เสาดิน

เสาดิน ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

ที่ตั้ง

เสาดินตั้งอยู่ในบริเวณบ้านเชียงของ ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน การเดินทางใช้เส้นทางสาย 101 (แพร่-เวียงสา-น่าน) ออกจากจังหวัดน่านไปอำเภอเวียงสา หรือออกจากจังหวัดแพร่ไปอำเภอเวียงสา แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงสาย 1026 (เวียงสา-นาน้อย) ไปยังอำเภอนาน้อยเป็นระยะทาง 35 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสาย 1083 อีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร แยกขวาตามถนน ร.พ.ช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร จึงถึงแหล่งท่องเที่ยว เสาดิน

ธรณีวิทยาและการเกิดเสาดิน

“เสาดิน” เป็นศัพท์ที่ชาวบ้านใช้เรียกหย่อมตะกอนที่มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน เป็นแท่ง เป็นกรวย เป็นหลืบ มียอดแหลม โผล่พ้นพื้นดินบนลานโล่ง ในทางธรณีวิทยา ลักษณะภูมิประเทศแบบเสาดินนาน้อยเกิดขึ้นจากการผุพังและการกัดกร่อนโดยน้ำฝนเป็นตัวการ ทำให้ชั้นตะกอนซึ่งได้จากการสะสมตัวในแอ่งลุ่มน้ำของอำเภอนาน้อยในสมัยไพลสโตซีนตอนปลายที่ยังไม่จับตัวกันแน่นแข็งเป็นหิน ถูกชะล้างพัดพาออกไปจนมีสภาพแวดล้อมเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม มีริ้วและร่องที่เกิดจากการกัดกร่อนโดยทางน้ำ (Gully erosion) มากมาย ลักษณะดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่กว้าง มีความยาวในแนวเหนือ-ใต้เป็นระยะทาง 250 เมตร และมีความยาวในแนวตะวันตก-ตะวันออกประมาณ 300 เมตร ซึ่งถ้าเดินทางเข้ามาถึงศาลาชมวิว แล้วมองตรงเข้าไปในพื้นที่เสาดินจะเป็นการมองไปยังทิศตะวันออก ภายในพื้นที่เสาดินมีต้นไม้น้อยมาก และมีลักษณะแห้งแล้ง ตามหน้าผาสำรวจพบข้อมูลลำดับชั้นของตะกอนที่มาสะสมตัวในพื้นที่เสาดินดังนี้คือ

เสาดินมีความหนามากกว่า 10 เมตร แบ่งชั้นตะกอนได้ 6 ชั้น มีชั้นตะกอนทรายแป้งปนดินเคลย์ 3 ชั้น แทรกสลับด้วยตะกอนทรายปนดินเคลย์ปนเม็ดกรวดจำนวน 2 ชั้น ปิดทับด้วยชั้นตะกอนกรวดหยาบจนถึงกรวดขนาดใหญ่ที่เชื่อมประสานกันด้วยสารละลายแร่เหล็กและแมงกานีส 1 ชั้น ส่วนที่มีลักษณะเป็นกำแพงหน้าผาสูงชัน จะเห็นชั้นตะกอนกรวดปิดทับชัดเจนส่วนที่มีลักษณะเป็นกรวย เป็นเสา หรือเป็นหลืบ ตะกอนกรวดที่ปิดทับอยู่ชั้นบนได้ถูกทำลายหลุดออกไปหมด เหลือเพียงตะกอนชั้นล่าง ๆ เสาดินเหล่านี้นานไปจะถูกฝนชะหลุดออกไป จนมีขนาดต่ำลงต่ำลง และหมดไปในที่สุด

ปัญหาและแนวทางการอนุรักษ์

เสาดินนาน้อยเป็นลักษณะธรณีสัณฐานที่เกิดจากการผุพังและกัดกร่อน โดยชั้นตะกอนที่สะสมตัวในสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย และยังไม่แข็งตัวเป็นหิน ถูกน้ำที่ไหลผ่านชะล้างพัดพาออกไป จนมีสภาพแวดล้อมเป็นพื้นที่เสื่อมสภาพ
การยกตัวของพื้นที่และการเกิดรอยเลื่อนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชั้นตะกอนในบริเวณนี้แตกหัก ทำให้การผุพังและกัดกร่อนเกิดขึ้นได้ง่าย ประกอบขนาดของตะกอนที่สะสมตัวทับถมกันมีขนาดแตกต่างกันมาก คือมีชั้นกรวดและก้อนหินขนาดใหญ่วางทับอยู่บนชั้นตะกอนเม็ดละเอียด น้ำหนักตะกอนที่กดทับและตะกอนเม็ดละเอียดที่อยู่ด้านล่าง ยุ่ยสลายตัวได้ง่าย การผุพังทำลายจึงเกิดขึ้นได้ง่าย

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในบริเวณเสาดินนาน้อยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นเสมือนรอยจารึกทางธรณีวิทยาที่บอกกล่าวให้ทราบว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะต้องเกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต ทั้งนี้เพราะสภาพแวดล้อมธรรมชาติเป็นพลวัตร (Dynamic environment) ไม่ได้หยุดนิ่ง การอนุรักษ์เบื้องต้นจะต้องห้ามไม่ให้รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ หรือเกวียน วิ่งผ่านเข้าไปในพื้นที่ ขอให้ใช้ถนนซึ่งวิ่งอ้อมบริเวณเสาดิน ควรมีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาพื้นที่ไม่ให้มีการหยิบสิ่ง ใด ๆ ออกไปจากบริเวณเสาดิน เพราะบริเวณนี้นอกจากจะเป็นแหล่งศึกษาธรณีวิทยาแล้ว ยังเป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ มีเครื่องมือหินปะปนอยู่กับเศษหิน และกรวดที่สะสมตัวอยู่ในบริเวณนี้ด้วย บริเวณรอบนอกของเสาดินนาน้อย ควรปลูกต้นไม้เพื่อความร่มรื่น ป้องกันการกัดเซาะพังทะลาย

การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต้องระมัดระวังไม่ไปซ้ำเติม ให้พื้นที่เสาดินนาน้อยต้องแตกหักพังทะลายรวดเร็วขึ้น แม้ว่าจะแก้ไขสภาพธรรมชาติไม่ได้ แต่หากมนุษย์ไม่ซ้ำเติม เสาดินก็จะยังคงอยู่ต่อไปได้อีกนาน ให้มนุษย์ได้เห็นความแปลกของรูปร่างลักษณะของพื้นที่ รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษากระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาของตะกอนเริ่มตั้งแต่เกิดขึ้นและผุพังไปตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่องนับแสนนับล้านปี จนทำให้สภาพของพื้นที่เดิม ซึ่งเคยเป็นเนินตะกอนหรือเนินดินสูงติดต่อกันมามีสภาพเป็นหย่อมตะกอนดังที่เห็นในปัจจุบัน

แผนที่ธรณีวิทยาและแผนที่เส้นทาง

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.