
กลายเป็นที่จับตา หลังเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามข้อตกลงกับไทยและมาเลเซีย เพื่อความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก หรือ ”แร่แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth)
แร่แรร์เอิร์ธคือโลหะ 17 ชนิดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึงสมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และระบบป้องกันประเทศ
แม้จะมีชื่อเรียกว่าแร่หายาก แต่ความจริงแร่เหล่านี้มีปริมาณค่อนข้างมาก เพียงแต่ขุดได้ยากเนื่องจากมีแนวโน้มที่จะพบรวมกันในปริมาณที่ต่ำ
รายชื่อแร่แรร์เอิร์ธประกอบด้วย แลนทานัม (La), ซีเรียม (Ce), เพรซีโอดิเมียม (Pr), นีโอดิเมียม (Nd), โพรมีเทียม (Pm), ซาแมเรียม (Sm), ยูโรเพียม (Eu), แกโดลิเนียม (Gd), เทอร์เบียม (Tb), ดิสโพรเซียม (Dy), ฮอลเมียม (Ho), เออร์เบียม (Er), ทูเลียม (Tm), อิตเทอร์เบียม (Yb), ลูทีเทียม (Lu), สแกนเดียม (Scandium) และอิตเทรียม (Y)
ทั้งนี้ มีหลายประเทศทั่วโลกที่มีแหล่งสำรองแร่แรร์เอิร์ธ แต่ก็มีบางประเทศที่มีมากกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างมาก
อันดับ 1 จีน : 44 ล้านตัน
อันดับ 2 บราซิล : 21 ล้านตัน
อันดับ 3 อินเดีย : 6.9 ล้านตัน
อันดับ 4 ออสเตรเลีย : 5.7 ล้านตัน
อันดับ 5 รัสเซีย : 3.8 ล้านตัน
อันดับ 6 เวียดนาม : 3.5 ล้านตัน
อันดับ 7 สหรัฐอเมริกา : 1.9 ล้านตัน
อันดับ 8 กรีนแลนด์ : 1.5 ล้านตัน
อันดับ 9 แทนซาเนีย : 0.9 ล้านตัน
อันดับ 10 แอฟริกาใต้ : 0.9 ล้านตัน
ดูรายละเอียดที่ : https://www.msn.com/th-th/news/national/เปิด-10-ประเทศ-ปริมาณแร่สำรอง-แรร์เอิร์ธ-มากที่สุดในโลก/ar-AA1PfW2z?ocid=hpmsn&cvid=690044eb74a94ba3930c54b1d449cba0&ei=35