รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย สภาพอากาศ วันเสาร์ที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕

รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย สภาพอากาศ
วันเสาร์ที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๑๐.๓๐ น.
๑. ธรณีพิบัติภัย
๑.๑ ดินไหล หินถล่ม รอยแยก หลุมยุบ น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วม
– เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๕๕ เวลา ๑๙.๓๐ น. ทธ.ประกาศแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ในระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ กันยายน ๒๕๕๕
– เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๕๕ เวลา ๐๙.๓๐ น. ทธ.ประกาศแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ในระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๖ กันยายน ๒๕๕๕
– เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๕๕ เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณ ม.๓ บ.นาปลากั้ง ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ทำให้พืชผลทางการเกษตรและบ้านเรือนได้รับความเสียหาย (ที่มา : เครือข่ายฯ ทธ.)
– เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๕๕ เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณ ม.๔ ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ทำให้ต้นไม้โคล่นล้มปิดทับเส้นทาง รพช.ไก่แบ้ – บ้านบางเบ้า รถไม่สามารถสัญจรได้ (ที่มา : เครือข่ายฯ ทธ.)
๑.๒ แผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวในรอบ ๒๔ ชั่วโมงที่ผ่านมา (วันที่ ๑๓ ก.ย. ๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๔ ก.ย. ๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ น.)
ช่วงขนาดแผ่นดินไหว (ริกเตอร์)
จำนวน (ครั้ง)
๓.๑ – ๔.๐ (เล็ก)
๑๖
๔.๑ – ๕.๐ (ค่อนข้างเล็ก)

๕.๑ – ๖.๐ (ปานกลาง)

๖.๑ ขึ้นไป (ค่อนข้างใหญ่)

– แผ่นดินไหวล่าสุดมีขนาด ๔.๕ ริกเตอร์ ในทะเล ที่ระดับความลึก ๔.๕ กิโลเมตรจากผิวโลก เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๗.๕๐ น. ตามเวลาประเทศไทย OFFSHORE MAULE, CHILE ไม่มีรายงานความเสียหาย (ที่มา : USGS)
๒. สภาพอากาศ
– บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลิ่มลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ส่งผลทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเล อันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ ๑๕ – ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕
– ปริมาณน้ำฝนสูงสุดวัดได้ที่ จังหวัดระนอง ๗๑.๐ มม. (กรมอุตุนิยมวิทยา)
๓. เครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕
– บ.หินขาว ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๗๐ มม. (นางจันทร์เพ็ญ พรหมช่วย)
– บ.แม่เถินใต้ ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๗๐ มม. (นายชำนาญ ใยไม้)
– บ.นาปลากั้ง ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๖๐ มม. (นายแวว แดงเงิน)
– บ.พรรั้ง ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๔๐ มม. (นายฉลาด พัตจุน)
– อุทยานที่ กช. ๕ (เกาะรัง) ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๒๐ มม. (นายสมศักดิ์ คลอ่งแคล่ว)
– บ.ทุ่งกระบอก ต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๒๐ มม. (นายตรวจ สนเถ็ง)
– บ.บางมัน ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๑๑๐ มม. (นางระพี น้ำจันทร์)
– บ.บ่อไร่ ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๘๕ มม. (นายอำนาจ ยิ้มถนอม)
– ฐานเฝ้าระวังที่ ๒ (อ่าวจอม) ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๘๕ มม. (นายสิทธิพงศ์ นาคพัฒ)
– ฐานเฝ้าระวังที่ ๔ (ไก่แบ้) ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๗๘ มม. (นายลือชัย ไสยาศน์)
– บ.ห้วยไร่ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๗๐ มม. (นางสมพร พงษ์สุวรรณ)
– บ.ปางไฮ ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๕ มม. (นายอเนก อินต๊ะ)
– บ.หนองแห้ง ต.เมืองปาน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๕๐ มม. (นายจุมพล ยังยืนกูล)
– บ.ท่าหัน ต.รมณีย์ อ.กะปง จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๖๐ มม. (นายอนุรัตน์ ช่วยนคร)
– บ.นาซ๊อก ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๔๐ มม. (นายมานพ เชิงคีรี)
– บ.บางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๓๐ มม. (นายสมบูรณ์ แซ่อึ้ง)
๔. พื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์พิบัติดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรธรณี
* สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.dmr.go.th หัวข้อ “ประกาศกรมทรัพยากรธรณี”

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.