แคลไซต์ (Calcite)

calcite

ชื่อแร่

แคลไซต์มาจากภาษาละติน “calx” หมายถึง ปูนเผา (burnt lime)

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

ผลึกอยู่ในระบบสามแกนราบ พบเกิดเป็นผลึกได้มากกว่า 300 แบบ และมักเป็นผลึกที่ซับซ้อนมาก รูปผลึกแบบที่พบเห็นได้บ่อย ๆ คือ รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน รูปแท่งยาวหรือสั้น รูปแท่งหัวแหลม ๆ ยาว ๆ ลักษณะคล้ายฟันสุนัข จึงมีชื่อเรียกว่า “แร่ฟันหมา” (dog-tooth spar) และรูปแผ่นแบนหนา บางครั้งพบเกิดเป็นสายแร่ ลักษณะเป็นเส้นใยตั้งฉากกับสายแร่ก็เรียกชาตินสปาร์ (satin spar) เช่นเดียวกับยิปซัมชนิดชาติน สปาร์ นอกจากนี้ อาจเกิดในลักษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆ รวมกันเป็นกระจุก เนื้อแน่นละเอียด หรือพบในลักษณะเป็นหินงอกหินย้อยก็ได้ ปกติแคลไซต์มีสีขาวถึงไม่มีสี แต่อาจมีสีอื่น ๆ ได้ เช่น สีเทา แดง เขียว น้ำเงิน และเหลือง ถ้ามีมลทินอื่นปะปน เช่น พวกไพไรต์ ทองแดง มาลาไคต์ เป็นต้น จะ มีสีน้ำตาลถึงสีดำ สีผงสีขาวหรือเทา ความแข็ง 3 ความถ่วงจำเพาะ 2.71 โปร่งใสถึงโปร่งแสง ชนิดที่บริสุทธิ์ใสสะอาดไม่มีสี เรียกว่า “ไอซ์แลนด์สปาร์” (iceland spar) เนื่องจากพบที่ไอซ์แลนด์ วาวแบบแก้วถึงคล้ายดิน รอยแตกแบบก้นหอย มีแนวแตกเรียบสมบูรณ์ 3 แนวทํามุม 74 55 เมื่อ เคาะหรือสกัดออกมาจะแตกออกมาเป็นรูปคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนอยู่เสม

คุณสมบัติทางเคมี

สูตรเคมี CaCo3 มี Cao 56.0% CO2 44.0% บางชนิดอาจมีธาตุแมงกานีส แมกนีเซียม และเหล็กเฟอร์รัส (Fe) เข้าแทนที่ธาตุแคลเซียม ถ้าเกิดแทนที่โดยสมบูรณ์ด้วยธาตุแมงกานีส แคลไซต์ จะเปลี่ยนเป็นแร่โรโดโครไซต์ ธาตุแมกนีเซียมที่เข้าแทนที่แคลเซียมเพียงเล็กน้อย จะเปลี่ยนเป็นแร่ซิเดอไรต์ เป็นต้น ทําปฏิกิริยา กับกรดเกลือเป็นฟองฟู่

ลักษณะเด่นและวิธีตรวจ

 ความแข็ง 3 เอามีดหรือเหรียญทองแดงขีดเข้าได้ มีแนวแตกเรียบเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน วาวแบบแก้ว ทำปฏิกิริยากับกรดเกลือเจือจางเกิดฟองฟู่

การเกิด

เป็นแร่ประกอบหินที่พบมากที่สุดตัวหนึ่ง โดยพบเป็นแร่สําคัญในหินตะกอนมวลขนาดใหญ่ เช่น เป็นแร่หลักชนิดเดียวในหินปูน เป็นมวลผลึกในหินอ่อนซึ่งแปรสภาพจากหินปูน เป็นส่วนประกอบสำคัญของหินชอล์ก เป็นองค์ประกอบสำคัญของดินมาร์ลและหินทรายเนื้อปูน เป็นเปลือกหรือโครงร่างของสัตว์ทะเลในหินปูน ตลอดจนเป็นส่วนประกอบของหินโดยตกตะกอนโดยตรงในรูปของแคลเซียมคาร์บอเนต ตามบริเวณถ้ำหินปูนน้ำจะชะละลายแคลเซียมคาร์บอเนตจากหินปูนไหลซึมไปตามผนังเพดานถ้ำ เมื่อน้ำระเหยออกไปแคลเซียมคาร์บอเนตก็จะตกผลึกออกมาในรูปของหินงอกและหินย้อย หรือเกิดเป็นคราบหินปูนที่เรียกว่า “ทูฟา” (tufa) หรือ “ทราเวอร์ทีน”(travertine) บางแห่งพบบริเวณพุน้ำร้อนเกิดเป็นแถบแร่แคลไซต์เนื้อเนียนเรียกว่า หินอ่อนโอนิกซ์ ซึ่งใช้เป็นหินประดับ นอกจากนี้พบเกิดเป็นแร่ปฐมภูมิในหินอัคนีบางชนิด เช่น หินคาร์บอเนไทต์ และหินเนฟิลีนไซอีไนต์ หรือเกิดอยู่ในช่องว่าง รูโพรงของหินลาวา เช่น หินบะซอลต์ แคลไซต์ พบเกิดเป็นเพื่อนแร่ในสายแร่นน้ำร้อนต่าง ๆ เช่นสายแร่ซัลไฟด์ ฟลูออไรด์

แหล่ง

ประเทศไทย พบได้ทั่วไปแทบทุกจังหวัด ในบริเวณที่มีหินปูนและหินอ่อน แหล่งผลิตที่สำคัญ อยู่ที่จังหวัดลพบุรี และอุตรดิตถ์

ต่างประเทศ แหล่งสำคัญ ๆ เกิดในรูปแบบต่าง ๆ มีมากมายเกินกว่าจะกล่าวได้หมด แหล่งที่มีชื่อเสียงซึ่งพบแคลไซต์เกิดเป็นผลึกสวยงาม เช่น ที่ภูเขาฮาร์ซ ประเทศเยอรมนี ที่คัมเบรียและแคนคาไซด์ ประเทศอังกฤษ ประเทศเม็กซิโก ไอซ์แลนด์ โรมาเนีย รัสเซีย นามิเบีย คองโก และสหรัฐอเมริกา และแหล่งอื่น ๆ ทั่วโลก

ประโยชน์

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของแคลไซด์คือ ใช้ในอุตสาหกรรมซีเมนต์ และปูนขาว ที่ใช้หินปูนเป็นวัตถุดิบหลัก หินปูนยังใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมี ถ้าบดละเอียดใช้ปรับสภาพดินและเป็นปูนขาวทาผนัง หินปูนก้อนใช้เป็นฟลักซ์ ในการหลอมสินแร่โลหะ ใช้ในการก่อสร้าง ผสมคอนกรีต ปูถนน ใช้เป็นหินประดับ ไอซ์แลนด์สปาร์ ใช้ในการทำอุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องจุลทรรศน์ แบบ polarizing microscope และเป็นแร่ที่สำคัญแร่หนึ่งในการผลิตแสงเลเซอร์

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.