
ที่ผ่านมานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งรัดโครงการเหมืองแร่โปแตชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากโครงการมีความล่าช้า โดยถ้ามีปัญหาเรื่องเงินทุนให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งหาผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีความพร้อม
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ได้ประทานบัตรทำเหมืองแร่โปแตช 3 ราย ซึ่งได้ทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่
1.บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) ได้รับประทานบัตรโครงการทำเหมืองแร่โปแตช อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ บนพื้นที่สัมปทานทั้งหมด 9,707 ไร่ โดยประทานบัตรมีอายุ 25 ปี นับตั้งแต่ วันที่ 6 ก.พ. 2558-5 ก.พ. 2583 กระทรวงการคลังผู้ถือหุ้น 20% มูลค่าการลงทุน 63,800 ล้านบาท กำลังการผลิตปีละ 1.23 ล้านตัน
2.บริษัท ไทยคาลิ จำกัด ได้รับประทานบัตรเหมืองแร่โปแตช ในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พื้นที่ 9,005 ไร่ ประทานบัตรอายุ 25 ปี นับตั้งแต่ วันที่ 7 ก.ค.2558-6 ก.ค.2583 กำลังการผลิตปีละ 134,000 ตัน มูลค่าการลงทุน 3,000 ล้านบาท
3.บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ผู้รับประทานบัตรในโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี จำนวน 4 แปลง ของแหล่งแร่อุดรใต้ รวมเนื้อที่ 26,446 ไร่ 1 งาน 49 ตารางวา โดยมีอายุประทานบัตร 25 ปี ลงวันที่ 23 ก.ย.2565 ถึง 22 ก.ย.2590 กระทรวงการคลังได้ถือหุ้น 10% มีแผนการผลิตปีละ 2 ล้านตัน มูลค่าการลงทุน 36,000 ล้านบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า ไทยมีสำรองแร่โปแตชสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลกอยู่ที่ 4 แสนล้านตัน รองจากแคนาดา เบลารุส และเยอรมนี โดยประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยปีละ 4 ล้านตัน มูลค่า 60,000 ล้านบาท เป็นปุ๋ยโปแตชเซียม 700,000 ตัน คิดเป็น 9,000 ล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกันไทยมีศักยภาพในการผลิตโปแตสเซียมสูงมาก
สำหรับพื้นที่ไทยพบแหล่งแร่โปแตชขนาดใหญ่ได้ใน 2 แหล่ง คือ แอ่งสกลนคร ประกอบด้วย สกลนคร หนองคาย อุดรธานีและนครพนม ส่วนแอ่งโคราช ประกอบด้วย ขอนแก่น กาฬสินธุ์มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ นครราชสีมา และชัยภูมิ
ดูรายละเอียดที่ : https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1117035