ไดโนเสาร์ภูเวียง อุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
ที่ตั้ง
ภูเวียงตั้งอยู่ในเขตอำเภอภูเวียงอยู่ห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่น ไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร การเข้าถึงพื้นที่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 12 ซึ่งเป็นถนนสายยาวติดต่อจากจังหวัดตากทางด้านทิศตะวันตกผ่านจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก อำเภอหล่มสัก อำเภอชุมแพไปสิ้นสุดที่จังหวัดขอนแก่น โดยหากเริ่มจากจังหวัดขอนแก่นให้ใช้เส้นทางไปชุมแพ และแยกขวาเข้าอำเภอภูเวียง ตามเส้นทางหลวงสาย 2038 ซึ่งปากทางเข้าอยู่เลยอำเภอหนองเรือไปเล็กน้อย ไปสู่อุทยานแห่งชาติภูเวียง หรือหากเริ่มต้นจาก อำเภอชุมแพ ให้ไปทางขอนแก่น แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางหลวงสาย 2038 เช่นเดียวกัน เมื่อเลยอำเภอภูเวียงเล็กน้อยให้ใช้เส้นตรงไปอุทยานแห่งชาติภูเวียงไม่ไปศรีบุญเรือง เส้นทางนี้ไปสิ้นสุดที่อุทยานแห่งชาติฯ
ลักษณะของแหล่ง
ขอบเขตพื้นที่อุทยานฯ มีพื้นที่ประมาณ 325 ตารางกิโลเมตร เฉพาะพื้นที่เขาโดยรอบไม่นับรวมแอ่งที่ราบภายใน ภูเวียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติด้านการสงวนรักษาซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ซึ่งมีแหล่งขุดค้นจำนวน 9 แหล่ง เรียงรายเป็นวงอยู่ภายในพื้นที่คุ้มครองของอุทยานแห่งชาติภูเวียง กรมป่าไม้ และมีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงของกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งขึ้นสำหรับเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการ สำหรับให้การศึกษาแก่เยาวชน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่น พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์อยู่ในพื้นที่ราบนอกเขตอุทยานฯ และตั้งอยู่ก่อนถึงอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในอาคารส่วนหนึ่งจัดแสดงเรื่องราวของการขุดค้นพบไดโนเสาร์ที่จังหวัดขอนแก่นและใกล้เคียง เพื่อเผยแพร่ผลงานของกรมทรัพยากรธรณีให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนที่เหลือจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดโลก กำเนิดหิน แร่ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและสิ่งสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ และทางธรรมชาติของจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ความรู้กับเยาวชน และผู้ที่สนใจ
ธรณีวิทยา
ภูเวียงมีลักษณะเป็นสันเขาสูง ซี่งมีบางส่วนหนาและบางส่วนบาง เชื่อมต่อกันเป็นวงกลมโอบล้อมแอ่งที่ราบไว้ภายใน สันเขาส่วนหนาจะอยู่ทางทิศเหนือ ทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะทางด้านทิศเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ สันเขาส่วนนี้จะมีพื้นที่บางส่วนยื่นออกไปลักษณะเป็นปีกรูปกลม มองโดยรวมคล้ายหัวการ์ตูนมิกกี้เม้าส์ สันเขาส่วนหนานี้จะค่อย ๆ บางลงจนขาดจากกัน เปิดเป็นช่องแคบๆ ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นช่องทางเข้าสู่แอ่งที่ราบภายในเพียงแห่งเดียว ทางน้ำซึ่งมีต้นกำเนิดจากขอบสันเขาภายในไหลผ่านออกไปทางช่องเปิดนี้ แอ่งที่ราบภายในภูเวียงเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนอำเภอภูเวียงหลายหมู่บ้าน
ภูเวียงครอบคลุมพื้นที่กว่า 400 ตารางกิโลเมตร มีความสูงตั้งแต่ระดับ 250 -750 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบด้วยหมวดหินเรียงลำดับจากอายุแก่ที่สุดไปหาอายุอ่อนที่สุด คือ หมวดหินภูกระดึง (Jpk) หมวดหินพระวิหาร (Jpw) หมวดหินเสาขัว (Jsk) หมวดหินภูพาน (Kpp) หมวดหินโคกกรวด(Kkk) และตะกอนควอเทอร์นารี (Qa) หินในหมวดหินต่างๆ เหล่านี้โผล่ให้เห็นเป็นวง โดยมีหมวดหินภูกระดึงอยู่วงรอบนอกสุดและมีตะกอนควอเทอร์นารีอยู่รอบในสุด
ชั้นหินทั้งหมดซึ่งเรียงตัวต่อเนื่องกันเป็นลำดับ มีอายุอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 200 – 65 ล้านปี และมีลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาเป็นรูปกระทะหงาย ชั้นที่พบกระดูกไดโนเสาร์ พบกระจัดกระจายอยู่ในหมวดหินเสาขัวที่ระดับความสูงในช่วง 250-420 เมตร (หลุมขุดค้นหมายเลข 1-7, 9) ส่วนหลุมที่ 8 ซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือ เป็นร่องรอยเท้าไดโนเสาร์พบอยู่ในหมวดหินพระวิหาร และอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 640 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ผลการศึกษาวิจัยซากไดโนเสาร์
ไดโนเสาร์ซึ่งได้รับการศึกษาวิจัยขั้นรายละเอียดโดยใช้ลักษณะของกระดูก และฟันเป็นสำคัญจนสามารถกำหนดชื่อสกุล (genus ) และชนิด (species) ได้มีดังต่อไปนี้
- ฟันไดโนเสาร์กินปลา Siamosaurus suteethorni พบที่ภูประตูตีหมา อุทยานแห่งชาติภูเวียง พิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2529
- กระดูกขากรรไกรไดโนเสาร์ปากนกแก้ว สกุล Psittacosaurus ที่อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นสกุลที่เคยพบมาแล้วในแหล่งอื่นๆ แต่เป็นชนิดใหม่มีชื่อว่า Psittacosourus sattayaraki พิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2535
- กระดูกขาของไดโนเสาร์ขนาดตัวเล็กเท่าไก่ ที่ภู
- ประตูตีหมามีชื่อสกุลว่า Compsognathus ไดโนเสาร์ชนิดนี้ไม่ใช่สกุลใหม่เคยพบมาก่อนแล้วในที่อื่น ๆ สำหรับชื่อชนิดยังไม่สามารถระบุได้
- กระดูกหลายส่วนของไดโนเสาร์กินพืชสกุลและชนิดใหม่ของโลก Phuwiangosaurus sirindhornae ที่หลุมขุดค้นที่ 1 และ 2 บนอุทยานแห่งชาติภูเวียง ซึ่งชื่อชนิดของไดโนเสาร์ชนิดนี้ได้รับพระราชทานพระนามาภิไธยของสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผลงานวิจัยพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2537
- กระดูกเท้าของไดโนเสาร์ที่มีรูปร่างคล้ายนกกระจอกเทศ (Ornithomimosaur) ที่หลุมขุดค้นที่ 5 ซึ่งข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะตั้งเป็นชื่อได้
- กระดูกของไดโนเสาร์กินเนื้อสกุลและชนิดใหม่ของโลก ที่พบที่หลุมขุดค้นที่ 9 บนอุทยานแห่งชาติภูเวียง มีชื่อว่า Siamotyrannus isanensis พิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2539
- ไดโนเสาร์กินพืชที่เก่าแก่ที่สุดของโลกมีชื่อว่า Isanosaurus attavipachi พบที่อำเภอ หนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ พิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2543
แผนที่ธรณีวิทยาและแผนที่เส้นทาง




