บ.บ่อหิน ต.แม่นางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๒๐ มม. (นายบุญสม นาเวียง)
– บ.เขาขาว ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๔๕ มม. (นายอับดลหร่อหมาน บ้านนบ)
– บ.พรรั้ง ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๔๐ มม. (นายฉลาด พัตจุน)
– บ.นางแลใน ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๔๐ มม. (นายศรีเดช หน่อแก้ว)
– บ.บางนอนใน ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๒๐ มม. (นายประทีป คงมีศรี)
– บ.บางหิน ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๙๕ มม. (นายศิวพงษ์ อาจหาญ)
– บ.โรงเรียนบ้านกลาง ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๗๐ มม. (นายสมพัก โสมนัส)
– บ.บางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๕ มม. (นายสมบูรณ์ แซ่อึ้ง)
– บ.ลำขนุน ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๐ มม. (นายวิน อนุรักษ์)
– บ.บูเก็ต ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๐ มม. (นายรอดีน สัสดี)
– บ.เมืองรวง ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๐ มม. (นายประยูร เดชะคำแก่น)
– บ.คลองใหญ่ ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๐ มม. (นายนิยม เกิดสุข)
– บ.สันนายาว ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๕๐ มม. (นายถวิล ใจธรรม)
– บ.โตน ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๕๐ มม. (นายเหม ตามาต)
– บ.แม่สรวย ต.จอมสวรรค์ อ.แม่จัน จ.เชียงราย วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๔๕ มม. (นายอินทน เกเย็น)
๔. พื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์พิบัติดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรธรณี
– จังหวัดเชียงราย : อำเภอแม่จัน (เครือข่ายฯ จำนวน ๕๕ คน) อำเภอเมือง (เครือข่ายฯ จำนวน ๑๒๘ คน)
– จังหวัดพังงา : อำเภอคุระบุรี (เครือข่ายฯ จำนวน ๕๔ คน) อำเภอตะกั่วป่า (เครือข่ายฯ จำนวน ๑๐ คน)
– จังหวัดระนอง : อำเภอเมือง (เครือข่ายฯ จำนวน ๓๘ คน) อำเภอสุขสำราญ (เครือข่ายฯ จำนวน ๔๓ คน)
– จังหวัดกระบี่ : อำเภอเมือง (เครือข่ายฯ จำนวน ๑๐๒ คน) อำเภอเขาพนม (เครือข่ายฯ จำนวน ๗๗ คน)